Home ข่าวเด่น ทันใจ รัฐบาล จีน หนุน โครงการ ‘ปัญญาประดิษฐ์ พลัส’ ใช้ตลาดเอไอ พลิกโฉม อุตสาหกรรม-ขับเคลื่อนการเติบโต

รัฐบาล จีน หนุน โครงการ ‘ปัญญาประดิษฐ์ พลัส’ ใช้ตลาดเอไอ พลิกโฉม อุตสาหกรรม-ขับเคลื่อนการเติบโต

14 second read
0
0
353

ปักกิ่ง, 31 มี.ค. (ซินหัว) — ในการประชุมจงกวนชุน (Zhongguancun Forum) ประจำปี 2026 ณ กรุงปักกิ่งของจีน บาร์อาหารที่ดำเนินงาน โดย ทีมหุ่นยนต์บริกรทั้งหมดได้รับความสนใจอย่างมาก จากสาธารณชน หุ่นยนต์เหล่านี้ สามารถปฏิบัติงานเฉพาะทางได้หลากหลาย ตั้งแต่การเสียบไม้ขนมถังหูลู่ การชงกาแฟ ไปจนถึงการจัดเตรียมและเสิร์ฟชุดอาหาร การดำเนินงานทั้งหมดนี้ ถูกควบคุมด้วยระบบส่วนกลาง และเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ลูกค้าเพียงแค่สแกนรหัสคิวอาร์ ก็จะได้รับอาหารภายใน 2 นาที โดยไม่ต้องใช้แรงงานมนุษย์แม้แต่น้อย

ในวันแรกของการเปิดตัว เคาน์เตอร์บาร์แห่งนี้ให้บริการไปแล้ว กว่า 100 ออเดอร์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มเทคโนโลยี แบบบูรณาการ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้หุ่นยนต์จากบริษัทต่าง ๆ สามารถทำงานสอดประสานกันเป็นทีม แทนที่จะต่างคนต่างทำ นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจาก “ปัญญาประดิษฐ์แบบเครื่องจักรเดี่ยว” ไปสู่ “ปัญญาประดิษฐ์แบบกลุ่ม” ภาพที่เกิดขึ้นนี้ ชี้ว่าอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ของจีน กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และกำลังเปลี่ยนจากการประยุกต์ใช้งานบนหน้าจอไปสู่โลกแห่งความจริง

รายงานการดำเนินงานของรัฐบาลจีน ในปี 2026 ได้นำเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจอัจฉริยะรูปแบบใหม่” และขยายขอบเขตโครงการริเริ่ม “ปัญญาประดิษฐ์พลัส” (AI Plus) ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากเศรษฐกิจดิจิทัล และส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านที่ปัญญาประดิษฐ์จะไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่เข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม รูปแบบธุรกิจ และการสร้างมูลค่า โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญ ระบุ ว่า ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่มีผลต่อการจัดสรรทรัพยากรและการส่งมอบบริการ

ความได้เปรียบในการแข่งขันของจีน อยู่ที่ความหลากหลายของข้อมูล ระบบอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม และสถานการณ์การประยุกต์ใช้งานที่กว้างขวาง โดยข้อมูลทางการ ระบุ ว่า ภายในปี 2025 อุตสาหกรรมหลักด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีน มีมูลค่าทะลุ 1.2 ล้านล้านหยวน (ราว 5.7 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ มากกว่า 6,200 แห่ง

อุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ ช่วยให้จีนสามารถเปลี่ยนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่จับต้องได้ ทั้งตลาดในประเทศ และระดับโลก กลยุทธ์การเติบโตในอนาคต มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มการประยุกต์ใช้งาน ในภาคส่วนต่าง ๆ เช่น การผลิต การเกษตร การศึกษา และการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ จีน ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ซให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผลักดันอุตสาหกรรมผู้ช่วยอัจฉริยะ (Intelligent agent) และเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานผ่านคลัสเตอร์การประมวลผลขนาดใหญ่

ทั้งนี้ ฐานการผลิตที่แข็งแกร่งของจีน ยังเป็นข้อได้เปรียบเฉพาะตัวของภาคอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่ง คาดว่า จะสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้นในช่วง 5 ปี ข้างหน้า ผู้นำในแวดวงวิชาการนิยามการเปลี่ยนแปลงนี้ ว่า เป็นการเปลี่ยนผ่านจาก “การเสริมศักยภาพด้วยดิจิทัล” ไปสู่ “การปรับโครงสร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์” โดยกลยุทธ์นี้ ถูก มองว่า เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ในการเพิ่มผลิตภาพ และเป็นโอกาสครั้งใหญ่ สำหรับนักลงทุนทั่วโลก การฟื้นฟูอุตสาหกรรมดั้งเดิมควบคู่ไปกับการสร้างโมเดลเศรษฐกิจใหม่ของจีน ส่งผลให้การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ของจีน นั้น สามารถสร้างแรงส่งให้กับเศรษฐกิจโลก

บาร์อาหารหุ่นยนต์ ที่จัดแสดงในการประชุมนี้ ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรม ว่า โครงการริเริ่มปัญญาประดิษฐ์พลัส สามารถนำมาใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างไร และเมื่อมีการบูรณาการปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกขยายวงออกไปไกลกว่าเพียงแค่ภายในประเทศจีน

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/565778_20260331 , https://en.imsilkroad.com/p/349958.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าชมการแสดงนิทรรศการถาวร ณ ศูนย์นิทรรศการจงกวนชุน (Zhongguancun Exhibition Center) ในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 25 มี.ค. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อังคาร 31 มีนาคม 2569 19:46:59 เข้าชม : 1687399 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

PROMISE รุก ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เปิด แคมเปญใหญ่ “เงินไม่พอ บอกพรอมิส” สมัครง่ายผ่านแอปฯ

บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ญาญ่า อุรัสยา … …