Home วาไรตี้ เมนูเด่น จับโอกาสที่สำคัญ ผลักดัน ความสัมพันธ์ จีน-ไทย สู่ มิติใหม่

จับโอกาสที่สำคัญ ผลักดัน ความสัมพันธ์ จีน-ไทย สู่ มิติใหม่

42 second read
0
0
635

จับโอกาสที่สำคัญ ผลักดันความสัมพันธ์จีน-ไทยสู่มิติใหม่

(บทสัมภาษณ์ เอกอัครราชทูต หลู่ย์ เจี้ยน โดย สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน)

เมื่อวันที่ 18-24 ตุลาคม ค.ศ. 2017 พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้จัดการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศ ครั้งที่ 19 ที่ กรุงปักกิ่งอย่างสมบูรณ์แบบ  ซึ่งเป็นการประชุมยิ่งใหญ่ ที่ ตรึงใจชาวจีนหลายร้อยล้าน คน ยังได้รับความสนใจจากทั่วโลก อีกด้วย ระยะนี้ มีเพื่อนๆชาวไทยจำนวนมากได้พูดคุยกับข้าพเจ้าเกี่ยวกับการประชุมสมัชชา ครั้งที่ 19 อยู่เป็นประจำ คำถามที่ถามกันมากที่สุด คือ การประชุมสมัชชาครั้งที่ 19 มีความสำคัญอย่างไร ต่อ ประเทศจีน  ส่งผลอย่างไร ต่อ ความสัมพันธ์จีน-ไทย และ เราจะพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทยอย่างไรต่อไป ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอแบ่งปันความรู้สึก และ ความคิดเห็นส่วนตัว ณ ที่นี้

  1. การประชุมสมัชชา ครั้งที่ 19 จะนำพาประเทศจีน สู่ กระบวนการพัฒนา ครั้งใหม่

การประชุมสมัชชา ครั้งที่ 19 เป็นการประชุมที่มีความสำคัญเชิงหลักชัย ซึ้งจัดขึ้นในขณะที่ประเทศจีน กำลังอยู่ในสภาวะ การสร้างสรรค์สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน และ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการพัฒนาประเทศชาติ ที่ประชุม ได้ข้อสรุปสำคัญ ๆ หลายประการด้วยกัน อาทิเช่น สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน ได้เข้าสู่ยุคใหม่ ความขัดแย้งหลักในสังคม ได้เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งระหว่าง ความต้องของประชาชน ที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กับ การพัฒนาที่ไม่สมดุล และ ไม่เต็มที่ ได้ระบุภารกิจทางประวัติศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เสนอยุทธศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ในการยึดมั่น และ พัฒนาสังคมนิยม ที่มีเอกลักษณ์ของจีน และ ได้มีการวางแผนอย่างบูรณาการ สำหรับ การพัฒนาของพรรคฯ และ ประเทศ

ความสำเร็จทางทฤษฏีที่สำคัญที่สุดของสมัชชา ครั้งที่ 19 คือ ได้กำหนดแนวคิดสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีน ในยุคใหม่ของ สี จิ้นผิงให้เป็นแนวคิด ชี้นำของพรรคฯ ซึ่งเป็นการสรุป จาก ผลสำเร็จเชิงทฤษฏี และ ประสบการณ์ในการบริหารประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่สมัชชา ครั้งที่ 18 เป็นต้นมา และ ได้รวบรวมเป้าหมายใหญ่ ภารกิจใหญ่ แผนงานใหญ่ พร้อมด้วยทิศทาง รูปแบบแห่งการพัฒนา พลังขับเคลื่อนสำหรับการพัฒนา และ ขั้นตอนทางยุทธศาสตร์ในการยึดมั่น และ พัฒนาสังคมนิยม ที่มีเอกลักษณ์ของจีน ซึ่งจะเป็นทฤษฏีชี้นำ ในการพัฒนากิจกรรมด้านต่าง ๆ ของประเทศจีน ต่อไป

