เมื่อไม่นานมานี้ จีน ได้ยื่น “เอกสารแสดงจุดยืนของจีน ว่าด้วยการปฏิรูปองค์การการค้าโลกภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน” ต่อองค์การการค้าโลก (WTO) นับเป็นเอกสารในแนวนโยบายฉบับแรกที่จีนเสนอเพื่อแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการปฏิรูป WTO อย่างครอบคลุมและเป็นระบบนับตั้งแต่มีการเริ่มกระบวนการปฏิรูป WTO เป็นต้นมา นี่คือ การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของจีนในการขับเคลื่อนให้มีการดำเนินการตามข้อริเริ่มว่าด้วยธรรมาภิบาลโลก และข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของจีนในการพิทักษ์ระบบการค้าพหุภาคีอย่างเด่นชัด
การปฏิรูป WTO เป็นประเด็นสำคัญในการกำกับดูแลเศรษฐกิจโลก ในปัจจุบัน เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2022 WTO ได้เริ่มกระบวนการปฏิรูปที่จำเป็น จนถึงปัจจุบันมีความคืบหน้าในบางด้าน เช่น การดำเนินงานของกลไกต่าง ๆ เมื่อเผชิญกับมาตรการภาษีฝ่ายเดียวที่บ่อนทำลายระเบียบการค้าโลก รวมถึงการที่ประเทศสมาชิกบางประเทศ ใช้กลไกการตัดสินใจในทางมิชอบ เพื่อขัดขวางการเจรจาพหุภาคี โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 สมาชิก WTO ได้เริ่มหารือเกี่ยวกับการปฏิรูป WTO อย่างละเอียด โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน เช่น ความผิดปกติในการดำเนินงานของ WTO บนพื้นฐานความคืบหน้าที่มีอยู่ก่อนหน้า การยื่นข้อเสนอปฏิรูป จึงกลายเป็นทางเลือกโดยธรรมชาติของสมาชิก จำนวนมาก เพื่อสนับสนุนกระบวนการดังกล่าวให้เดินหน้าต่อไป ได้ดียิ่งขึ้น
จีน เป็นผู้พิทักษ์ที่แน่วแน่ และผู้มีส่วนสนับสนุนอย่างแข็งขัน ต่อระบบการค้าพหุภาคี และสนับสนุนให้ WTO มีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการกำกับดูแลเศรษฐกิจโลก จีน เป็นฝ่ายริเริ่มเสนอให้มีการปฏิรูป WTO ที่จำเป็นเป็นรายแรก ๆ และได้เผยแพร่เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในปี 2018 และ 2019 เพื่อมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ต่อการเริ่มต้น และผลักดันกระบวนการปฏิรูปดังกล่าว ท่ามกลางความท้าทายที่รุนแรงและความต้องการการพัฒนาอย่างมากที่ระบบการค้าพหุภาคีกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน โดยจีนได้พิจารณาทั้งข้อเรียกร้องของตนเองและความห่วงกังวลของสมาชิกอื่น ๆ ก่อนที่จะยื่นเอกสารต่อ WTO ในครั้งนี้
เอกสารดังกล่าว ชี้ให้เห็น ว่า WTO ได้จัดให้มีหลักประกันเชิงระบบที่เปิดกว้าง ไม่เลือกปฏิบัติ มีเสถียรภาพ และสามารถคาดการณ์ได้สำหรับกระบวนการโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ แม้ระบบการค้าพหุภาคี จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีฝ่ายเดียว และสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าจะทวีความรุนแรงขึ้น แต่กฎเกณฑ์และกลไกของ WTO ยังคงเป็นแนวป้องกันสำคัญต่อความผันผวนทางการค้า ลัทธิฝ่ายเดียวและลัทธิกีดกันทางการค้าไม่ใช่ทางออกของปัญหา ทุกฝ่ายควรรับมือกับความท้าทายที่แท้จริงของโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือพหุภาคี การปฏิรูปภายในประเทศ ตลอดจนการพัฒนาที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ร่วมกัน
เอกสารยังเน้นย้ำ ว่า โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ เป็นกระแสประวัติศาสตร์ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้ WTO ควรให้ “การพัฒนา” เป็นศูนย์กลางของวาระการปฏิรูป เพื่อช่วยให้สมาชิกที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาคว้าโอกาสการเติบโตจากเศรษฐกิจดิจิทัล การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และปัญญาประดิษฐ์ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้ความสำคัญกับระบบเศรษฐกิจ และระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันของสมาชิก และพยายามสร้างฉันทามติว่าด้วยการแข่งขันที่เป็นธรรม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบการการค้าระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา กลายเป็นอุปสรรคหลักต่อระบบการค้าพหุภาคี หลังจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง ในเดือนมกราคม ปี 2025 ได้อ้างอิง “กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ” ของสหรัฐอเมริกา และออกคำสั่งฝ่ายบริหาร โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา เพื่อกำหนดมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรหลายรายการ หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ใช้อ้าง คือ การลดการขาดดุลการค้า อย่างไรก็ตาม ในปี 2025 สหรัฐอเมริกามียอดขาดดุลการค้าสินค้าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1.2409 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจากปีก่อนหน้า 25,500 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.1 ตัวเลขดังกล่าว สะท้อน ให้เห็นว่า มาตรการภาษีมีผลกระทบต่อระดับการขาดดุลโดยรวมของสหรัฐอเมริกาค่อนข้างจำกัด แต่ในทางกลับกัน นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์ได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อการค้าและการพัฒนาของเศรษฐกิจโลก
สิ่งที่ควรสังเกตคือ นโยบายภาษีของรัฐบาลทรัมป์ ได้ถูกภาคธุรกิจ และหลายรัฐของสหรัฐอเมริกา ยื่นฟ้องหลายครั้ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศคำวินิจฉัยในคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษี โดยตัดสินว่า การที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกา อาศัย “กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ” เพื่อเรียกเก็บ “ภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม” จาก คู่ค้า ซึ่งรวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเฟนทานิล นั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย
ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้ว ว่า สงครามภาษีและลัทธิกีดกันทางการค้า ไม่มีผู้ชนะ และไม่ใช่หนทางแก้ไขปัญหา อีกทั้ง ไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทุกฝ่าย ประชาคม ระหว่างประเทศ โดยทั่วไป ต่างเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกา ยกเลิกมาตรการภาษีฝ่ายเดียว ที่เรียกเก็บจากคู่ค้า และสนับสนุนกระบวนการปฏิรูปองค์การการค้าโลก เพื่อแสดงบทบาทอันพึงมีในการพิทักษ์ระบบการค้าพหุภาคี
เขียน โดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อังคาร 24 กุมภาพันธ์ 2569 17:21:59 เข้าชม : 1679882 ครั้ง



















