Home ข่าวเด่น ดิจิทัล ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่เปิดสนาม แต่กระแสคนไทย พุ่ง ทะลุ ล้านเอ็นเกจเมนต์

ฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่เปิดสนาม แต่กระแสคนไทย พุ่ง ทะลุ ล้านเอ็นเกจเมนต์

1 min read
0
0
271

ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ กระแสบนโลกออนไลน์ ก็เริ่มแข่งกันไปก่อนแล้ว ตลอดเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลกครั้งนี้ สร้าง Engagement รวมได้สูง ถึง 1,018,822 ครั้ง แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ประเด็นที่คนไทย พูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องในสนาม เเต่ยังรวมถึงเรื่องที่สร้างความกังวล เหตุการณ์ที่เซอร์ไพรส์ และกระแส Pop Culture ที่เข้ามาเชื่อมโยงกับฟุตบอลโลก คำถามจึงไม่ได้มีแค่ว่า ทีมไหนจะคว้าแชมป์โลก แต่คือเรื่องใดบ้างที่ดึงความสนใจ และสร้างการมีส่วนร่วมจากคนไทยได้มากที่สุด ก่อนการแข่งขันจะเริ่ม

บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้รวบรวมข้อมูล จาก โซเชียลมีเดีย ผ่านเครื่องมือ dxt:360 ระหว่าง วันที่ 1 – 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อติดตามความคิดเห็นในสังคมออนไลน์ (SocialListening) เกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026 “คนไทย จะได้ดูไหม ?” ดราม่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดที่ทุกคน จับตาประเด็นที่สร้างแรงกระเพื่อมบนโซเชียลมีเดียมากที่สุดก่อนเปิดศึกฟุตบอลโลก 2026 ไม่ใช่ฟอร์มการเล่นของทีมเต็ง หรือการคาดการณ์แชมป์ แต่เป็นคำถามง่าย ๆ ที่แฟนบอลไทยอยากรู้คำตอบ ว่า “จะได้ดูหรือไม่” แม้ภาครัฐจะออกมาให้ความมั่นใจ ตั้งแต่ ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ว่า คนไทย จะได้รับชมการแข่งขัน แต่ความกังวลยังไม่คลี่คลาย เมื่อมีรายงาน ว่า ค่าลิขสิทธิ์อยู่ในระดับสูง ถึง 1,300 – 1,500 ล้านบาท ขณะที่หลายประเทศในอาเซียนสามารถปิดดีลลิขสิทธิ์ได้แล้ว

ทำให้เกิดการเปรียบเทียบ และตั้งคำถามถึงความคืบหน้าของไทยอย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนนี้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนบทสนทนาบนโลกออนไลน์ สร้าง Engagement รวมกว่า 260,000 ครั้ง และผลักดันให้แฮชแท็ก #ฟุตบอลโลก2026 กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับแฟนบอลไทย “การเข้าถึงการรับชม” ยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญไม่แพ้ผลการแข่งขันในสนาม และทุกความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิ์ก็ยังคงจุดกระแสการพูดถึงได้อย่างมีนัยสำคัญ ก่อนลงสนามจริง ใครครองโซเชียล? เปิดโผ 10 ทีมเต็งที่คอบอลไทยสนใจมากที่สุด ท่ามกลางความคลุมเครือเรื่องลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด บทสนทนาในฝั่งของ “เกมกีฬา” ก็เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ คอบอลไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้รอแค่ความชัดเจนนอกสนาม แต่หันมาโฟกัสกับความพร้อมและฟอร์มการเล่นของแต่ละชาติก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 แล้ว โดยพบว่า อังกฤษ และ บราซิล เป็นสองชาติที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงที่เก็บข้อมูล

10 ทีมที่สร้าง Engagement สูงสุด อันดับ ทีมชาติ Engagement (ครั้ง)