สมัชชาครั้งที่ 19 ให้ความสำคัญในความใฝ่ฝันต่อชีวิตที่ดีของประชาชน อีกทั้ง ได้กำหนดยุทธศาสตร์และพิมพ์เขียวของสังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนในยุคใหม่ และ ได้ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนว่า ในปี ค.ศ. 2020 ประเทศจีนจะเข้าสู่สังคมอยู่ดีกินดีโดยถ้วนหน้า  ในปี ค.ศ. 2035 ประเทศจีน จะบรรลุสังคมนิยมที่ทันสมัยโดยทั่วไป  และ ในกลางศตวรรษนี้  ประเทศจีน จะเป็นประเทศสังคมนิยม ยุคที่ทันสมัย อย่างมั่งคั่ง มีประชาธิปไตย เป็นอารยะประเทศ มีความสันติ และ งดงาม

เพื่อให้ได้ภาพพิมพ์เขียว สำหรับ การพัฒนา ดังกล่าว กลายเป็นจริง  สมัชชา ครั้งที่ 19 ได้มีการวางแผนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคมและระบบนิเวศ  ฯลฯ โดยยึดแนวความคิด เกี่ยวกับ การพัฒนาใหม่ สร้างนวัตกรรมในรูปแบบการพัฒนา ในช่วงเวลาต่อไป  เราจะยึดการปฏิรูป เชิงโครงสร้าง ด้านอุปทาน เป็นหลัก  เพื่อผลักดัน การปฏิรูป วิธีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ปรับปรุงโครงสร้างวิสาหกิจ และ ระบบเศรษฐกิจให้มีความสมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น เพิ่มขีด ความสามารถในการแข่งขันและนวัตกรรมทางด้านเศรษฐกิจ  เราจะผลักดัน Internet +  Big Data AI และ ภาคเศรษฐกิจจริงให้มีความบูรณการ  เพื่อพัฒนาแรงขับเคลื่อนใหม่อย่างต่อเนื่อง เราจะศึกษาค้นหากลไกใหม่ และ ลู่ทางใหม่ สำหรับการพัฒนาอย่างสมดุลในภูมิภาค  สร้างกลุ่มเมืองระดับโลกแบบ  และ สร้างขั้วการพัฒนาใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ

สมัชชา ครั้งที่ 19 ได้เริ่มกระบวนการใหม่ ในการพัฒนาประเทศที่มีความทันสมัย ในระบบสังคมนิยมอย่างรอบด้าน จะนำมาซึ่งโอกาสแห่งการพัฒนาและความร่วมมือมากยิ่งขึ้น ระหว่าง จีน กับ นานาประเทศ ประตูที่เปิดกว้างของจีนจะไม่มีวันปิด และ จะเปิดกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ  อนาคตจะมุ่งเน้น ในการพัฒนา “The Belt and Road” เป็นหลัก  เสริมสร้างความร่วมมือ ในขีดความสามารถทางด้านนวัตกรรม เพื่อพัฒนาโครงสร้างการเปิดประเทศที่มีลักษณะเชื่อมโยง และ เกื้อหนุนซึ่งกันและกันทั้งทางบก และ ทางทะเล ทั้งภายในและนอกประเทศ และทั้งภาคตะวันออก และ ภาคตะวันตก เราจะดำเนินนโยบายเสรีที่เอื้อต่อการค้า การลงทุนที่มีระดับสูง สร้างนวัตนกรรม ในการลงทุนต่อต่างประเทศ  ส่งเสริม ความร่วมมือ ในความสามารถในการผลิต ก่อตั้ง เครือช่ายระดับโลก ในการค้าการ การลงทุน การระดมทุน การผลิตและการบริการ

