Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ประเทศไทย

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง เขียนบทความในหนังสือพิมพ์ประเทศไทย

12 second read
0
0
554

ฯพณฯ หลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เขียนบทความในหัวข้อ ร่วมแรงร่วมใจร่างพิมพ์เขียวความร่วมมือ ในเอเชียตะวันออกที่ดีงาม ในหนังสือพิมพ์มติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ BANGKOK POST ซิงเสียนเยอะเป้า ก่อนเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๓๕ และ การประชุมสุดยอดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บทความ ดังต่อไปนี้

การประชุมผู้นำความร่วมมือเอเชียตะวันออก ประจำปี 2019 ใกล้จะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้เดินทางมาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ข้าพเจ้าในฐานะนายกรัฐมนตรีจีน เดินทางมาเยือนประเทศไทย ประเทศที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้ม จึงรู้สึกอบอุ่นดั่งเดินทางมาเยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง และ เพื่อนบ้าน ขอถือโอกาสนี้ ขอบคุณเจ้าภาพประเทศไทยที่ได้ใช้ความพยายาม ในการเตรียมความพร้อม สำหรับ จัดการประชุมครั้งนี้ ข้าพเจ้ารอคอยที่จะได้พบปะพูดคุยกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เดินทางมาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างมิตรสัมพันธ์ระหว่างกัน และ ร่วมกันปรึกษาหารือถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือในเอเชียตะวันออก

เอเชียตะวันออกเป็นบ้านเมืองร่วมกันของเรา ข้าพเจ้ารู้สึกปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นความร่วมมือในเอเชียตะวันออก ได้รักษาแนวโน้มการพัฒนาที่แข็งแกร่ง โดยความร่วมมือระหว่างจีน-อาเซียนได้แสดงบทบาทนำหน้า และ ปรากฏสภาพที่คึกคัก มีชีวิตชีวา จีนเป็นหุ้นส่วนการค้าใหญ่ที่สุดของอาเซียนต่อเนื่องกันมาเป็นเวลา 10 ปี ขณะที่อาเซียนก็กระโดดขึ้นมาเป็นหุ้นส่วนการค้าใหญ่ อันดับ 2 ของจีนในปีนี้ สินค้าที่มีลักษณะเฉพาะของประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลากหลายชนิด เช่น ทุเรียนจากไทย มาเลเซีย กล้วยหอมจากฟิลิปปินส์ ข้าวจากกัมพูชา กาแฟจากเวียดนาม และ ปาล์มน้ำมันจากอินโดนีเซีย ได้เข้าสู่ครอบครัวของชาวจีนทั่วไป นับวันมากขึ้น ขณะที่สินค้าคุณภาพดีของจีน เช่น สมาร์ทโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่นเด็ก ก็ได้รับความนิยมจากประเทศอาเซียนเช่นกัน

เอเชียตะวันออก ยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ช่วงกว่า 70 ปี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา เอเชียตะวันออกได้รักษาสภาวะแวดล้อมที่มีสันติภาพ และ เสถียรภาพ โดยรวม ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ในการพัฒนาเศรษฐกิจที่ทั่วโลก จับตามอง ปี 2018 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพีของ10 ประเทศอาเซียน บวกจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ รวมแล้วคิดเป็น 27% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลก ยอดมูลค่าการค้าต่างประเทศของ 13 ประเทศดังกล่าวคิดเป็น 26 % ของยอดมูลค่าการค้าต่างประเทศทั่วโลก สัดส่วนส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจโลกคิดเป็นประมาณ 60% ซึ่งหากคิดเฉพาะจีนประเทศเดียวก็มากกว่า 30 % เราได้รับมือกับผลกระทบจากวิกฤติการเงินสองครั้งด้วยความสำเร็จ ได้พยายามส่งเสริมสนับสนุนเสรีภาพและความสะดวกทางการค้า และ การลงทุน ได้ลงลึกการหลอมรวมทางเศรษฐกิจของภูมิภาค จึงทำให้เอเชียตะวันออกพัฒนาเป็นหนึ่ง ในภูมิภาคที่มีชีวิตชีวา และ มีศักยภาพมากที่สุดในโลก