1 อังกฤษ (England) 69,913 ครั้ง
2 บราซิล (Brazil) 46,263 ครั้ง
3 สหรัฐอเมริกา (USA) 37,175 ครั้ง
4 สเปน (Spain) 22,378 ครั้ง
5 โปรตุเกส (Portugal) 19,100 ครั้ง
6 ญี่ปุ่น (Japan) 16,274 ครั้ง
7 ฝรั่งเศส (France) 11,066 ครั้ง
8 อาร์เจนตินา (Argentina) 11,048 ครั้ง
9 เยอรมนี (Germany) 10,232 ครั้ง
10 เม็กซิโก (Mexico) 8,242 ครั้ง

กระแสฝั่ง “สิงโตคำราม อังกฤษ” ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยมี จุดเริ่มจากดราม่าการประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติ ที่กลายเป็นประเด็นถกกันหนักในโซเชียล ส่วน “แซมบ้า บราซิล” ยังได้รับความสนใจต่อเนื่อง ด้วยภาพลักษณ์ทีมระดับแถวหน้าของโลกในฐานะชาติที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมากที่สุด และสถานะตัวเต็งที่ไม่ว่าจะทัวร์นาเมนต์ไหนก็มักถูกจับตามอง ทำให้ทุกความเคลื่อนไหวของทีมยังคงถูกพูดถึงและสร้าง Engagement ได้สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ “ญี่ปุ่น” ยังเป็นชาติจากเอเชียเพียงทีมเดียวที่ติดอันดับและสร้างกระแส (Engagement) ความสนใจได้อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าทัพซามูไรบลูกำลังถูกจับตามองในฐานะ “ม้ามืด” ของทัวร์นาเมนต์ ด้วยพัฒนาการที่ต่อเนื่อง คุณภาพนักเตะที่ค้าแข้งในลีกชั้นนำของยุโรป และผลงานในรายการระดับนานาชาติที่ดีขึ้น ทำให้แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่าญี่ปุ่นอาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้บนเวทีฟุตบอลโลกหนนี้ ดราม่าคนหลุดโผ! ส่อง 10 นักเตะที่ครองกระแสก่อนฟุตบอลโลก 2026 เมื่อเจาะลึกในระดับตัวนักเตะ พบว่าสิ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจมากที่สุดไม่ได้อยู่ที่ผลงานหรือสถิติของนักเตะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการประกาศรายชื่อทีมชาติชุดลุยฟุตบอลโลก 2026 ที่น่าสนใจคือ กลุ่มนักเตะที่พลาดโอกาสติดทีมชาติ สร้าง Engagement รวมสูงถึง 104,559 ครั้ง มากกว่ากลุ่มซูเปอร์สตาร์ที่ติดทีมชาติซึ่งทำได้ 76,876 ครั้ง สะท้อนว่า ประเด็นการหลุดโผของนักเตะชื่อดัง จุดกระแสพูดคุยในหมู่แฟนบอลได้มากที่สุด และกลายเป็นหนึ่งในดราม่าสำคัญก่อนเปิดสนาม

10 อันดับ นักเตะที่สร้าง Engagement สูงสุด อันดับ ทีมชาติ Engagement (ครั้ง)

1 เนย์มาร์ (Neymar) 33,027 ครั้ง
2 แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (Harry Maguire) 24,403 ครั้ง
3 โคล พาลเมอร์ (Cole Palmer) 23,669 ครั้ง
4 ลุค ชอว์ (Luke Shaw) 19,961 ครั้ง
5 ฟิล โฟเด้น (Phil Foden) 18,715 ครั้ง
6 เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 17,811 ครั้ง
(Trent Alexander-Arnold)
7 ลิโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) 14,856 ครั้ง
8 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (Cristiano Ronaldo) 13,874 ครั้ง
9 จู๊ด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) 7,581 ครั้ง
10 ลามีน ยามาล (Lamine Yamal) 7,538 ครั้ง

กลุ่มนักเตะที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือกลุ่มผู้เล่นที่พลาดโอกาสติดทีมชาติ โดยบทสนทนาส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่นักเตะทีมชาติอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น “แฮร์รี่ แม็กไกวร์”, “โคล พาลเมอร์”, “ลุค ชอว์”, “ฟิล โฟเด้น” และ “เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์” ที่ต่างถูกพูดถึงจากประเด็นการหลุดโผทีมชาติ โดยเฉพาะ “แฮร์รี่ แม็กไกวร์” ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เนื่องจากแฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่า ด้วยประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา เขามีโอกาสติดทีมชาติค่อนข้างสูง แต่สุดท้ายกลับไม่มีชื่ออยู่ในชุดสุดท้าย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา ขณะที่ในกลุ่มนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่มีชื่อติดทีมชาติ “เนย์มาร์” เป็นชื่อที่ได้รับความสนใจมากที่สุด โดยกระแสส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากผลงานในสนาม แต่มาจากเส้นทางการกลับมาติดทีมชาติบราซิลอีกครั้ง หลังเผชิญกับข้อกังขาเกี่ยวกับสภาพร่างกายและความฟิตมานานหลายเดือน จนหลายฝ่ายคาดว่าอาจไม่มีชื่อในฟุตบอลโลก 2026 ก่อนที่ คาร์โล อันเชล็อตติ จะตัดสินใจใส่ชื่อเขาในทีมชุดสุดท้าย ข่าวนี้จึงได้รับการพูดถึงและแชร์ต่ออย่างกว้างขวาง เพราะสำหรับแฟนบอลจำนวนมาก นี่ไม่ใช่แค่การประกาศรายชื่อทีมชาติ แต่เป็นการกลับมาของหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดของยุค

นอกจากเนย์มาร์ แล้ว “ลิโอเนล เมสซี่” และ “คริสเตียโน โรนัลโด้” ยังคงได้รับการพูดถึงอย่างต่อเนื่องในฐานะสองตำนานลูกหนังที่อาจกำลังเข้าสู่ช่วงท้ายของเส้นทางในฟุตบอลโลก ขณะที่ “ลามีน ยามาล” และ “จู๊ด เบลลิงแฮม” คือสองดาวรุ่งที่น่าจับตามองในฐานะนักเตะที่อาจก้าวขึ้นมาโดดเด่นของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้

โดยสรุป ข้อมูลสะท้อน ว่า ความน่าสนใจของฟุตบอลโลก เริ่มตั้งแต่ช่วงการประกาศรายชื่อทีมชาติ และเรื่องราวของนักเตะแต่ละคน โดยเฉพาะการคัดตัวของทีมชาติอังกฤษที่กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะเริ่มต้นขึ้น ฟุตบอลโลก x ลิซ่า : เมื่อพลัง Pop Culture สร้าง Engagement ไม่แพ้เรื่องในสนาม!
หากดราม่านักเตะและฟอร์มของบรรดาทีมเต็ง จะเป็นประเด็นที่คอบอลพูดถึงกันอย่างคึกคัก แต่ฟุตบอลโลก 2026 ไม่ได้ดึงดูดแค่แฟนกีฬาเท่านั้น เพราะอีกหนึ่งแรงขับสำคัญที่สร้างกระแสบนโซเชียล คืออิทธิพลของ Pop Culture ที่เข้ามาเชื่อมโยงกับทัวร์นาเมนต์ จนกลายเป็นหัวข้อที่กวาด Engagement สูงสุด และดึงผู้คนที่ปกติไม่ได้ติดตามฟุตบอลให้เข้ามามีส่วนร่วมในวงกว้าง กระแสนี้เกิดขึ้นหลังมีการยืนยันว่า “LISA BLACKPINK” จะขึ้นแสดงสดในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ฝั่งสหรัฐอเมริกา ที่สนาม SoFi Stadium ข่าวนี้ ได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว จากทั้งแฟนฟุตบอล และฐานแฟนคลับของลิซ่าทั่วโลก จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดบนโลกออนไลน์ของไทย สร้าง Engagement ได้สูงถึง 281,942 ครั้ง มากกว่าประเด็นลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดที่ถูกจับตามาก่อนหน้านี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ฟุตบอลโลก ในปัจจุบันไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากแฟนกีฬาเพียงกลุ่มเดียวอีก ต่อไป เพราะการปรากฏตัวของ “ลิซ่า” ช่วยขยายบทสนทนาไปสู่กลุ่มแฟนเพลงและผู้ที่ติดตามวงการบันเทิง ได้อย่างชัดเจน ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่สร้าง Engagement สูงที่สุดของทัวร์นาเมนต์ และตอกย้ำว่าพลังของ Pop Culture ช่วยให้มหกรรมกีฬาระดับโลกเข้าถึงผู้คนได้กว้างขึ้น ทาสหมา-แมวก็อินได้! ครั้งแรกกับ “เสื้อบอลเวอร์ชันสัตว์เลี้ยง”