ประเทศจีน ตระหนักดีว่า  ความฝันในการฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติจีน มีความสอดคล้องใกล้ชิด กับ ความฝันของประชาชนในประเทศต่างๆ  การที่ความฝันของประเทศจีนจะกลายเป็นความจริงนั้น  ปราศจาก สภาวะแวดล้อมอย่างสันติของโลกไม่ได้  และ ก็ปราศจากความสงบเรียบร้อยระหว่างประเทสไม่ได้เช่นกัน  รายงาน การประชุม สมัชชา ครั้งที่ 19 ได้ให้คำมั่นสัญญาว่า  ประเทศจีนจะยึดมั่นในเส้นทาง การพัฒนาอย่างสันติ  ยึดมั่นแนวคิดอันถูกต้องระหว่างศีลธรรม และ ผลประโยชน์  พัฒนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนกับทั่วโลก  ขยายจุดสมดุล ด้านผลประโยชน์ กับ ประเทศต่าง ๆ  ผลักดัน สร้างสรรค์ความสัมพันธ์ ระหว่างประเทศ รูปแบบใหม่ ที่เคารพซึ่งกันและกัน มีความเท่าเทียมกัน และ มีความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน  เราจะยึดมั่นในแนวคิดที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง และร่วมแบ่งปัน เข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูป และ สร้างธรรมาภิบาลโลก อย่างกระตือรือร้น  ผลักดันให้ระบบการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาสู่ทิศทางที่ถูกต้องและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ร่วมมือ กับ ทุกฝ่าย เพื่อสร้างโลกที่มีความสันติ อย่างถาวร มีความปลอดภัยเป็นปกติสุข มีความรุ่งเรืองร่วมกัน เปิดกว้าง และ เปิดรับระหว่างกัน และ มีความสะอาดงดงาม เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตอันดีงามของมนุษยชาติ

  1. การประชุมสมัชชา ครั้ง 19 ได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่ความร่วมมือจีน-ไทย

เมื่อไม่นานมานี้  ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงได้เข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการของผู้นำองค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ได้แสดงจุดยืนสำคัญ ในประเด็นปัญหาต่าง ๆ อาทิ เช่น การสร้างระบบเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกแบบเปิดกว้าง การผลักดันการพัฒนาเอเชียแปซิฟิกอย่างสร้างสรรค์ เกื้อหนุนกัน และ หลอมรวม เสริมความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนในเอเชียแปซิฟิกและการกำหนดเป้าหมาย สำหรับ การพัฒนา ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ฯลฯ ซึ่งได้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศจีนที่จะให้การพัฒนาของตนเองเป็นประโยชน์ ในการผลักดันการพัฒนาความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียแปซิฟิก หลังจาก สมัชชาครั้งที่ 19 ได้ปิดฉากลง  จีน-ไทยต่างก็เป็นประเทศที่สำคัญในเอเชียแปซิฟิก และ ก็เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกัน สมัชชาครั้งที่ 19 ได้ชี้นำ และ ผลักดันการพัฒนาของประเทศจีน ขณะเดียวกัน ก็ได้ช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แก่การพัฒนาของความสัมพันธ์จีน-ไทย ด้วย

(1) ดำเนินการแลกเปลี่ยน และ เรียนรู้ประสบการณ์ ด้านการบริหารประเทศในเชิงลึก เพื่อสร้างความมั่นใจ และ ความแน่วแน่ของทั้งสองประเทศในการเลือกเดินตามเส้นทางที่เหมาะสม กับ สภาพความเป็นจริงของตน การพัฒนาของประเทศจีน ได้ช่วยขยายทางเดินให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าสู่ความทันสมัย ประเทศจีน และ ประเทศไทย ต่างก็เป็นประเทศ กำลังพัฒนา ทั้งสองประเทศ อยู่ในช่วงการพัฒนาที่คล้ายคลึงกัน และต้องเผชิญกับภารกิจด้านการพัฒนาเหมือนๆกัน ประเทศจีน ได้ยึดถือแนวทางการพัฒนา ใหม่ที่เน้นนวัตกรรม ความสมดุล สีเขียว การเปิดกว้าง และ การแบ่งปัน ยืนหยัด ในการสร้างระบบเศรษฐกิจ สมัยใหม่ ส่วนประเทศไทย ได้ยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมียุทธศาสตร์ Thailand 4.0  Digital Thailand และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ฯลฯ อีกทั้ง ได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในอนาคตจีนและไทยสามารถแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ประสบการณ์ ระหว่าง กันในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อเติมเต็มระหว่างกัน ในด้านแนวคิดของการพัฒนา ยุทธศาสตร์การพัฒนา และ มาตราการในการปฏิบัติ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ ๆ ให้แก่การพัฒนาของสองประเทศ