ขณะนี้ แรงกดดันเศรษฐกิจขาลงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลัทธิกีดกันทางการค้า และลัทธิเอกภาคีนิยมผงาดขึ้น ทำให้การพัฒนาของเอเชียตะวันออกต้องเผชิญกับการท้าทายใหม่ ด้วยสาเหตุดังกล่าวนี้ ประเด็นปัญหาต่างๆ เช่น จะป้องกันและต้านความเสี่ยงอย่างไร จะรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจ และลงลึกความร่วมมือที่อำนวยประโยชน์แก่กันด้วยวิธีการใด เพื่อเพิ่มพูนความผาสุกของประชาชนนั้น จึงเป็นประเด็นปัญหาที่เราต้องร่วมพิจารณาและปรึกษาหารือกันจากประสบการณ์ความร่วมมือ และ กระบวนการพัฒนา ในเอเชียตะวันออก เราสามารถได้ข้อสรุป ชี้แนะ ดังต่อไปนี้

ประการแรก ต้องรักษาสันติภาพ และ เสถียรภาพ การพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง จึงจะมีหลักประกัน ประเทศอาเซียนมีความสามัคคีกัน ร่วมมือกัน และช่วยเหลือกัน ได้ก่อตั้งประชาคมอนุภูมิภาคแห่งแรก ในประวัติศาสตร์ของเอเชีย และ ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์อาเซียน ที่ได้รับการชื่นชมจากชาวโลก จีนยืนหยัดเดินบนหนทางการพัฒนาที่สันติมาโดยตลอด ยึดมั่นในแนวทางการต่างประเทศรอบข้าง ที่จะเป็นมิตรกัน มีความจริงใจต่อกัน อำนวยประโยชน์แก่กัน และยอมรับกัน ริเริ่ม และ ปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคง ที่มีความปลอดภัยร่วมกัน ครอบคลุมทุกด้านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่วมมือกัน และมีความยั่งยืน เพิ่มพูนความน่าเชื่อถือทางการเมืองกับประเทศรอบข้างอย่างต่อเนื่อง และเป็นพลังหลักในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพของภูมิภาคนี้ จีน และ อาเซียน ได้ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด โดยยึดมั่นในหลักการแห่งการเปิดประเทศ ยอมรับต่อกัน เคารพซึ่งกันและกัน และ พูดคุยเจรจากัน ร่วมกันจัดตั้งกลไกความร่วมมือของภูมิภาคที่ถืออาเซียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เป็นพื้นฐานแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และ ความเจริญรุ่งเรืองของเอเชียตะวันออก

ประการที่สอง ต้องขับเคลื่อนการเปิดสู่ภายนอกและความร่วมมือ จึงสามารถบรรลุการอำนวยประโยชน์แก่กัน และ ได้ชัยชนะร่วมกัน การปฏิรูปและเปิดประเทศของจีนไม่เพียงได้บรรลุการพัฒนาของตน แต่ยังได้สร้างโอกาสสำคัญให้แก่โลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศรอบข้างของจีน ซึ่งรวมทั้งประเทศอาเซียนด้วย จีนนำหน้าทำการเจรจากับอาเซียนในการสร้างเขตการค้าเสรี และ ได้จัดตั้งเขตการค้าเสรีประเทศกำลังพัฒนา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกปีนี้ เขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนบรรลุการยกระดับสูงขึ้น กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าได้รับการปรับปรุงดีขึ้น กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการเข้าถึงตลาดมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขอบเขตความร่วมมือได้ขยายออกไปกว้างขึ้น นอกจากนี้ จีนและประเทศอาเซียนร่วมกันผลักดัน การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค(RCEP) ทุ่มเทกำลังในการก่อตั้งเขตการค้าเสรีที่มีประชากรมากที่สุด ประกอบด้วยสมาชิกที่มีโครงสร้างหลากหลายที่สุด และมีศักยภาพมากที่สุดในโลก รวมทั้ง สร้างตลาดขนาดใหญ่ในเอเชียที่เปิดสู่ภายนอกมากขึ้น

