Home ข่าวเด่น ดิจิทัล จีน มุ่งสู่ ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ เดินหน้า หนุน การเปลี่ยนผ่านระดับโลก

จีน มุ่งสู่ ‘ไฟฟ้าสีเขียว’ เดินหน้า หนุน การเปลี่ยนผ่านระดับโลก

15 second read
0
0
240

ปักกิ่ง, 22 ธ.ค. (ซินหัว) — ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของโลก จีนประสบความสำเร็จครั้งสำคัญ ในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ซึ่งมีสัดส่วนถึงหนึ่งในสามของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้ ได้ปรับโฉมภูมิทัศน์ โครงสร้างอุตสาหกรรม ทั้งระดับประเทศ และระดับโลก ด้วยการบูรณาการแหล่งพลังงานหมุนเวียนเข้ากับชีวิตประจำวัน และการผลิตในภาคอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน อาทิ ชิงไห่ ซินเจียง และหนิงเซี่ย ได้เปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายอันกว้างขวางให้กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานหมุนเวียน โดยพื้นที่เหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแสงอาทิตย์ และกระแสลมที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับต้นทุนค่าที่ดินที่ต่ำ ในการผลิตพลังงานสะอาดปริมาณมหาศาล

ตำบลหมิ่นหนิง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการพัฒนา จากเดิมที่เป็นพื้นที่ยากจน สู่การเป็นเขตสาธิตพลังงานสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง โดยตำบลหมิ่นหนิงสามารถผลิตไฟฟ้า ได้มากกว่า 550 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ได้ถึง 188,300 ตัน พร้อมทั้งเป็นแหล่งพลังงานหลักให้แก่ภาคอุตสาหกรรมในท้องถิ่นและครัวเรือนกว่า 11,000 หลังคาเรือน

ตำบลหมิ่นหนิง ได้ใช้ระบบจัดเก็บพลังงานขั้นสูง ที่ช่วยกักเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ส่วนเกินในช่วงกลางวัน เพื่อนำออกมาใช้ร่วมกับพลังงานลมในช่วงกลางคืน โครงสร้างพื้นฐานนี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านระบบทำความร้อนของผู้อยู่อาศัย ลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในระดับสากล

ในมณฑลแถบชายฝั่งทะเลอย่างกว่างตง (กวางตุ้ง) และเจียงซู ได้มุ่งเน้นการสร้างคลัสเตอร์กังหันลมใกล้ชายฝั่ง (Offshore wind clusters) และระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบกระจายศูนย์ในบริเวณใกล้เคียงสวนอุตสาหกรรม กลยุทธ์นี้ สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูง ในท้องถิ่น พร้อมกับลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานและการส่งสัญญาณทางไกล

ความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมจีน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน ผ่านศักยภาพการผลิตชิ้นส่วนโซลาร์เซลล์ ซึ่งปัจจุบันครองส่วนแบ่งสูงถึง 80-90% ของผลผลิตทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัปของจีน เริ่มประสบความสำเร็จในการพัฒนาเชื้อเพลิงการบินที่ยั่งยืน (SAF) โดยการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนสีเขียวให้กลายเป็นเชื้อเพลิงเหลว

การบูรณาการทางเทคโนโลยีถือเป็นสิ่งสำคัญ จีน ได้นำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่ง (loT) มาใช้สร้าง “ศูนย์ประสานงานกลาง” (Nerve center) สำหรับโครงข่ายไฟฟ้า การเชื่อมต่อกันนี้ช่วยให้อุปกรณ์ประเภทต่างๆ สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการกระแสข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างเสถียรภาพในกับกระบวนการการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

ท้ายที่สุด จีน ได้ริเริ่มแบ่งปันความเชี่ยวชาญของตนสู่โลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการที่เปิดโอกาสให้วิศวกร จากนานาประเทศ เข้าศึกษาเทคโนโลยีโครงข่ายไฟฟ้าที่ล้ำสมัย ซึ่งช่วยให้ประเทศต่างๆ อาทิ เซอร์เบียและเปรู จัดการกับปัญหาความไม่เสถียรของโครงข่ายไฟฟ้าผ่านนวัตกรรม และแนวทางปฏิบัติของจีน

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/549149_20251222 , https://en.imsilkroad.com/p/348841.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : โครงการบูรณาการพลังงานความร้อนแสงอาทิตย์ และไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ขนาด 1 กิกะวัตต์ (GW) อำเภอซ่านซ่าน เมืองถู่หลู่ฟาน เขตปกครองตนเองซินเจียงทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 28 ก.ค. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : สถานีกักเก็บพลังงานร่วมภายในสวนอุตสาหกรรม ในตำบลหมิ่นหนิง อำเภอหย่งหนิง เมืองอิ๋นชวน เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 30 ก.ค. 2025)
(แฟ้มภาพซินหัว : โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนทุ่นลอยน้ำในทะเลของบริษัทซิโนเปก ชิงเต่า รีไฟน์นิง แอนด์ เคมีคอล ในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตงทางตะวันออกของจีน วันที่ 4 ก.ค. 2025)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ พุธ 24 ธันวาคม 2568  17:32:59 เข้าชม : 1679225 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วม หารือ พัฒนาระบบรถโดยสารประจำทาง ยกระดับความปลอดภัยและการเดินทางของประชาชน

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประช … …