Home ข่าวเด่น ทันใจ ‘น้ำมันแพง’ ตัวเร่ง อุปสงค์ ‘รถอีวีจีน’

‘น้ำมันแพง’ ตัวเร่ง อุปสงค์ ‘รถอีวีจีน’

18 second read
0
0
88

ปักกิ่ง, 27 มี.ค. (ซินหัว) — ในขณะที่รัฐบาลหลายประเทศ พยายามอย่างหนัก เพื่อจูงใจให้คนเปลี่ยนมาใช้ยานยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่เห็นผลเด่นชัด “ราคาน้ำมัน” กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในขณะนี้ เห็นได้ชัดจากโชว์รูมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) สัญชาติจีน ทั้งในฟิลิปปินส์และออสเตรเลีย ที่มียอดจองพุ่งสูงขึ้นล้อไปกับทิศทางราคาน้ำมันโลก

ความสนใจที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นผลพวงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงขึ้นเกือบร้อยละ 50 ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ซ้ำเติมภาระค่าใช้จ่ายของภาคครัวเรือนให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่สั่งสมมานานหลายปี ส่งผลให้ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีน ก้าวขึ้นมาครองความสนใจของผู้บริโภค โดยเฉพาะโชว์รูมของ BYD (บีวายดี) ที่กลับมาคึกคักทั่วภูมิภาคเอเชีย รวมถึงในกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ที่ความต้องการพุ่งสูงขึ้น เช่นเดียวกับในออสเตรเลียที่ยอดขายของบีวายดีและจีเอซี กรุ๊ป (GAC Group) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมจำนวนผู้เข้าชมโชว์รูมที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน

แดน วอลเตอร์ (Daan Walter) จากสถาบันวิจัยเอ็มเบอร์ (Ember) ชี้ให้เห็นว่า “น้ำมัน” คือ จุดอ่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด สำหรับประเทศที่ต้องการสร้างเกราะป้องกัน จากความผันผวนทางเศรษฐกิจ ผลวิเคราะห์ของเอ็มเบอร์ระบุว่า การเร่งขยายเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และปั๊มความร้อน อาจช่วยให้ประเทศผู้นำเข้าลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ถึงร้อยละ 70

การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ทั่วโลก ส่งผลบวกต่อความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนในระยะยาว แม้ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจะเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญ แต่การส่งออกยานยนต์ประเภทนี้ของจีนบ่งชี้ถึงฐานรากด้านการแข่งขันที่แข็งแกร่งมานานก่อนจะเกิดความผันผวนในปัจจุบัน โดยยอดการส่งออกยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์ไฮบริดในช่วงต้นปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ซุนเสี่ยวหง หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเพียงตัวเร่งปฏิกิริยาในระยะสั้น มากกว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักเชิงโครงสร้าง เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของจีนได้ก้าวเข้าสู่ระยะการผลิตจำนวนมากที่มีความพร้อมสูง โดยได้รับแรงหนุนจากห่วงโซ่อุปทานที่บูรณาการเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่การผลิตแบตเตอรี่ไปจนถึงการประกอบตัวรถ ส่งผลให้จีนมีความได้เปรียบทั้งในด้านต้นทุนที่แข่งขันได้และการพัฒนานวัตกรรมที่รวดเร็ว

ข้อมูลสถิติช่วยยืนยันความแข็งแกร่งของตลาดภายในประเทศของจีน โดยในปี 2025 ยอดการผลิตและจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 16 ล้านคัน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 50 ของยอดขายยานยนต์ใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่าจำนวนจุดชาร์จในจีนเพิ่มขึ้นแตะ 21.01 ล้านแห่ง สะท้อนการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตขึ้นถึงร้อยละ 47.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ในทางกลับกัน การเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกยังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นและเผชิญกับปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง โดยตัวแทนจากสมาคมผู้จำหน่ายยานยนต์จีน (CADA) ระบุว่า เครือข่ายจุดชาร์จสาธารณะที่ยังไม่หนาแน่นพอ ประกอบกับมาตรฐานที่กระจัดกระจาย ส่งผลให้ผู้บริโภคนอกเขตเมืองใหญ่เกิดความวิตกกังวลเรื่องระยะทางซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้า แม้ความต้องการในตลาดจะอยู่ในระดับสูงก็ตาม

การเติบโตในระยะยาวของยานยนต์พลังงานใหม่สัญชาติจีนในตลาดโลก ยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งจากความได้เปรียบด้านต้นทุนและนวัตกรรมทางเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนของอุปสงค์จะขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนทิศทางเชิงกลยุทธ์ จากเดิมที่เป็นเพียงการ “ส่งออกตัวรถ” ไปสู่การ “ส่งออกระบบนิเวศอุตสาหกรรม” แบบครบวงจร ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การสร้างห่วงโซ่อุปทานในท้องถิ่นไปจนถึงการจัดตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/565080_20260327 , https://en.imsilkroad.com/p/349906.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ยานยนต์จัดแสดงที่บูธของเป่ยชี่ (BAIC) ผู้ผลิตยานยนต์สัญชาติจีน ภายในงานแสดงยานยนต์และการปรับแต่งยานยนต์นานาชาติ (International Automobile and Tuning Show) ในกรุงบูดาเปสต์ของฮังการี วันที่ 13 มี.ค. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 27 มีนาคม 2569 19:14:59 เข้าชม : 1897633 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

บทบาทจีนกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชีย ภาพสะท้อน จาก เวที Boao Forum for Asia 2026

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลก กำลังเผชิญความไม่แน่นอน จากควา … …