ปิดท้าย ด้วยอีกมุมที่น่าสนใจ นั่นคือการผสานโลกของกีฬาเข้ากับไลฟ์สไตล์ จนสร้างกระแสเชิงบวกได้อย่างโดดเด่น โดย Adidas เปิดตัว “Pet Collection” คอลเลกชันเสื้อฟุตบอลทีมชาติสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เสื้อฟุตบอลโลกถูกออกแบบมาเพื่อเหล่าแฟนบอลสี่ขาโดยเฉพาะ แนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มคนรักสัตว์ในไทย เพราะนำสัญลักษณ์ของการเชียร์ฟุตบอลมาปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง จนเกิดการแชร์ต่อและพูดถึงในวงกว้าง สามารถสร้าง Engagement ได้มากกว่า 63,000 ครั้ง และเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับ Positive Sentiment สูงที่สุดในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ฟุตบอลโลกในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงมหกรรมกีฬาสำหรับแฟนบอลเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความสนใจของผู้คนในหลากหลายมิติได้มากขึ้น ทั้งแฟชั่น ดนตรี และไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน กรณีของคอลเลกชันสำหรับสัตว์เลี้ยงจึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแข่งขันโดยตรง แต่ก็สามารถขยายกระแสฟุตบอลโลกไปสู่กลุ่มผู้คนใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลทั้งหมดที่นำมาวิเคราะห์หา Insight รวบรวมจาก dxt:360 (Social Listening and Media Monitoring Platform) ของบริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด โดยเก็บข้อมูลระหว่าง วันที่ 1 พฤษภาคม – 31 พฤษภาคม 2569 จาก แหล่งข้อมูล ได้แก่ Facebook, Instagram, X, TikTok YouTube, Pantip และ Online Website

เกี่ยวกับ dxt:360

dxt:360 เป็นแพลตฟอร์ม ที่สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลข่าวสาร ได้ทั้งจากโซเชียลมีเดีย สื่อออนไลน์ สื่อบรอดคาสท์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ไม่ว่า จะเป็นเสียงของผู้บริโภค (Consumer Voices) คอนเทนต์จาก Influencers และ KOLs ไปจนถึงข่าวจากสื่อมวลชน ที่รวบรวมเข้ามาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน มีการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบ Dashboard ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละราย (Customizable Dashboard) จึงทำให้เข้าใจและเห็น Insight ในประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังช่วยให้เห็นทิศทางการสื่อสารของแบรนด์ต่าง ๆ สามารถนำมาต่อยอด เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารขององค์กร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 5 มิถุนายน 2569 19:16:59 เข้าชม : 1683922 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

น้องเนเน่ (แพรว) คือ อนาคตของซุปเปอร์สตาร์ (หญิง) ร็อค อย่างแน่นอน !!!!

การทำนายนี้ ไม่ใช่เพียงคำพูดเปล่าๆ “จากคำทำนายในว … …