Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ดิเอราวัณ กรุ๊ป ชูฮ็อป อินน์ รุกตลาดท่องเที่ยวในประเทศ เตรียมเปิดโรงแรมครบทุกระดับ หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ เน้นมาตรฐานความสะอาด และ สุขอนามัยขั้นสูง เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

ดิเอราวัณ กรุ๊ป ชูฮ็อป อินน์ รุกตลาดท่องเที่ยวในประเทศ เตรียมเปิดโรงแรมครบทุกระดับ หลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ เน้นมาตรฐานความสะอาด และ สุขอนามัยขั้นสูง เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า

6 second read
0
0
337

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ธุรกิจท่องเที่ยว และ โรงแรมในประเทศกำลังฟื้นตัว ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ดันแบรนด์ โรงแรมฮ็อป อินน์ ชิงส่วนแบ่งตลาดโรงแรมในกลุ่มบัดเจ็ท พร้อมชูมาตรฐานด้านสุขอนามัย และ ความปลอดภัย ขั้นสูง และ มาตรฐานการให้บริการคุณภาพเป็นจุดขาย ชี้ในระยะแรกหลังการกลับมาเปิดให้บริการได้รับการตอบรับอย่างดี จากกลุ่มนักเดินทางชาวไทย พร้อมคาดการณ์ตลาดท่องเที่ยวว่ากลุ่มลูกค้า และ นักท่องเที่ยว จากต่างประเทศจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ โดยเริ่มจากการเดินทางระยะใกล้จากนักท่องเที่ยว ในเอเชีย ตามด้วยยุโรปและสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับมาตรการจำกัดการเดินทางของรัฐบาลไทย และ ต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้เริ่มทยอยเปิดโรงแรมในทุกระดับ เพิ่มเติมทั้งระดับ 5 ดาว ระดับกลาง และ ระดับประหยัด เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และ เมืองท่องเที่ยว ทั่วประเทศ

นายเพชร ไกรนุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในระยะแรกของการกลับมาเปิดให้บริการของกลุ่มโรงแรมฮ็อป อินน์ ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัท ที่ได้เริ่มการพัฒนามาตั้งแต่ ปี 2557 เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเติบโต และ เป็นตลาดที่เน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศส่งผลให้มีความผันผวนน้อยนั้น มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด จนกระทั่ง เริ่มมีการผ่อนคลาย กลุ่มโรงแรมฮ็อป อินน์ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบช้าที่สุด และสามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความเติบโตให้แก่บริษัทฯ ต่อไปในอนาคตได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง ภายหลังจากการเปิดโรงแรม ฮ็อป อินน์ บริษัทได้ยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด และ ความปลอดภัยภายใต้คอนเซป “SafeStay at HOP INN” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

ในระยะถัดไป บริษัทฯ คาดการณ์ว่าการเดินทางเพื่อธุรกิจและท่องเที่ยวภายในประเทศจะเริ่มมีการฟื้นตัว จากการที่รัฐบาลมีการผ่อนคลายมาตรการมากยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทฯ จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการโรงแรมอื่นๆ โดยในเดือนมิถุนายนได้เปิดให้บริการโรงแรม ‘เมอร์เคียว’ และ ‘ไอบิส’ ในพัทยา และโรงแรม ‘ไอบิส หัวหิน’ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และ ในเดือนกรกฎาคมนี้ ได้เริ่มเปิดให้บริการโรงแรมในระดับห้าดาว ได้แก่ ‘แกรนด์ ไฮแอท’และ ‘เจดับบลิว แมริออท’ ในกรุงเทพฯ ตลอดจนถึงโรงแรมขนาดกลาง ได้แก่ ‘ฮอลิเดย์ อินน์ พัทยา’ ตามด้วยกลุ่มโรงแรมราคาประหยัด ได้แก่ ‘ไอบิส สาทร’ และ ‘ไอบิส ริเวอร์ไซด์’ และหลังจากนี้ในเดือนสิงหาคม คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการโรงแรมครบทุกแห่งในประเทศไทย รวมทั้ง โรงแรม ‘ฮ็อป อินน์’ ที่อยู่ในฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน

โดยในระยะแรกจะเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศเป็นหลัก และ ให้ความสำคัญกับตลาดการท่องเที่ยวในประเทศและทำการตลาดผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างเข้มข้น รวมถึงสนับสนุนแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ อาทิ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อดึงดูดให้คนไทยออกมาใช้จ่าย ด้านการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ อันจะส่งผลถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในภาพรวมของประเทศต่อไป

หลังจากนี้ คาดว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ระยะทางสั้น จึงจะเริ่มฟื้นตัว ในขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ระยะไกล เช่น ยุโรป และสหรัฐฯ จะตามมาภายหลัง ขึ้นอยู่กับมาตรการจำกัดการเดินทางของแต่ละประเทศ ซึ่งโรงแรมทุกแห่งของบริษัทฯ ได้ยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัย และ ความปลอดภัยขั้นสูงไว้รองรับ เพื่อสร้างความอุ่นใจแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

ในช่วงวิกฤตการณ์ ที่ผ่านมา ดิ เอราวัณ กรุ๊ป สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีเพื่อรับมือและบริหารจัดการผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารความเสี่ยง มาตรการควบคุมต้นทุนผ่านการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ การปิดบริการโรงแรมเป็นการชั่วคราว และการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ทำให้สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานในภาพรวมไปได้ราว 60% และการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน การใช้มาตรฐานขั้นสูงในด้านสุขอนามัยและความสะอาด และการศึกษาแนวโน้มการฟื้นตัวและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค

ทั้งนี้ ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขของรัฐบาลไทย ที่มีประสิทธิภาพและได้รับความร่วมมือ จาก ทุกภาคส่วน ทำให้เล็งเห็นถึงโอกาสในการยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในอนาคต โดยเรายังคงเชื่อมั่นในความเข้มแข็ง และ ศักยภาพด้านการเติบโตทั้งของการท่องเที่ยวตลาดไทย และ ฟิลิปปินส์ในระยะยาว ///

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ  20 กรกฎาคม  2563  15:09:48  เข้าชม : 1896592  ครั้ง

เกี่ยวกับ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
“บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทผู้ลงทุน และ พัฒนาด้านธุรกิจโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย โดยมี ธุรกิจโรงแรมครอบคลุมทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับ 5 ดาว จนถึงระดับบัดเจ็ท กระจายอยู่ตามทำเลสำคัญทั้งในประเทศไทย และ ฟิลิปปินส์ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงแรมทั้งหมดจำนวน 71 แห่งและจำนวนห้องพักทั้งหมด 9,648 ห้อง โดยธุรกิจโรงแรมของบริษัทอยู่ภายใต้แบรนด์โรงแรม ระดับโลก อาทิ ไฮแอท แมริออท แอคคอร์ ไอเอชจี และแบรนด์โรงแรมของบริษัท ได้แก่ ฮ็อป อินน์ นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ลงทุนพัฒนาศูนย์การค้าระดับสูงอีก 1 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจหลักของกรุงทพฯ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.theerawan.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ปธน.สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ ในพิธีเปิดงาน มหกรรมแสดงสินค้า จีน-อาเซียน และ การประชุมสุดยอด ว่าด้วยการค้า และ การลงทุน จีน-อาเซียน ครั้งที่ 17

วันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ.2020 กรุงปักกิ่ง ท่านผู้นำทุกปร … …