Home เศรษฐกิจ สถานการณ์น้ำมันดิบ และ น้ำมันสำเร็จรูป สัปดาห์ วันที่ 1-5 เม.ย. 62 และ คาดการณ์สัปดาห์ วันที่ 8-12 เม.ย. 62 โดย ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

สถานการณ์น้ำมันดิบ และ น้ำมันสำเร็จรูป สัปดาห์ วันที่ 1-5 เม.ย. 62 และ คาดการณ์สัปดาห์ วันที่ 8-12 เม.ย. 62 โดย ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

2 min read
0
0
565

สถานการณ์น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป สัปดาห์วันที่ 1-5 เม.ย. 62 และคาดการณ์สัปดาห์วันที่ 8-12 เม.ย. 62 โดยทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ราคาน้ำมัน เฉลี่ย รายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น ทุกชนิด โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้น 1.81 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 69.49 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเวสท์เท็กซัสฯ (WTI) เพิ่มขึ้น 2.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 62.36 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบดูไบ (Dubai) เพิ่มขึ้น 1.84 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 68.77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 95 เพิ่มขึ้น 1.23 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 77.48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 0.77 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อยู่ที่ 81.05 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงบวก

•สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในลิเบีย โดยกองกำลังติดอาวุธ กลุ่ม Libyan National Army (LNA) ภายใต้ผู้นำ อดีตนายพล Khalifa Haftar ซึ่งมีอิทธิพลอยู่ทางภาคตะวันออก เคลื่อนย้ายกองกำลังเข้าสู่เมืองหลวง Tripoli และปะทะกับกองทัพที่ยังภักดีต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี Fayez al-Serraj ซึ่งนานาชาติให้การรับรอง ล่าสุดเมื่อ 8 เม.ย. 62 สนามบิน Mitiga อยู่ทางตะวันออกของกรุง Tripoli ประเทศลิเบียถูกถล่มทางอากาศจนต้องปิดทำการ และการสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่ายอาจส่งผลกระทบต่อการผลิตและการส่งออกน้ำมัน (ปัจจุบันลิเบียผลิตน้ำมันที่ระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน)

•กลุ่ม OPEC+ ลดปริมาณการผลิตน้ำมันต่อเนื่อง โดย Reuters Survey รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC 14 ประเทศ ในเดือน มี.ค. 62 ลดลงจากเดือนก่อน 280,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 30.40 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2558 ทั้งนี้ อัตราความร่วมมือตามข้อตกลง (Compliance Rate) ของกลุ่ม OPEC 11 ประเทศ (ไม่รวมอิหร่าน เวเนซุเอลา และลิเบีย) อยู่ที่ 135 % (ผลิตน้ำมันลดลง 1.099 ล้านบาร์เรลต่อวัน MoM สูงกว่าข้อตกลงในเดือน ต.ค. 61 ที่จะผลิตน้ำมันลดลง 812,000 บาร์เรลต่อวัน)

•สถานการณ์การเมืองในเวเนซุเอลา นาย Nicholas Maduro แถลงผ่านสื่อโทรทัศน์ว่าได้อนุมัติแผนปันส่วนกระแสไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 30 วัน หลังเกิดเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศถึง 4 ครั้งในเดือน มี.ค. 62 ล่าสุด Bloomberg รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลา ในเดือน มี.ค. 62 ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 600,000 บาร์เรลต่อวันจากเดือน ก.พ. 62 ที่ผลิตปริมาณ 1.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเหตุไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา PDVSA ยังไม่สามารถกลับมาเดินเครื่องหน่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดิบ (กำลังการกลั่น 700,000 บาร์เรลต่อวัน) ได้เต็มกำลังจนถึงสิ้นเดือน เม.ย. 62

•ตัวแทนจากกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ (Under-Secretary of the Treasury of Terrorism and Financial Intelligence) นาง Sigal Mandelker ซึ่งเดินทางเยือนประเทศในภูมิภาคเอเชีย เน้นย้ำว่าการค้าและการขนส่งน้ำมันเป็นหนึ่งในยุทธวิธีที่อิหร่านใช้เพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ล่าสุด รัฐบาลสหรัฐฯ แถลงว่าผู้นำเข้าน้ำดิบจากอิหร่าน จำนวน 3 ประเทศ จากทั้งหมด 8 ประเทศ ซึ่งได้รับการผ่อนผัน (กำหนดสิ้นสุดต้นเดือน พ.ค. 62) ได้หยุดนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่าน และรัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนผลักดันมาตรการคว่ำบาตรต่อไป เพื่อให้อิหร่านหยุดการส่งออกน้ำมันทั้งหมด

