Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ 2490-2563 : นักเคลื่อนไหว นักการเมือง หลานปู่ผู้นำรัฐประหาร ลูกชายนายกฯที่ถูกปฏิวัติ จากไปอย่างสงบ ด้วยวัย 72 ปี

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ 2490-2563 : นักเคลื่อนไหว นักการเมือง หลานปู่ผู้นำรัฐประหาร ลูกชายนายกฯที่ถูกปฏิวัติ จากไปอย่างสงบ ด้วยวัย 72 ปี

9 second read
0
0
225

ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีต นักการเมือง และ นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม และ สิทธิมนุษยชน เสียชีวิตแล้ว เมื่อ 19:10 น. ของวันที่ 11 มิ.ย. หลังต่อสู้กับมะเร็ง มากว่า 5 ปี

เขาเกิด เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2490 หนึ่งเดือนก่อนปู่ของเขา คือ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ นำลูกชาย คือ ร.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และกลุ่มทหารจำนวนหนึ่ง ได้แก่ น.อ.กาจ กาจสงคราม, พ.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์, พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์, พ.อ.ถนอม กิตติขจร, พ.ท.ประภาส จารุเสถียร และกองกำลังทหารยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ตั้งแต่กลางดึกของ 7 พ.ย. 2490 ไปจนเสร็จสิ้นในวันที่ 8 พ.ย.

ไกรศักดิ์ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ที่โคนลิ้นตั้งแต่ประมาณ ปี 2558 ก้อนเนื้อที่ลำคอโตขึ้นทำให้เขาพูดไม่ถนัดนักและไม่สามารถกลืนอาหารได้ จึงต้องให้อาหารเหลวทางหน้าท้อง ระหว่างที่ป่วย ไกรศักดิ์ยังคงติดตามสถานการณ์การเมือง สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ ลูกสาวคนโตของไกรศักดิ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Tisana Choonhavan Marchal’ ว่า “คุณพ่อ Kraisak Choonhavan ได้จากโลกนี้ไปแล้ววันที่ 11 มิถุนายน 2563 เวลา 19:10 น. หนูภูมิใจที่สุดที่ได้เกิดเป็นลูกพ่อ ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้เกิดเป็นลูกพ่อทุกชาติไป”

เดือน ส.ค.2562 คณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปกรุงเทพฯ ร่วมกับเครือข่ายกัลยาณมิตรได้ร่วมกันจัดงานเนื่องในวาระครบรอบ 72 ปีของไกรศักดิ์ภายใต้ชื่องาน “อุดมการณ์ไม่แปรผัน ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ 72 ปี” โดยไกรศักดิ์ได้เดินทางไปร่วมงานด้วยในวันที่ 16 ส.ค. ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาปรากฏตัวต่อสาธารณะ

หลังจากนั้น ไกรศักดิ์ เข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อ ส่งผลให้อาการดีขึ้นอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา อาการกลับทรุดลง โดยมีลูกสาว 2 คน—ธิษะณา และ ขวัญตา—คอยดูแลอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเสียชีวิตอย่างสงบ ที่ โรงพยาบาลศิริราช

บีบีซีไทยได้สัมภาษณ์พิเศษ ไกรศักดิ์ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2562 ว่าด้วยความหวังสุดท้ายต่อสังคมการเมืองไทย จึงขอนำบทสัมภาษณ์นี้มานำเสนออีกครั้งโดยปรับปรุงเรื่องช่วงเวลาให้เป็นปัจจุบัน

“ก่อนผมตาย… อยากจะเห็นประเทศไทยดีกว่าที่มันเป็นอยู่” ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตสมาชิกวุฒิสภาวัย 72 ปี พูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก เพราะก้อนเนื้อร้ายในลำคอโตขึ้น จนทำให้การพูดเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ไกรศักดิ์ ต่อสู้กับมะเร็งโคนลิ้นมานานกว่า 5 ปี แล้ว แม้ความเจ็บป่วยจะทำให้เขาต้องหยุดพักงานทั้งด้านการเมือง การปกป้องสิทธิมนุษยชน และสิ่งแวดล้อมที่ทำมาตลอดหลายสิบปี แต่ไกรศักดิ์ยังคงติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองอยู่เสมอ

อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนักวิจารณ์สังคมและรัฐบาลฝีปากกล้าคนหนึ่ง การที่ความเจ็บป่วยบังคับให้เขาห่างหายไปในช่วงที่สถานการณ์การเมืองและสังคมไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างเข้มข้น อาจทำให้หลายคนอดนึกไม่ได้ว่าหากไกรศักดิ์ยังโลดแล่นอยู่ในแวดวงการเมือง-ภาคประชาสังคม เขาจะคิดเห็นต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร

“สุขภาพแย่ พูดเกือบไม่ได้แล้วตอนนี้ หมอต้องให้ยาแก้ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำคีโมอยู่ แต่โอกาสที่จะรอดมันน้อยมาก” ไกรศักดิ์สนทนากับบีบีซีไทยที่บ้านพักในซอยราชครู ซึ่งเขาอาศัยอยู่กับลูกสาวทั้งสองคน

บ้านเรือนไทยของไกรศักดิ์ตั้งอยู่บนที่ดินราว 3 ไร่ ของครอบครัวชุณหะวัณ ใกล้ ๆ กันเป็นบ้านหลังใหญ่ที่ พล.อ.ชาติชายผู้ล่วงลับ เคยใช้ชีวิตอยู่กับคู่ชีวิต-ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ ปัจจุบันท่านผู้หญิงในวัย 100 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งในซอยเดียวกัน

ไกรศักดิ์ เลือกที่จะไม่รักษาโรคมะเร็งด้วยการผ่าตัดเพราะคิดว่าเป็นการ “ทรมานตัวเองเกินไป” จึงใช้เคมีบำบัดบวกกับการรักษาไปตามอาการ แต่ก้อนเนื้อก็ยังโตขึ้นจนทำให้ไม่สามารถกลืนอาหารได้ จึงต้องให้อาหารเหลวทางหน้าท้อง

ไกรศักดิ์ ไม่ได้ทดท้อกับความเจ็บป่วย แต่ก็ยอมรับความจริงว่าความหวังที่อาการจะดีขึ้นริบหรี่เต็มทน เขาเคยบอกกับลูกสาวทั้งสอง ว่า “พ่อคงอยู่อีกไม่นาน” ดังนั้นเมื่อเขาเอ่ยถึง “สิ่งที่อยากเห็น” ในเวลาชีวิตที่เหลืออยู่ จึงไม่ได้เป็นเพียงโวหารสวย ๆ แต่เขาย่อมหมายความตามนั้นจริง ๆ

ชีวิตไกรศักดิ์ฉบับย่อ

นอกจากเป็นที่รู้จักในฐานะลูกชายของอดีตนายกฯ คนที่ 17 ของไทยแล้ว ไกรศักดิ์หรือที่สื่อมวลชนและเพื่อนพ้องน้องพี่เรียกอย่างสนิทสนมว่า “อาจารย์โต้ง” ยังเป็นที่รู้จักในบทบาทของนักการเมือง สมาชิกวุฒิสภาชุดประวัติศาสตร์ที่มาจากการเลือกตั้ง นักต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน ตลอดจนศิลปินและนักดนตรีที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการก่อตั้งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ชีวิตทางการเมืองของเขาเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งของปี 2531 เมื่อ พล.อ.ชาติชายผู้เป็นบิดาเดินมาบอกเขาว่า “พรุ่งนี้คงได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ นะ โต้งมาช่วยตั้งทีมที่ปรึกษาหน่อย” ไกรศักดิ์ ซึ่งอยู่ในแวดวงนักวิชาการหัวก้าวหน้าในเวลานั้นจึงชักชวนเพื่อนนักวิชาการมาตั้งทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีว่า “ทีมบ้านพิษณุโลก” โดยตัวเขาเองมีตำแหน่งเป็นนักวิจัยประจำคณะที่ปรึกษา

หลังจากรัฐบาลชาติชายถูกรัฐประหารในปี 2534 ครอบครัวชุณหะวัณแยกย้ายกันเดินทางออกนอกประเทศ ผ่านไปปีกว่า ๆ ไกรศักดิ์กลับมาเมืองไทยและเข้าร่วมชุมนุมในเหตุการณ์พฤษภา 2535 อย่างเงียบ ๆ ต่อมาเขาก็รับตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. นายพิจิตต รัตตกุล (2539-2542)

ปี 2543 ไกรศักดิ์ชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ว.นครราชสีมา และนั่งเป็นประธานกรรมาธิการการต่างประเทศของวุฒิสภา ซึ่งเป็นช่วงที่เขาทำงานเคลื่อนไหวด้านต่างประเทศ สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อย่างเข้มข้น

หลังหมดวาระการเป็น ส.ว. ไกรศักดิ์สมัครเข้าพรรคประชาธิปัตย์และดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าพรรค ก่อนจะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อในการเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2550 จนกระทั่งสิ้นสุดสมาชิกภาพเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในขณะนั้นประกาศยุบสภาในเดือน พ.ค. 2554

ไม่ผิดนักที่จะบอกว่าเขาเป็นคนที่ใกล้ชิดและได้รับผลกระทบโดยตรงจากรัฐประหารมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย ไกรศักดิ์เกิดในปีที่ปู่แท้ ๆ ของเขา–จอมพลผิน ชุณหะวัณ ก่อการรัฐประหารในปี 2490 และเมื่อฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของปู่ทำรัฐประหารในปี 2500 พ่อแม่ก็ต้องหอบเขาไปอยู่อาร์เจนตินา แล้วในปี 2534 รัฐบาลของพ่อ–พล.อ.ชาติชาย ที่เขาเป็นที่ปรึกษาอยู่ก็ถูกรัฐประหาร

ก่อนการรัฐประหาร 2549 ไกรศักดิ์เป็นคนหนึ่งที่ร่วมวิจารณ์และต่อต้านทักษิณ ชินวัตร และเคยขึ้นเวทีคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่ก็ถอยออกมาเมื่อเห็นว่าการเคลื่อนไหวส่อแววเรียกทหารออกมาปฏิวัติ

หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ไกรศักดิ์ก็ออกมาวิจารณ์รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและนโยบายที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

ไกรศักดิ์บอกเสมอว่าเขาเป็น “ฝ่ายซ้าย” และเชื่อในอุดมการณ์สังคมนิยม เขาทำงานร่วมกับภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวปกป้องสิทธิชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติมาโดยตลอด ส่วนในแวดวงศิลปะและชุมชนเมือง ไกรศักดิ์ได้รับการจดจำในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งกำลังจะจัดงานแสดงมุทิตาจิตให้ไกรศักดิ์ซึ่งจะมีอายุครบ 72 ปี ในเดือน ต.ค.นี้ ภายใต้ชื่องาน “อุดมการณ์ไม่แปรผัน ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ 72 ปี” ในสัปดาห์นี้

การเมืองไทย 2562 ในสายตาไกรศักดิ์

บีบีซีไทยเดินทางไปพบไกรศักดิ์ที่บ้านพักของเขาช่วงต้นเดือน ส.ค. แม้ร่างกายจะดูอ่อนล้า กว่าจะเปล่งถ้อยคำออกมาได้ต้องใช้ความพยายามไม่น้อย แต่เขายืนยันว่าอยากจะสนทนากับเราเรื่องการเมืองไทย

“ผมฟังอภิปรายในสภาตลอด 2 วัน (นายกฯ แถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา 25-26 ก.ค.) เป็นการอภิปรายที่มีรสชาติมาก วัฒนธรรมการเมืองเก่า ๆ เหลือน้อยลง แต่ไอ้ที่ไร้สาระก็ยังมีอยู่บ้าง ผมรู้สึกดีใจที่ได้เห็นนักการเมืองในวัย 40-50 ปี มีวาทศิลป์ดีขึ้นมาก วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลด้วยเหตุด้วยผล ส่วนฝ่ายรัฐบาลเสียเปรียบทุกประตูเลย ไม่มีทางชนะได้ในบรรยากาศการเมืองแบบนี้ เขาถึงต้องมี ส.ว. 250 คนมาช่วยหนุนหลัง ส.ว.ชุดนี้เป็นสิ่งที่น่าอับอายที่สุดแล้วในยุคนี้สมัยนี้” ไกรศักดิ์ให้ความเห็น

จากการฟังการแถลงนโยบาย และ การอภิปรายของฝ่ายค้าน ไกรศักดิ์เชื่อว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 2  จะบริหารงานด้วยความยากลำบาก เพราะฝ่ายค้านดูเหมือนจะทำงานอย่างแข็งขัน อีกทั้ง บุคคลในคณะรัฐมนตรี ที่เขาฟันธงว่า ส่วนใหญ่คุณสมบัติไม่ดีพอที่จะมาทำหน้าที่ ก็อาจจะทำให้รัฐบาลตกที่นั่งลำบาก”

Cr ภาพ : BBC

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

คอมมานโด ทุ่มให้สุด ไม่หยุดทำ เครื่องดื่มชูกำลัง COMMANDO เตรียมบุก รุกตลาดไทย เต็มสูบ !

บรรยายภาพ : บริษัท กรุงสยามเครื่องดื่ม จำกัด นำโดย สิทธ … …