(2) ดำเนินความร่วมมือรูปธรรมที่เอื้ออำนวยประโยชน์แก่กัน ในระดับที่สูงยิ่งขึ้นและมีคุณภาพดียิ่งขึ้น ร่วมกันผลักดัน การพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ยุทธศาสตร์และรูปแบบใหม่ ๆ ที่จีนใช้ในสร้างสังคมนิยม สมัยใหม่  เช่นการปฏิรูปเชิง โครงสร้าง ด้านอุปทาน การผลัดดันการแปรงสภาพอุตสาหกรรม และ การพัฒนารูปแบบใหม่ การดำเนินความร่วมมือ “The Belt and Road” นั้น ได้สร้างโอกาสครั้งประวัติศาสตร์สำหรับความร่วมมือจีน-ไทย  ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เคยกล่าวไว้ ว่า หุ้นส่วนสำคัญ อันดับแรก ของกาพัฒนา “The Belt and Road” คือ ประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ได้ประโยชน์อันดับแรก ๆ ก็คือ ประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  มีข้อได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์ และ สิ่งแวดล้อม ทางธุรกิจ ดังนั้นย่อมสามารถมีบทบาทสำคัญ และ ได้รับประโยชน์ระยะยาว จาก การดำเนินความร่วมมือ “The Belt and Road” หลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีน ได้สั่งสมประสบการณ์มาก ในการพัฒนา Digital Economy  เศรษฐกิจแบบแชร์ร่วมกัน และ พลังงานใหม่ ประเทศจีนกำลังมุ่งมั่นพัฒนาเขตใหม่ สยงอัน และ อ่าวกวางตุ้ง ฮ่องกง และ มาเก๊า ยินดีที่จะหารือ ความร่วมมือ ทางด้านนี้กับประเทศไทย

(3) ขยายความร่วมมือในกิจการระหว่างประเทศ และ กิจการภูมิภาค เพื่อสร้างประชาคมเอเซีย ที่มีชะตากรรมร่วมกัน  ประเทศจีนให้ความสำคัญต่อการทูตกับประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาความสัมพันธ์ กับ ประเทศเพื่อนบ้าน ตามแนวคิดที่เป็นการเอง มีความจริงใจต่อกัน เอื้ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน และเปิดกว้างเปิดรับ โดยยึดถือ นโยบายต่างประเทศ ที่อยู่ด้วยกันอย่างดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และถือประเทศเพื่อนบ้านเป็นหุ้นส่วนกัน เรายึดถือหลักธรรมาภิบาลโลก ที่เน้น ร่วมคิด ร่วมสร้าง และ ร่วมแบ่งปัน มีส่วนร่วมในกระบวนการปฏิรูปและสร้างระบบธรรมาภิบาลโลกอย่างกระตือรือร้น ฝ่ายจีนให้ความสำคัญต่ออิทธิพล และ บทบาทของประเทศไทยในกิจการระหว่างประเทศ และ กิจการภูมิภาค ได้เชิญประเทศไทย เข้าร่วมการประชุม G20 ที่ หางโจว ในฐานะประธานกลุ่ม 77 ประเทศ เชิญประเทศไทย เข้าร่วมประชุมสนทนา ระหว่างประเทศ ตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้กรอบกลไกความร่วมมือ BRICS โดยในฐานะที่เป็นตัวแทนของภูมิภาค ฝ่ายจีนยินดี ที่จะสนับสนุนประเทศไทย เข้าร่วมกิจการระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายสัมพันธไมตรีจีน-ไทย สู่ ความร่วมมือ ในพหุภาคี สร้างคุณูปการต่อสันติภาพ และ การพัฒนาของโลก

  1. ข้อแนะนำต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย ในอนาคต

ภายใต้ความพยายามจากทั้งสองฝ่าย ความสัมพันธ์หุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ อย่างรอบด้านจีน-ไทย ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ความรักความผูกพันที่เป็น “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน ”นั้น ได้หยั่งรากฝันลึก ในใจของประชาชนทั้งสองประเทศ  ในจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ใหม่ การยกระดับความสัมพันธ์จีน-ไทย ประจวบกับโอกาสที่หายาก สอดคล้องกับผลประโยชน์และความปรารถนาร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

