อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน กลับมาได้รับความสนใจจากนานาชาติ อีกครั้ง นับตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์จีน สร้างความประทับใจไปทั่วโลก ในงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับผู้บริโภคที่ลาสเวกัส ไปจนถึงการที่แคนาดา ประกาศ ปรับเปลี่ยนนโยบายการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ความกระตือรือร้นที่ทั่วโลก มีต่อรถยนต์จีนยังคงเพิ่มสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง
ในปี 2025 การผลิตและจำหน่ายรถยนต์ของจีน ต่างมียอด เกิน 34 ล้านคัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตและการจำหน่ายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ต่าง มียอดเกิน 16 ล้านคัน ครองอันดับหนึ่งของโลก เป็นปีที่ 11 ติดต่อกัน ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจเหล่านี้เน้นย้ำถึงแรงขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งของอุตสาหกรรมรถยนต์จีนในการสร้างนวัตกรรมและความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จุดแข็งของอุตสาหกรรมรถยนต์จีน มาจากระบบการผลิตอัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพ ห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศที่แข็งแกร่ง การยกระดับเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถในการแข่งขัน อย่างต่อเนื่อง จุดแข็งดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่ง ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างศักยภาพด้านนวัตกรรมของประเทศ และตลาดภายในประเทศ ที่มีขนาดใหญ่

หลายสิบปีก่อน จีน เริ่มต้นจากการนำเข้าเทคโนโลยีรถยนต์จากต่างประเทศ ปัจจุบัน จีน ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางที่ผู้ผลิตรถยนต์ข้ามชาติ ทั่วโลก เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน ใน “การร่วมสร้างสรรค์ และการวิจัยพัฒนาร่วมกัน” การเปลี่ยนแปลงนี้บ่งบอกถึงการมาถึงของยุค “การร่วมทุน 2.0” และสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของโอกาสในประเทศจีนปัจจุบัน
ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทรถยนต์ข้ามชาติรายหนึ่ง กล่าวว่า “จีน เป็นผู้นำในการพัฒนาและใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ” พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า การตามให้ทัน “ความเร็วของจีน” นั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการได้เปรียบในการแข่งขันในยุคการใช้พลังงานไฟฟ้า และการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบอัจฉริยะ
ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูงของบริษัทเรโนลต์ กรุ๊ป ผู้ผลิตรถยนต์จากฝรั่งเศสในจีน สามารถพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ได้ภายในเวลา เพียง 21 เดือน ขณะที่บริษัทโฟล์คสวาเกนได้ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดนอกประเทศเยอรมนีที่เมืองเหอเฟย มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของจีน สามารถลดระยะเวลาการวิจัยพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ลงได้ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์
ตัวอย่างเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก กำลังใช้ประโยชน์จากแรงผลักดันของจีน ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการดำเนินงานในระดับโลก ความร่วมมือซึ่งกันและกัน นี้ สร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ในหลายมิติ ซึ่งเอื้อต่อระบบนิเวศของอุตสาหกรรมรถยนต์ที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และมีพลวัตมากขึ้น

การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวที่เร่งเร็วขึ้นของจีนเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ยั่งยืนของทั่วโลก ในปี 2025 รถยนต์พลังงานใหม่ มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั้งหมดในประเทศจีน และกว่าครึ่งหนึ่งของรถยนต์พลังงานใหม่ของทั่วโลกวิ่งอยู่บนท้องถนนในประเทศจีน ในขณะเดียวกัน จีนส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 2.61 ล้านคันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปีก่อนหน้า
ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์ของจีน กำลังลดต้นทุนตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยี และขนาดการผลิต ทำให้การคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 6 มีนาคม 2569 17:16:59 เข้าชม : 1679442 ครั้ง



