•ซาอุดิอาระเบียขู่ หากสหรัฐฯ ผ่านกฎหมาย No Oil Producing and Exporting Cartels Act ( NOPEC) ซึ่งจะเปิดช่องให้สหรัฐฯ สามารถฟ้องประเทศผู้ผลิตน้ำมัน โดยอาศัยกฎหมายต่อต้านการผูกขาด (Anti-trust Lawsuit) ซาอุดิอาระเบียจะขายน้ำมันดิบโดยไม่ใช้เงินสกุลดอลลาร์ และถอนการลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่าเกือบ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 160,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

•ICE รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ Brent ในตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 เม.ย. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับสถานะถือครองสุทธิ (Net Long Position) เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 26,625 สัญญา มาอยู่ที่ 348,660 สัญญา และ CFTC รายงานสถานะการลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดนิวยอร์กและตลาดลอนดอน สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 2 เม.ย. 62 กลุ่มผู้จัดการกองทุนปรับ Net Long Position เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 7,779 สัญญา มาอยู่ที่ 250,989 สัญญา

ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ

•EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ของสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มี.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 7.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 449.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 100,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ระดับ 12.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (New Record High)

•Genscape รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบในมลรัฐ Alberta ของแคนาดา สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มี.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 221,000 บาร์เรล อยู่ที่ระดับ 35 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบทางรถไฟ ในเดือน มี.ค. 62 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 6,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 150,000 บาร์เรลต่อวัน บ่งชี้สภาวะ Over Supply

•Baker Hughes Inc. รายงานจำนวน Rig ขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 5 เม.ย. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 15 แท่น มาอยู่ที่ 831 แท่น เพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์

แนวโน้มราคาน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น ต่อเนื่อง แตะ ระดับสูงสุด ในรอบ 5 เดือน โดยน้ำมันดิบ ICE Brent ทะลุผ่านระดับ $71/BBL ปิดที่ $71.10/BBL และ NYMEX WTI ปิดที่ $64.40/BBL โดยตลาดวิตกว่าอุปทานน้ำมันอาจตึงตัว นอกเหนือจากความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ที่จะดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน และเวเนซุเอลาแล้ว มีข่าวเหตุการณ์การต่อสู้อย่างรุนแรงในลิเบีย ระหว่างกองกำลังของนายพล Khalifa Haftar ผู้นำรัฐบาลทางฝั่งตะวันออก และฝ่ายของนายกรัฐมนตรี Fayez al-Serraj แม้ว่าสหประชาชาติต่างเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง อย่างไรก็ตามมีข่าวรัสเซียและประเทศ Non-OPEC อาจยุติความร่วมมือในการลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบกับกลุ่ม OPEC ในการประชุมเดือน มิ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยนาย Kirill Dmitriev, Head of Russian Sovereign Wealth Fund – RDIF ให้สัมภาษณ์ว่า การที่รัสเซียอาจตัดสินใจกลับมาผลิตน้ำมันที่ระดับปกติมิได้หมายความว่า รัสเซียยกเลิกความร่วมมือกับกลุ่ม OPEC เพียงแต่ในขณะนี้ตลาดน้ำมันเริ่มกลับสู่ภาวะสมดุล รัสเซียยังคงให้ความสำคัญ และ ร่วมมือกับ OPEC และพันธมิตร ไม่ว่าจะเพิ่ม/ลดปริมาณการผลิตเมื่อตลาดต้องการ ให้ติดตามความคืบหน้ากรณี Brexit ในสัปดาห์นี้ หลังจาก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นาง Theresa May ขอเลื่อนกำหนดการออกจากสหภาพยุโรปออกไปเป็นวันที่ 30 มิ.ย. 62 จาก กำหนดเดิม ในวันที่ 12 เม.ย. 62 ทั้งนี้ หากรัฐสภาสหราชอาณจักรยังไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ก่อนวันที่ 23 พ.ค. 62 สหราชอาณาจักรจะต้องเข้าร่วมการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป ด้านเทคนิค สัปดาห์นี้ คาดว่า ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 69.50 – 73.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ NYMEX WTI อยู่ในกรอบ 62.50 – 66.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบ Dubai จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 68.80- 72.30 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