จีน และ ประเทศอาเซียนร่วมสร้าง “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” คุณภาพสูง ทุ่มเทกำลังในการบรรลุการเชื่อมต่อในระดับสูง ในอนาคตอันใกล้ การโดยสารรถไฟจากเมืองคุนหมิงมากรุงเทพฯ จะกลายเป็นจริงขึ้น

จีน และ ประเทศอาเซียน ร่วมสร้างสภาวะแวดล้อมการนวัตกรรมที่เปิดสู่ภายนอก มีการร่วมมือกัน และไม่เลือกปฏิบัติต่อกัน ทั้งสองฝ่ายจะถือโอกาสปีแห่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจดิจิทัลในปีหน้า กระชับความร่วมมือในด้านการสื่อสาร 5 จี ปัญญาประดิษฐ์ ข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) เทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things) และ เมืองอัจฉริยะ ร่วมกันรับประโยชน์จากการนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี

ประการที่สาม เสริมการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมจะสามารถทำให้ความสัมพันธ์มีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางสายไหมทางทะเลที่เริ่มเปิดขึ้นเมื่อสองพันกว่าปีก่อนนั้นได้นำมาซึ่งการติดต่อไปมาหาสู่กันทางทะเลที่รุ่งโรจน์ อีกทั้งยังเป็นสักขีพยานต่อประวัติศาสตร์การไปมาหาสู่กันอย่างใกล้ชิดระหว่างจีนกับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์รัฐมิตราภรณ์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูตสันถวไมตรียอดเยี่ยมในการพัฒนามิตรสัมพันธ์ระหว่างจีน และ ไทย นั้น เป็นเรื่องดีงามอีกเรื่องหนึ่ง ในการพัฒนามิตรสัมพันธ์ระหว่างจีน และ ไทย ตลอดจน จีน และ อาเซียน

พร้อม ๆ กับการไปมาหาสู่กันระหว่างจีน และ ประเทศอาเซียน นับวันมีความใกล้ชิดยิ่งขึ้น ประชาชนทั่วไปจำนวนมากขึ้นทุกวัน จะกลายเป็นทูตสันถวไมตรีระหว่างจีน และ อาเซียน ปัจจุบัน เที่ยวบินตรงระหว่างจีน และ ประเทศอาเซียน มีประมาณสัปดาห์ละ 4,500 เที่ยวบิน เมื่อปีที่แล้ว ประชาชนของทั้งสองฝ่ายที่เดินทางไปมาหาสู่กันมีจำนวน 57 ล้าน คน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด จากนักท่องเที่ยวจีน เมื่อปีที่แล้ว นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยเกิน 10 ล้าน คน นักเรียนประเทศอาเซียนที่มาศึกษาต่อที่จีนมีประมาณ 1 แสนคน โครงการทุนการศึกษา สำหรับ บุคลากรดีเด่นจีน-อาเซียนที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีนี้ จะช่วยสนับสนุนเยาวชนดีเด่นของประเทศอาเซียนมากขึ้น มาเรียนต่อที่ประเทศจีน จีนมีสำนวนว่า “เกื้อกูลผูกสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน แน่นแฟ้นกว่าญาติที่อยู่ไกลกัน” จีน และ ไทย เป็นพี่น้องกันอยู่แล้ว เชื่อมั่นว่า จีน และ ประเทศอาเซียน จะใกล้ชิดกันมากยิ่ง ๆ ขึ้น จะเป็นครอบครัวเดียวกันที่มีอนาคตร่วมกัน

