Home ข่าวเด่น ดิจิทัล มท. 4 “วรศิษฎ์” แถลงผลลงพื้นที่ภูเก็ต สั่ง เดินหน้า ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล และบุกรุกที่ดินสาธารณะหาดบางเทา-หาดฟรีดอม ขีดเส้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ก.ค.-ส.ค. นี้

มท. 4 “วรศิษฎ์” แถลงผลลงพื้นที่ภูเก็ต สั่ง เดินหน้า ปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพล และบุกรุกที่ดินสาธารณะหาดบางเทา-หาดฟรีดอม ขีดเส้นรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ก.ค.-ส.ค. นี้

4 second read
0
0
198

วันนี้ (23 มิ.ย. 69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะ และการถือครองที่ดินของกลุ่มทุนต่างชาติในลักษณะนอมินี ณ จังหวัดภูเก็ต โดย เปิดเผย ถึงความคืบหน้าการดำเนินงานในพื้นที่ เป้าหมาย 3 จุดหลัก ได้แก่ หาดบางเทา ซึ่งปัจจุบันกระบวนการสอบสวนกลุ่มผู้มีอิทธิพล และการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่วย ได้เข้าสู่ระบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด ขณะที่พื้นที่หาดฟรีดอม และหาดนุ้ย ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดย คาดว่า จะสามารถเข้าทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทั้งหมด ได้ภายในเดือนสิงหาคม และกลางเดือนกรกฎาคม นี้ ตามลำดับ เนื่องจากต้องเว้นระยะเวลาให้ผู้ได้รับผลกระทบดำเนินการอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนการตรวจสอบข้อมูลการเรียกรับผลประโยชน์ของผู้มีอิทธิพล ในปัจจุบันมีความคืบหน้า แล้ว กว่าร้อยละ 99

“ในประเด็นการตรวจสอบสิทธิ์การถือครองที่ดินของบุคคล ที่มีลักษณะเป็นนอมินี เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ชาวต่างชาติ นั้น กรมที่ดิน ได้ประสานความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบพบกลุ่มบริษัทเป้าหมายที่มีความเสี่ยง จำนวน 317 บริษัท ถือครองที่ดิน รวม 480 แปลง ซึ่งตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายชาวต่างชาติ ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินดังกล่าว รัฐบาล จึงเตรียมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายในการสั่งให้บังคับขายที่ดิน ตามกรอบเวลา หากไม่ปฏิบัติตามจะถือเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ในการเข้าดำเนินการ ทันที โดยพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว มักใช้วิธีหลบเลี่ยงในขั้นตอน การจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ในสัดส่วนหุ้นไทย และต่างชาติ ที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อจัดซื้อที่ดิน แต่หลังจากนั้น จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้ชาวต่างชาติ เข้ามาถือครองแทนในภายหลัง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมาย อย่างชัดเจน”

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่า กรมที่ดิน จะใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบบริษัท ทั้ง 317 ราย อย่างเข้มงวด พร้อมทั้งส่งต่อข้อมูลให้แก่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากพบพฤติการณ์ความผิดในลักษณะอำพราง ที่คล้ายคลึงกัน โดยมี ลักษณะเป็นตัวแทนถือหุ้นบังหน้า ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศสูงถึง เกือบ 6,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ข้อมูลผลการสืบสวน ระบุ ว่า พฤติการณ์ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย และสำนักงานบัญชี ที่ให้บริการจัดตั้งบริษัทนอมินี โดยพบหลักฐานการใช้ชื่อบุคคลคนเดียวกันเข้าไปถือหุ้น ในหลายบริษัท หรือการให้พนักงานในสำนักงานร่วมถือหุ้นบังหน้า ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะรับไปดำเนินการขยายผลทางคดี ต่อไป

“นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายขยายผลการตรวจสอบไปยังพื้นที่เป้าหมายอื่น ๆ ที่ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาตั้งรกราก และประกอบธุรกิจ อาทิ เกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และกรุงเทพมหานคร โดย คาดว่า จะมีความชัดเจนภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ นี้ ทั้งนี้ ยอมรับว่า รูปแบบการถือครองที่ดิน มีความสลับซับซ้อน และมีการใช้วิธีอำพรางสูง เช่น การให้บริษัทสัญชาติไทย ที่มีต่างชาติถือหุ้น ร้อยละ 49 เข้าไปถือหุ้นไขว้ในอีกบริษัทหนึ่ง เพื่อเพิ่มสัดส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความแม่นยำ และระมัดระวัง ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน อย่างละเอียด ตลอดจนการตรวจสอบเชิงลึก ถึงที่มาของการได้สัญชาติไทยของผู้ถือหุ้นบางราย ว่า ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อไป ว่า สำหรับกรณีที่มีการกล่าวอ้างสิทธิ์การถือครองที่ดินประเภทหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) ขอยืนยัน ว่า ชาวต่างชาติ ไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินดังกล่าว ยกเว้นกรณีสิทธิพิเศษภายใต้การส่งเสริมการลงทุน (BOI) เท่านั้น ส่วนกรณีการตรวจสอบพบการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ หรือพื้นที่ป่าไม้ กรมที่ดิน จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมป่าไม้ ในการพิสูจน์สิทธิ์และแนวเขต อย่างจริงจัง หาก พบว่า บุคคลใด บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ หรือนำพื้นที่สาธารณะไปแสวงหาผลประโยชน์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น การอ้างสิทธิ์นำไปปล่อยเช่าช่วงต่อให้แก่ประชาชน และผู้ประกอบการ จะต้องถูกดำเนินคดี และบังคับใช้กฎหมาย เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด ต่อไป

Cr. กระทรวงมหาดไทย PR

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อังคาร 23 มิถุนายน 2569 19:36:59 เข้าชม : 1679881 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

น้องเนเน่ (แพรว) คือ อนาคตของซุปเปอร์สตาร์ (หญิง) ร็อค อย่างแน่นอน !!!!

การทำนายนี้ ไม่ใช่เพียงคำพูดเปล่าๆ “จากคำทำนายในว … …