สถานการณ์ราคาน้ำมันเบนซิน

ราคาน้ำมันเบนซิน เฉลี่ย รายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น เนื่องจากคณะกรรมาธิการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (National Development and Reform Commission: NDRC) ประกาศลดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินที่ 225 หยวน/ตัน (33.4 เหรียญสหรัฐฯ/ตัน) ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 62 และมีข่าวโรงกลั่นญี่ปุ่นปิดซ่อมบำรุง อาทิ Fuji Oil Co. ปิด CDU ที่โรงกลั่น Sodegaura (กำลังการกลั่น 143,000 บาร์เรลต่อวัน) ช่วงต้นเดือน พ.ค. 62 เป็นเวลาประมาณ 30 วัน และโรงกลั่น Sakai (กำลังการกลั่น 135,000 บาร์เรลต่อวัน) ของบริษัท JXTG Nippon Oil & Energy ปิดซ่อมบำรุงหน่วย Fluid Catalytic Cracking ตั้งแต่ 15 พ.ค. 62 เป็นระยะเวลา 2 เดือน และมีข่าวการผละงานประท้วง (Strike) ที่โรงกลั่นน้ำมัน Pernis (404 KBD) และโรงงานปิโตรเคมี Moerdijk ของบริษัท Royal Dutch Shell ประเทศเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 62 ด้านปริมาณสำรอง EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ที่สหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มี.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 1.8 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 236.8 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม Nayara Energy ของอินเดียออกประมูลขายน้ำมันเบนซิน 92 RON และ 95 RON ปริมาณชนิดละ 240,000-260,000 บาร์เรล ส่งมอบ 26-30 เม.ย. 62 และ Formosa Petrochemical Corp. ของไต้หวันส่งออกน้ำมันเบนซิน 92 RON ปริมาณ 250,000 บาร์เรล ส่งมอบ 20-24 พ.ค. 62 และ IES รายงานปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 เม.ย. 62 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 240,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 15.88 ล้านบาร์เรล สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันเบนซินจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 76.50 – 80.50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
สถานการณ์ราคาน้ำมันดีเซล

ราคาน้ำมันดีเซล เฉลี่ย รายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น เนื่องจาก NDRC ของจีนประกาศลดเพดานราคาขายปลีก น้ำมันดีเซล ที่ 200 หยวน/ตัน (29.7 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน) ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 62 นอกจากนี้อุปสงค์น้ำมันดีเซลเพื่อการเดินเรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยบริษัท Royal Vopak อยู่ระหว่างสร้างถังเก็บเพิ่มขึ้น ความจุรวม 67,000 ลูกบาศก์เมตร กำหนดเสร็จสิ้นปลายปี 2562 เพื่อรองรับข้อบังคับ International Maritime Organization (IMO) 2020 และ มีข่าวโรงกลั่น Pernis Oil (กำลังการกลั่น 400,000 บาร์เรลต่อวัน) ประเทศเนเธอร์แลนด์ โรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปของบริษัท Royal Dutch Shell ต้องลดกำลังการกลั่น ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย. 62 หลังกลุ่มสหภาพแรงงานประท้วงขอขึ้นค่าแรง และโรงกลั่น Donges (กำลังการกลั่น 220,000 บาร์เรลต่อวัน) ของบริษัท Total ในประเทศฝรั่งเศสจะปิดซ่อมบำรุงช่วงปลายเดือน เม.ย. – มิ.ย. 62 ด้านปริมาณสำรอง EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ที่สหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 29 มี.ค. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 128.2 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 3 เดือน และ IES รายงาน ปริมาณสำรองน้ำมันดีเซลเชิงพาณิชย์ที่สิงคโปร์ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 3 เม.ย. 62 ลดลงจากสัปดาห์ก่อน 460,000 บาร์เรล มาอยู่ที่ 10.93 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มีรายงานอินเดียและไต้หวันส่งออก อาทิ Mangalore Refinery and Petrochemicals Ltd. ออกประมูลขายน้ำมันดีเซล 0.05%S ปริมาณ 485,000 บาร์เรล ส่งมอบ 12-14 เม.ย. 62 และ Formosa Petrochemical Corp. (FPC) ส่งออกน้ำมันดีเซล 0.05%S และ 0.001%S ปริมาณชนิดละ 500,000 บาร์เรล ส่งมอบ 2 – 6 พ.ค. 62 และ 7- 11 พ.ค. 62 ตามลำดับ และ Platts คาดการณ์โรงกลั่น RAPID Pengerang and Petrochemicals (กำลังการกลั่น 300,000 บาร์เรลต่อวัน) ทางตอนใต้ของมาเลเซีย ซึ่งร่วมทุนระหว่าง Petronas กับ Saudi Aramco เริ่มเปิดเมื่อปลายเดือน ม.ค. 62 จะดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 4 ด้านเทคนิคในสัปดาห์นี้คาดว่าราคาน้ำมันดีเซล จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 81.00 – 85.00 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ บาร์เรล ///

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In เศรษฐกิจ
Comments are closed.

Check Also

ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท จับมือ 5 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ถกยุทธศาสตร์กระตุ้น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปี 2564 พร้อมเปิดตัว “One Million Baht Club” ครั้งแรกในไทย

บรรยายภาพ: วิทวัส วิภากุล (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้ … …