–  ส่งเสริม การไปมาหาสู่กัน เพื่อเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ทางการเมือง และ ไมตรีจิต ผู้นำทั้งสองประเทศ มีการไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิดฉันญาติมิตร มายาวนาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ พระองค์อื่น ๆ ได้เสด็จเยือนจีนหลายครั้ง  ในยุคใหม่นี้ ควรจะรักษาประเพณีอันดีงามนี้ ส่งเสริมการเยือนซึ่งกันและกันในระดับสูง แสดงบทบาท ชี้นำในระดับสูง  ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงได้พบปะหารือหลายครั้งกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้บรรลุความเข้าใจตรงกัน เกี่ยวกับ ความร่วมมือ ด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นการสนับสนุนในทางการเมืองต่อการพัฒนา ความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศ ไม่นานมานี้ นายจาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีจีน ในฐานะที่เป็นผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสี  จิ้นผิง ได้เดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายจีน ให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์จีน-ไทย และ มิตรภาพของประชาชนชาวจีน ที่มีต่อประเทศไทย ฝ่ายจีน ยินดีต้อนรับพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ผู้บริการระดับสูงของสภานิติบัญญัติ รัฐบาล กองทัพ และ หน่วยราชการอื่นไปเยือนประเทศจีน เพื่อหารือแลกเปลี่ยน ความคิดเห็น เกี่ยวกับ ความร่วมมือทวิภาคี การบริหารประเทศ และ ประเด็นอื่นเป็นที่สนใจร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางร่วมกัน ในการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

–  กล้าคิด สร้างนวัตกรรม ผลักดันความร่วมมือในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ที่เอื้อประโยชน์แก่กัน  ประเทศจีนและประเทศไทยกำลังเผชิญภารกิจร่วมกัน ซึ่งได้แก่ ผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม อย่างสมดุล และ พ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง  ดังนั้น ทั้งสองประเทศควรขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า ผลักดันการยกระดับ การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม ทั้งเป็นการเพิ่มเทคโนโลยีแก่สาขาอุตสาหกรรมดั้งเดิม และ เป็นการส่งเสริมความร่วมมือในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ หลายปีที่ผ่านมา  ประเทศเราทั้งสอง เกิดความร่วมมือ ในสาขาอุตสาหกรรมใหม่ๆหลายสาขา เช่น E-commerce โลจิสติกส์  ดาวเทียม ระบบการนำทาง ฯลฯ  วิสาหกิจชั้นนำของจีน อาทิ Alibaba , JD.COM , Huawei ได้มาลงทุนในประเทศไทย จะเป็นประโยชน์ต่อความร่วมมือระหว่างประเทศ เราทั้งสองสู่ระดับที่สูงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง ฝ่ายจีนยินดีส่งเสริมและผลักดันให้วิสาหกิจจีนที่มีศักยภาพทั้งด้านเงินทุนและเทคโนโลยี เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ยินดีผลักดันให้ความร่วมมือโครงการรถไฟนำความผาสุกให้แก่ประชาชนชาวไทยโดยเร็ววัน  การแก้ไขปัญหาความยากจน เป็นภารกิจสำคัญของการพัฒนาสังคม ประเทศจีนได้บรรลุเป้าหมายให้ประชากรกว่า 60 ล้านคน หลุดพ้นจากความยากจน ฝ่ายจีน ยินดีที่จะเสริมสร้างความร่วมมือ และ แบ่งปัน ประสบการณ์ กับ ฝ่ายไทย ในการแก้ไขปัญหาความยากจน

