ช่วงหลายปี ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว ขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นหนึ่งใน “นามบัตร” ของเศรษฐกิจจีนที่โดดเด่นมากขึ้นเรื่อยๆ
ข้อมูลล่าสุดที่สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์จีนเผยแพร่ เมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา ระบุ ว่า ในปี 2025 จีนมียอดการผลิตและจำหน่ายรถยนต์อยู่ที่ 34.531 ล้านคัน และ 34.40 ล้านคันตามลำดับ เพิ่มขึ้น 10.4% และ 9.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมียอดเกิน 30 ล้านคันติดต่อกันเป็นปีที่ 3 และครองอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 17 ในจำนวนนี้ รถยนต์พลังงานใหม่มียอดการผลิตและจำหน่ายอยู่ที่ 16.626 ล้านคัน และ 16.49 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 29% และ 28.2% ตามลำดับเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ครองอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกัน เป็นปีที่ 11 และยอดขายรถยนต์พลังงานใหม่คิดเป็น 47.9% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด
ประชาคมโลกตระหนัก ว่า ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน มิใช่เรื่องที่กล่าวอ้างขึ้นมาลอย ๆ หากแต่มีรากฐานมาจากกำลังการผลิตที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
ความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี คือ หัวใจสำคัญที่ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยเฉพาะในด้านรถยนต์พลังงานใหม่ จีนได้สร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ ตั้งแต่แบตเตอรี่ มอเตอร์ ระบบควบคุมไฟฟ้า ไปจนถึงการผลิตรถยนต์ทั้งคัน บริษัทอย่าง CATL และ BYD ต่างครองตำแหน่งสำคัญในตลาดโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีสำคัญ เช่น แบตเตอรี่พลังงานรุ่นใหม่ โครงสร้างระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ห้องโดยสารอัจฉริยะ และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ทำลายกำแพงเทคโนโลยีของประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำในกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและอัจฉริยะของโลกอีกด้วย
เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าชั้นนำผลักดันการส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ของจีนให้ก้าวขึ้นสู่ระดับใหม่อย่างต่อเนื่อง ในปี 2025 มียอดส่งออก 2.615 ล้านคัน เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าจากปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลพลังงานใหม่ส่งออก 2.532 ล้านคัน เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าจากปีก่อนหน้า และรถยนต์เชิงพาณิชย์พลังงานใหม่ส่งออก 83,000 คัน เพิ่มขึ้น 86.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จีนจำนวนไม่น้อยเริ่มตั้งฐานการผลิตและศูนย์วิจัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ทำให้การขยายสู่ต่างประเทศเปลี่ยนจากเดิมที่แค่เพียงการส่งออกสินค้า ไปสู่การส่งออกที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี มาตรฐาน และแบรนด์
ความสมบูรณ์และความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ จีนมีระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ครบวงจรที่สุดในโลก ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงการประกอบรถยนต์ทั้งคัน ก่อขึ้นเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่สอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพสูง โรงงานกิกะแฟคทอรีของเทสลาในเซี่ยงไฮ้ที่โด่งดังในเรื่อง “ความเร็วแบบจีน” ได้กลายเป็นแบบอย่างระดับโลก ซึ่งเบื้องหลังก็คือความสามารถในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์จีน
ขนาดตลาดที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องและการยกระดับการบริโภค ได้มอบเวทีอันกว้างใหญ่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์จีน จีนเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดต่อกันหลายปี อุปสงค์ภายในประเทศที่มหาศาลช่วยให้บริษัทท้องถิ่นมีโอกาสทดลอง ปรับปรุง และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีความต้องการด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และแบรนด์สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา และยกระดับศักยภาพของผลิตภัณฑ์ แบรนด์ท้องถิ่นอย่างจี๋ลี่ เกรทวอลล์ ฉางอัน เป็นต้น ต่างเปิดตัวรถยนต์ระดับพรีเมียม ซึ่งไม่เพียงได้รับการยอมรับในตลาดภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังเริ่มสร้างชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศอีกด้วย
สภาพแวดล้อมด้านนโยบายที่มีการปรับให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องก็เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน จากแนวคิด “ใช้ตลาดแลกเทคโนโลยี” ในช่วงแรก สู่ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในปัจจุบัน นโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนได้เปลี่ยนจากการคุ้มครองไปสู่การเปิดกว้างมากขึ้น ในขณะที่สภาพแวดล้อมทางการตลาดที่เปิดกว้างยิ่งขึ้นยังดึงดูดแบรนด์รถยนต์นานาชาติให้เข้ามามีส่วนร่วมในระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์จีนอย่างมาก ก่อให้เกิด “ปรากฏการณ์ปลาดุก” ที่ช่วยกระตุ้นการแข่งขันและยกระดับขีดความสามารถโดยรวม
แน่นอนว่า การยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ยังต้องเผชิญกับความท้าทาย เช่น การพึ่งพาการนำเข้าชิปและชิ้นส่วนบางประเภท ความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มของแบรนด์ที่ยังไม่สูงพอ และประสบการณ์ในการดำเนินงานระดับนานาชาติที่ยังไม่มากนัก แต่ความท้าทายเหล่านี้เองที่ชี้ทิศทางการพัฒนาในขั้นต่อไปของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน นั่น คือ การเปลี่ยนจากความได้เปรียบด้านขนาด ไปสู่ความได้เปรียบด้านคุณภาพ จากความได้เปรียบด้านการผลิต ไปสู่ความได้เปรียบด้านนวัตกรรม และจากความได้เปรียบด้านตลาดภายในประเทศ ไปสู่ความได้เปรียบในตลาดโลก
บนหนทางจาก “ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่” สู่ “ประเทศมหาอำนาจด้านยานยนต์” อุตสาหกรรมยานยนต์จีนกำลังมุ่งสู่ “เลนด่วน” แห่งการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างมั่นคง นี่ไม่เพียงเป็นชัยชนะของอุตสาหกรรม เท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนการยกระดับศักยภาพโดยรวมของภาคการผลิตจีนอีกด้วย เมื่อมองอนาคต ด้วยการเสริมสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงระบบนิเวศอุตสาหกรรม และการยกระดับคุณค่าแบรนด์ อุตสาหกรรมยานยนต์จีนย่อมจะครองตำแหน่งที่สำคัญยิ่งขึ้น ในโครงสร้างใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างแน่นอน
เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : พุธ 28 มกราคม 2569 14:38:59 เข้าชม : 1896511 ครั้ง



















