Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ปริญญ์ เสนอ ศบค. ทบทวน การสั่งปิดร้านอาหาร ในห้าง หวั่น ! ไม่เป็นผลดีต่อปชช. – ซ้ำเติม เศรษฐกิจ พร้อมแนะ 7 แนวทาง แก้วิกฤติ เร่งด่วน !

ปริญญ์ เสนอ ศบค. ทบทวน การสั่งปิดร้านอาหาร ในห้าง หวั่น ! ไม่เป็นผลดีต่อปชช. – ซ้ำเติม เศรษฐกิจ พร้อมแนะ 7 แนวทาง แก้วิกฤติ เร่งด่วน !

16 second read
0
0
362

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรค และ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้อง ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ให้ทบทวนมาตรการสั่งปิดร้านอาหาร ในห้างสรรพสินค้า และ คอมมูนิตี้ มอลล์ ในพื้นที่ 13 จังหวัด สีแดงเข้ม ห่วงไม่มีผลต่อการเพิ่มความปลอดภัย ด้านสาธารณสุขเท่าไหร่นัก แต่สร้างผลกระทบหนักต่อประชาชน และ เศรษฐกิจ

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า เข้าใจดีถึงเจตนารมณ์ของศบค. ที่อยากลดการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 ให้เร็วที่สุด แต่การสั่งปิดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้ มอลล์ในพื้นที่สีแดงเข้ม เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจ และ ประชาชน ครั้งใหญ่ เพราะเป็นการสั่งปิดแบบทันที ไม่มีการเยียวยาที่เหมาะสม รวมถึง ยังไม่มีข้อมูลใดที่บ่งชี้ว่า ร้านอาหารในห้างเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้มากกว่าร้านอาหาร ข้างนอก โดยมาตรการในครั้งนี้ ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารต้องประสบกับปัญหาของค้างสต๊อก การขาดสภาพคล่องทางการเงิน เสี่ยงต่อการปิดกิจการ ส่วนลูกจ้างต้องว่างงานหรือตกงานกะทันหัน ในขณะที่ประชาชนทั่วไป ก็หาร้านอาหารได้ยากขึ้น ต้องไปแออัดต่อคิวซื้อกลับบ้านตามร้านอาหาร ที่มีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งอาจจะสร้างผลเสียให้กระบวนการทางสาธารณสุข มากกว่า จะเป็นผลดี จึงอยากเรียกร้องให้ศบค. เร่งทบทวนมาตรการดังกล่าว และปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม อย่าปล่อยให้ประชาชนต้องเผชิญวิกฤติกลับไปกลับมาซ้ำ ๆ อย่างที่เป็น

นอกจากนี้ นายปริญญ์ยังได้เสนอ 7 มาตรการ แก้วิกฤติขาดแคลนเตียงในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเร่งด่วน ถึง รัฐบาล และ ศบค. ดังนี้

1. เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกและอนุมัติการนําเข้า Rapid Antigen Test Kits อย่างเร่งด่วน เพื่อให้ราคาในท้องตลาดถูกลง ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และ ควรแจกชุดตรวจฟรีถึงบ้าน

2. ปรับเปลี่ยนสถานที่ เช่น โรงเรียนแพทย์ สถานที่ของกองทัพ และพื้นที่ของเอกชน มาเป็นศูนย์พักพิงแยกผู้ติดเชื้อออกมาจากชุมชนแออัด และมีมาตรการดูแลเชิงรุกก่อนส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล

3. เร่งแจกฟ้าทะลายโจรแก่ผู้ป่วยติดเชื้อ ไม่ต้องศึกษาเพิ่มแล้ว เพราะตอนนี้มีการศึกษาวิจัยจำนวนมากที่ออกมายืนยันว่าใช้ยานี้กับผู้ป่วยได้ดีในจำนวนที่เหมาะสม รวมถึงควรเร่งจัดหายา Favipiravir และ Remdesivir ให้เพียงพอ อย่าให้มีคอขวดในการนําเข้าแบบตอนนี้ รวมทั้งควรสนับสนุนให้ผลิตยาดังกล่าวได้อย่างเสรีในประเทศไทย

4. ปลดล็อกการจัดซื้อวัคซีนให้มีความคล่องตัว และโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดหาวัคซีน mRNA และวัคซีนเทคโนโลยีใหม่ เช่น โนวาแวกซ์ (Novavax) ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ทัพหน้าและประชาชนในพื้นที่วิกฤติ รวมถึงสนับสนุนการวิจัย และ พัฒนาวัคซีนใบยา ของจุฬาฯ ที่เป็นหนึ่งในความหวังสกัดเชื้อกลายพันธุ์อย่างปลอดภัย

5. ปรับปรุง และ พัฒนา การสื่อสารให้ชัดเจน ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น องค์ความรู้ด้านการกักตัวอยู่บ้าน (Home Isolation) การบริหารจัดการคิวฉีดวัคซีนให้มีความเป็นธรรม และ เป็นไปอย่างเหมาะสม

6. เยียวยากลุ่มธุรกิจ ที่ให้ความร่วมมือปิดกิจการ เป็นอย่างดีมาโดยตลอด และ ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ฟิตเนส ร้านอาหาร อีเว้นท์ นักดนตรี ธุรกิจกลางคืน/บันเทิงให้เหมาะสม ทันท่วงที โดยกระทรวงการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย ควรจัดหาแหล่งเงินทุนหมุนเวียน ที่ไม่มีดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ พักหนี้ ทั้งต้น และ ดอกฯ อย่างจริงจัง และ จัดสรรงบฟื้นฟูเพื่อช่วยเพิ่มผลผลิต ไม่ใช่แค่แจกเงิน เช่น การพัฒนาศักยภาพ และ ทักษะใหม่ ๆ ให้กับประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อเพิ่มแรงงานฝีมือ และ ควรขยายผลโครงการ ที่ทำไปแล้วและได้ผลตอบรับที่ดี อาทิ โครงการกระจายความรู้ สู่ผู้ประกอบการยุคใหม่ (From Gen Z to be CEO) ของกระทรวงพาณิชย์ที่ท่านรองนายกฯจุรินทร์ ได้ริเริ่ม โครงการเรียนจบพบงาน ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

7. ต้องช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ให้ได้อย่างจริงจัง โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น การประปา และ การไฟฟ้า ต้องยอมรับภาระต้นทุนในส่วนนี้ เพื่อช่วยลดค่านํ้าค่าไฟให้กับประชาชนมากกว่าเดิม ภาครัฐต้องลดภาษีและค่าธรรมเนียมทุกชนิด รวมถึง บริษัทโทรคมนาคมต้องปรับลดค่าอินเตอร์เน็ตลงด้วย เพื่อสนับสนุนการทํางาน และ การศึกษาจากที่บ้าน (Work/Study From Home) โดยรัฐบาลอาจจัดสรรงบมาสนับสนุนด้วยได้

“พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนของประชาชน เราพยายามทําหน้าที่ในส่วนของเราให้ดีที่สุด ซึ่งที่ผ่านมา ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ประธานมูลนิธิ เสนีย์ ปราโมช ได้นําคณะรัฐมนตรีของพรรคปล่อยคาราวานรถ ‘ถุงนํ้าใจ ปชป. ส่งผู้รอเตียง’ จัดส่งอาหารถึงบ้านประชาชนในพื้นที่กทม. ปริมณฑล และภาคใต้ รวมถึงช่วยจัดหาเตียงให้ผู้ป่วยที่ทาง ศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉิน โควิด-19 พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ศปฉ.ปชป. ได้ประสานงานไปแล้วกว่า 1,600 เตียง อย่างไรก็ตาม ปชป.จะเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระด้านสาธารณสุขของไทย และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน โดยคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล และ ศบค. จะเร่งดำเนินการแก้ไขวิกฤตินี้ ตามที่ได้เสนอไป และ มองที่ประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อพาประเทศฝ่าวิกฤตไปได้ด้วยกัน” นายปริญญ์ กล่าว ///

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ : 23 กรกฎาคม 2564 12:20:59 เข้าชม : 1957324 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ยกให้เป็น 1 “เซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ ทาวเวอร์” เมนู ไฮไลท์สุดพิเศษ ติดดาว

ห้องอาหารเรดสกาย โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และ บางกอกคอนเวนช … …