Home ที่ปรึกษากฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ บทวิเคราะห์ ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เพิ่ม การสำรองทองคํา

บทวิเคราะห์ ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ เพิ่ม การสำรองทองคํา

6 second read
0
0
355

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สภาทองคําโลก เปิดเผย รายงาน เกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการทองคําทั่วโลก ในไตรมาสแรก ประจำปี 2024 โดยระบุว่า ความต้องการทองคําของทั่วโลกในไตรมาสแรกปี 2024 มี จำนวน 1,238 ตัน เพิ่มขึ้น 3 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ยังคงเพิ่มการสั่งซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ทำให้การสำรองทองคําของประเทศต่าง ๆ ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ได้เพิ่มขึ้น 290 ตัน

นักวิเคราะห์ ชี้ให้เห็น ว่า การสำรองทองคํา ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ทางเศรษฐกิจ เท่านั้น หากยังเป็นวิธีการกระจายความเสี่ยงด้วย มูลค่าที่แท้จริงของทองคํา และสภาพคล่องในตลาดของทองคำ ทําให้ทองคำเป็นตัวเลือกอันดับแรก สําหรับธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ในการเสริมสร้างระบบการสํารอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเผชิญกับความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จึงสั่งซื้อทองคําในปริมาณมากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสําคัญของทองคําในทุนสํารองระหว่างประเทศ

รายงานเกี่ยวกับแนวโน้มความต้องการทองคําของโลกในไตรมาสแรก ประจำปี 2024 ดังกล่าวยังระบุด้วย ว่า ความต้องการด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งจากการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter) หรือ OTC บวกกับธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ซื้อทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ซื้อในเอเชีย  ซึ่งผลักดันให้ราคาทองคําโดยเฉลี่ยในไตรมาสแรกปีนี้ (2024) พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแตะ 2,070 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคานี้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (2023) 10% และสูงกว่าไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ร้อยละ 5

เนื่องจากทองคำเป็นส่วนประกอบสําคัญทุนสํารองระหว่างประเทศ ประเทศต่าง ๆ จึงใช้การสำรองทองคําเป็นองค์ประกอบสำคัญในการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพทุนสํารองระหว่างประเทศ (International reserve portfolio) สถิติจากสภาทองคําโลกระบุว่า จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.2023 ยอดการสำรองทองคำโดยรวมของทั่วโลกเป็น จำนวน 36,203 ตัน ในจำนวนนี้ เป็นการสำรองทองคำของสหรัฐอเมริกา 8,133 ตัน คิดเป็น 22.5% ของยอดรวมการสำรองทองคำของทั่วโลก อยู่อันดับหนึ่งของโลก เยอรมนีสํารองทองคํา 3,355 ตัน อยู่อันดับ 2 ของโลก นอกจากนี้ ประเทศอื่น ๆ เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น และจีนก็สํารองทองคำเป็นจํานวนมากเช่นกัน

สถิติจากธนาคารกลางจีนระบุว่า จนถึงสิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้สำรองทองคำ 2,264 ตัน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2022 เป็นต้นมาธนาคารกลางจีนได้เพิ่มการสำรองทองคำติดต่อกันเป็นเวลา 18 เดือนแล้ว อย่างไรก็ตาม การสำรองทองคำของจีนในปัจจุบันมีไม่ถึงร้อยละ 5 ของสินทรัพย์สํารองทั้งหมดของประเทศ ซึ่งต่ำกว่าประเทศเศรษฐกิจหลักตะวันตกที่มีอัตรามากกว่าร้อยละ 50 และต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของทั่วโลกที่เป็นเกือบร้อยละ 15 ผู้เชี่ยวชาญจีนระบุว่า การเพิ่มการสํารองทองคำอย่างเหมาะสมมีความสําคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวน และแม้กระทั่งการส่งเสริมความเป็นสากลของเงินหยวน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กลุ่ม UBS ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ราคาทองคําโดยคาดว่า  ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในเดือนกันยายนปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในสิ้นปีนี้ กลุ่ม UBS ระบุว่า คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ความต้องการทองคําอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหลัก 3 ประการที่ผลักดันให้ราคาทองคําสูงขึ้น

นักวิเคราะห์จีนคาดว่า ในขณะที่ความเสี่ยงของหนี้สาธารณะในสหรัฐอเมริกาและประเทศเศรษฐกิจอื่น ๆ ยังคงเพิ่มขึ้น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การลดลงของเครดิตในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจทั่วโลกจะทำให้ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ยังคงจะเพิ่มการสำรองทองคําต่อไป เพื่อเสริมความยืดหยุ่นของระบบการเงิน

เขียนโดย โจว ซวี่ ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 14 มิถุนายน 2567  18:14:59 เข้าชม : 1975688 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษากฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

บริดจสโตน คว้า แบรนด์อันดับหนึ่ง ในใจมหาชน ทั่วประเทศ 13 ปี ซ้อน

บริดจสโตนคว้าแบรนด์อันดับหนึ่งในใจมหาชนทั่วประเทศ 13 ปี … …