ประการที่สี่ ต้องยืนหยัดในการพูดคุยเจรจากัน และ ปรึกษาหารือกัน จึงสามารถบรรลุความเห็นพ้องต้องกันได้ วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกมีลักษณะพิเศษที่ถือความปรองดองกันเป็นสิ่งล้ำค่า มีการประนีประนอมกัน รวมทั้ง ถือสันติสุข และ ความกลมกลืนกันเป็นสิ่งสำคัญมาก ขณะที่รูปแบบของอาเซียนเน้นการปรึกษาหารือกันเพื่อบรรลุความเห็นที่เป็นเอกฉันท์ และ ต้องคำนึงถึงความสบายของทุกฝ่าย วัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันทำให้เรายืนหยัด ในการจัดการกับข้อขัดแย้งอย่างเหมาะสมโดยผ่านการพูดคุยเจรจากัน และ ปรึกษาหารือกัน มีปัญหาอะไรก็แก้ไขเสียด้วยวิธีพูดคุยกัน

จีน และ บางประเทศอาเซียน มีข้อพิพาทเขตแดน และ สิทธิประโยชน์ทางทะเล ในทะเลจีนใต้จริง แต่ปัญหาทะเลจีนใต้ไม่เพียงแต่ ไม่ได้กระทบถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างจีน-อาเซียน แต่กลับยังกลายเป็นอีกด้านหนึ่งแห่งความร่วมมือ ระหว่าง ทั้งสองฝ่าย เราร่วมกันปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (DOC)อย่างรอบด้าน และ พยายามขับเคลื่อนการเจรจา ในการจัดทำแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้( COC) เมื่อปีที่แล้ว ข้าพเจ้าเสนอให้จัดทำแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ให้เสร็จเรียบร้อยภายในปี 2021 ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากทุกฝ่าย

ขณะนี้ การอ่านวาระที่ 1 ของร่างเนื้อหาการเจรจาเพื่อจัดทำแนวทางปฏิบัติ ในทะเลจีนใต้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ก่อนเวลากำหนด และ วาระที่ 2 ได้เริ่มดำเนินการอย่างราบรื่น จากการพูดคุยเจรจากัน และปรึกษาหารือกัน จีน และ ประเทศอาเซียน จะสามารถบรรลุแนวทางปฏิบัติ ในทะเลจีนใต้ที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของภูมิภาคนี้ มีเนื้อแท้ มีคุณภาพสูง และมีผลผูกมัดอย่างแน่นอน พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์ของภูมิภาคนี้ เพื่อให้ทะเลจีนใต้เป็นทะเลแห่งสันติภาพ มิตรภาพ และ ความร่วมมือ

ข้าพเจ้า เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทย ปีหน้าเป็นวาระครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน และ ไทย ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยืนอยู่บนจุดเริ่มต้นใหม่ที่สืบทอดอดีต และมุ่งหน้าสู่อนาคต เราจะต้องใช้ความพยายามทวีคูณ เน้นกระชับความร่วมมือด้านสำคัญ ๆ เช่น การเชื่อมโยงด้านต่างๆ การนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การประสานทักษะของภาคการผลิต และ ความร่วมมือกับฝ่ายที่สาม เพื่อเติมพลังขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนา และสร้างประโยชน์มากขึ้นให้แก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ขอให้เราร่วมมือกันในยุคใหม่ ร่วมกันบรรเลงเพลงแห่งมิตรภาพจีน-ไทย ร่วมร่างพิมพ์เขียวความร่วมมือ ในเอเชียตะวันออกที่ดีงาม ///

ภาพข่าว : นสพ.ไชน่า ซินหัวนิวส์ MOU นสพ.อาณาจักรนิวส์ สนับสนุน จาก เว็บไซด์ข่าว สาธารณรัฐประชาชนจีน

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : 2 พฤศจิกายน 2562 21:01:28 เข้าชม : 1895288 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ศึกชิงดำ นายก อบจ.ภูเก็ต เดิมพัน 3 พรรคใหญ่ หนุน วัดบารมี ใครเหนือกว่า ซิว !

การเมืองระดับท้องถิ่น เลือกตั้ง นายก อบจ.ภูเก็ต และ ส.อ … …