Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯคนใหม่ (สำรวจ ครั้งที่ 3) ทิศทางการเลือกตั้ง และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯคนใหม่ (สำรวจ ครั้งที่ 3) ทิศทางการเลือกตั้ง และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ”

11 second read
0
0
92

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯคนใหม่ (สำรวจ ครั้งที่ 3) ทิศทางการเลือกตั้ง และการลงประชามติรัฐธรรมนูญ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการ ที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมือง ด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ และความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดท า เพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูล จาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญ สำหรับ นักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่ เป็น “คลังสมอง ทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทย อย่างแท้จริง

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 07 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 30 ม.ค.-5 ก.พ. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาค ทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง (ภาพรวมและกรุงเทพมหานคร) และ จังหวัด ละ 400 ตัวอย่าง ใน 4 จังหวัด โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. “ยังไม่มีคนเหมาะฯ” ลดต่อเนื่อง ศึกชิง ธงนำตั้งรัฐบาลยังสูสี

∙ นายอนุทิน ชาญวีรกูล : 18.9% → 20.7% | นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : 15.2% → 19.2% ขยับขึ้นเป็นอันดับสูงสุด
∙ ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม : 17.7% (23.4% / 26.2%) ลดลงต่อเนื่อง
∙ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ : 12.1% → 15.1% | นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : 8.8% → 12% | นายพีระพันธุ์ 1.3% → 3.4% ขยับขึ้น
∙ กลุ่มที่ขยับลง : พลเอกรังษี 2.8% → 2.3%, คุณหญิงสุดารัตน์ 3.2% → 2%, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ 2.3% → 1.9%, ร.อ.ธรรมนัส 4.6% → 1.3%, บุคคล อื่น 5.3% → 4% ➡สะท้อน ว่า ประชาชน เริ่มตัดสินใจเลือกจากตัวเลือกที่มีจริง มากขึ้น ทำให้การแข่งขันชิงธงนำตั้งรัฐบาล ผันผวนสูง การแข่งขันหัวแถวสูสี และเปลี่ยนได้เร็ว ตามเหตุการณ์และความน่าเชื่อถือของแต่ละฝ่าย โดยเฉพาะช่วงโค้งสุดท้าย

2. ประชามติประเด็น เรื่อง รัฐธรรมนูญ ยังมีความเปราะบาง เห็นชอบยังเกินครึ่ง แต่ “คนไม่แน่ใจ/ไม่ แสดงความเห็น” เพิ่มขึ้น

∙ เห็นชอบ 50.9% (เดิม 53.0) | ไม่เห็นชอบ 20.9% (เดิม 23.4) แนวโน้มลดลง ∙ ไม่มีความเห็น 28.2% (เดิม 23.6) เพิ่มขึ้นชัด
∙ ประชาชนเข้าใจ ว่า “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” คืออะไร (ส ารวจโดย ) พบว่า ส่วนใหญ่เข้าใจ ว่า เป็นการยกร่างฉบับใหม่ (34.8 %) รองลงมา เข้าใจ ว่า เป็นการนำรัฐธรรมนูญ ฉบับเดิมมาแก้ไขบางมาตรา (28.4%) เข้าใจว่า แก้ไขบางมาตรา หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับก็ได้ (28.4%) และ ยังไม่แน่ใจ (8.4%)

KPI Poll#07 | 2
➡ ภาพรวมสังคมยังเปิดรับหลักการ แต่ยังไม่มั่นใจรายละเอียด สัดส่วน “ไม่มีความเห็น” ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนความไม่แน่ใจหรือความเข้าใจต่อการทำประชามติ ที่ยังไม่ชัดเจน คนจำนวนมาก ยังไม่มั่นใจผลลัพธ์ของการทำประชามติ อาจส่งผลต่อความชอบธรรมของการลงประชามติ ในอนาคตได้

3. แนวโน้มสภา มี 3 พรรคใหญ่ แต่ยังไม่มีพรรคเดียวครองเสียงข้างมาก ลำพัง จากการบูรณาการข้อมูลรอบด้าน โดยวิเคราะห์โครงสร้างคะแนน และฐานเสียงเดิมจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ร่วมกับ บริบททางการเมืองเฉพาะพื้นที่ ที่เปลี่ยนแปลงไป และผลสำรวจโพล ในช่วงโค้ง สุดท้าย สามารถคาดการณ์ความเป็นไปได้ของจำนวน สส. แต่ละพรรค ดังนี้

∙ ภูมิใจไทย 134–151 ที่นั่ง
∙ ประชาชน 128–143 ที่นั่ง
∙ เพื่อไทย 100–115 ที่นั่ง
∙ กล้าธรรม 28–38 ที่นั่ง | ประชาธิปัตย์ 21–26 ที่นั่ง | ประชาชาติ 9–11 ที่นั่ง ∙ พลังประชารัฐ 4–5 ที่นั่ง | ไทยสร้างไทย 3–4 ที่นั่ง | รวมไทยสร้างชาติ 3–4 ที่นั่ง ∙ เศรษฐกิจ 1-2 ที่นั่ง | เสรีรวมไทย 0-1 ที่นั่ง | พรรคอื่น ๆ 7–12 ที่นั่ง

➡ สะท้อนทิศทางสภามีแนวโน้มหลายขั้ว โจทย์ “รัฐบาลผสม” ยังเด่นโจทย์ใหญ่หลังเลือกตั้ง คือ การรวมเสียงเสถียรภาพในการบริหารประเทศ โดยพรรคขนาดกลาง จะเป็นตัวแปรสำคัญ และมีอิทธิพลสูง ในการกำหนดตัวผู้นำประเทศ คนใหม่

นอกจากนี้ ในการสำรวจครั้งนี้ ได้มีการเก็บข้อมูลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 เขต ได้แก่ เขตเลือกตั้งที่ 1,2,4,7,10,15,19,20,23 และ 33 รวมทั้ง 4 จังหวัดใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น ระยอง และ ภูเก็ต ด้วย

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 07

ผลสำรวจครั้งนี้ เป็นภาพแนวโน้มความรู้สึก และการตัดสินใจของประชาชน ก่อนวันเลือกตั้งจริง สรุป ได้ว่า การแข่งขันในกลุ่มผู้นำมีลักษณะสูสี และผันผวนสูง คะแนนของตัวเลือกอันดับต้น ๆ อยู่ในระยะใกล้กัน จึง สะท้อน ว่า “สนามก่อนวันเลือกตั้ง” ยังเปิดช่อง และมีโอกาสเปลี่ยนได้ตามเหตุการณ์การสื่อสารนโยบาย และความเชื่อมั่นต่อความสามารถในการแก้ปัญหา ประชาชนจำนวนหนึ่ง เริ่มเชื่อมโยงการตัดสินใจกับโจทย์หลังเลือกตั้ง มากขึ้น คือ ไม่ได้มองเฉพาะตัวบุคคล หรือพรรคที่ชอบเท่านั้น แต่คิดถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งรัฐบาล และเสถียรภาพการบริหารประเทศ สำหรับการลงประชามติ แม้ภาพรวมก่อน วันลงคะแนนจริง ยังโน้มไปทางเห็นชอบ แต่ยังมีประชาชนจำนวนมาก ที่ยังไม่มั่นใจ/ยังไม่ตัดสินใจ คำว่า “รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่” คำเดียวกัน แต่มี “ความหมายในใจ” ต่างกัน ดังนั้น ผลการลงประชามติจะเป็นเครื่องสะท้อนการทำงาน ของ กกต. พรรคการเมือง และ ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องถึงคุณภาพการให้ข้อมูล เพื่อการตัดสินใจ ซึ่งจะส่งผลต่อการกำหนดกติกาประเทศไทย หลังจากนี้

เผยแพร่ 8 ก.พ. หลังเวลา ปิดหีบ

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 18:52:59 เข้าชม : 1895366 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

อบจ.ภูเก็ต ร่วม เปิด โครงการ “Expert Caddie in Luxury Sport Business” ยกระดับบุคลากรกอล์ฟ สู่ Smart City ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น.ณ โรงเรียนภู … …