–  เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางด้านสังคม วัฒนธรรมเชิงลึก และ รอบด้านอย่างไม่หยุดยั้ง  ทั้งจีน และ ไทย เป็นประเทศที่มีอารยธรรมรุ่งโรจน์ยาวนาน การแลกเปลี่ยนทางด้านสังคมและวัฒนธรรมมีศักยภาพการพัฒนาอย่างสูง  จีน-ไทย ได้ดำเนินความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด แต่ละปี มีประชาชนไปมาหาสู่กันเกิน 10 ล้านคน ดังนั้น ทั้งสองประเทศ สามารถดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นประจำ เช่น เทศกาลวัฒนธรรม เทศกาลภาพยนตร์ เทศกาลโทรทัศน์ ฯลฯ ประเทศจีนและประเทศไทย มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดทางด้านศึกษา ขณะนี้มีนักศึกษาจีนที่ศึกษาในไทย 31,000 คน ในขณะเดียวกัน มีนักศึกษาไทยเรียนที่จีน มากกว่า 20,000 คน เราควรส่งเสริมให้เยาวชนทั้งสองประเทศมีการมีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพิ่มพูนความเข้าใจและมิตรภาพ อาชีวศึกษาเป็นปริมณฑลที่สำคัญในความร่วมมือ ด้านการศึกษาระหว่างจีน-ไทย ฝ่ายจีนสนับสนุนให้โรงเรียนและสถาบันอาชีวศึกษาขยายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยน ยินดีต้อนรับ ฝ่ายไทย เข้าร่วมประกวดทักษะนานาชาติซึ่งจะจัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้ในปี 2021 นอกจากนี้ ฝ่ายจีน สนับสนุน การแลกเปลี่ยน ระหว่าง นักวิชาการ คลังปัญญา การอบรมบุคลากร และเทคโนโลยี และ สื่อมวลชน

–  ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด  ขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคและระดับโลก ฝ่ายจีนยินดีทึ่จะร่วมกับฝ่ายไทย  ผลักดันและยกระดับคุณภาพ สำหรับ ความร่วมมือจีน-อาเซียน ผลักดัน ความร่วมมือ ลานช้าง-แม่โขง ประสบความสำเร็จใหม่ เพื่อเป็นแบบอย่างของความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เปิดกว้างและเปิดรับ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพิทักษ์แนวโน้ม ที่มีการพัฒนาที่ดีและเปิดกว้างของภูมิภาค เป็นประโยชน์ต่อการสร้างประชาคมเอเชียที่มีชะตากรรมร่วมกัน ทั้ง จีน และ ไทยควรเสริมสร้างความเข้มแข็งในการประสานความร่วมมือในกรอบ APEC  ACD  ASEM และภายใต้กรอบ ความร่วมมือ สหประชาชาติ ร่วมกันผลักดัน ความร่วมมือ ระหว่างประเทศ เพื่อวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030

การพัฒนาความร่วมมือฉันมิตรระหว่างจีน-ไทยนั้น เป็นนโยบายทางการทูตที่มีความสำคัญอันดับต้นๆของจีน กับ ประเทศเพื่อนบ้าน ความสัมพันธ์จีน-ไทยเป็นต้นแบบของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน ข้าพเจ้าเชื่อว่า พร้อมด้วย สังคมนิยมที่มีเอกลักษณ์ของจีนเข้าสู่ยุคใหม่ การทูตประเทศใหญ่ที่มีเอกลักษณ์ของจีนได้ทุ่มเทกำลังในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่และประชาคมมนุษยชาติที่มีชะตากรรมร่วมกัน ซึ่งมีลักษณะที่เคารพซึ่งกันและกัน มีความเป็นธรรม ร่วมมือและชนะด้วยกัน ย่อมจักต้องเป็นแรงขับเคลื่อนความร่วมมือจีน-ไทย ใหม่  เมื่อเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก  ขอเพียงแต่ทั้งสองฝ่ายดำเนินความร่วมมือด้วยความจริงใจ กล้าบุกเบิก จับโอกาสที่สำคัญ รับมือ กับความท้าทาย ร่วมกัน ความสัมพันธ์จีน-ไทย ย่อมจะมีอนาคตที่สดใส และ รุ่งโรจน์ อย่างแน่นอน ///

Cr. ภาพข่าว : สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน

TAG : 0  0 Google +0      เขียนเมื่อ :  17  พฤศจิกายน  2560  06:14:55  เข้าชม : 1987432  ครั้ง

 

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In วาไรตี้ เมนูเด่น
Comments are closed.

Check Also

ปธน.สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ ในพิธีเปิดงาน มหกรรมแสดงสินค้า จีน-อาเซียน และ การประชุมสุดยอด ว่าด้วยการค้า และ การลงทุน จีน-อาเซียน ครั้งที่ 17

วันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.2020 กรุงปักกิ่ง ท่านผู้นำทุกปร … …