Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน ผู้นำจีน-สหรัฐฯ บรรลุความรับรู้ร่วมกัน เชิงหลักการ สองประการ

ผู้นำจีน-สหรัฐฯ บรรลุความรับรู้ร่วมกัน เชิงหลักการ สองประการ

14 second read
0
0
341

ผู้นำจีน-สหรัฐฯ บรรลุความรับรู้ร่วมกัน เชิงหลักการ สองประการ

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงของจีน พบปะกับ ประธานาธิบดี โจ ไบเดนของสหรัฐฯ ผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เมื่อเช้าวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังการพบปะเสร็จสิ้นลง นายเซี่ย เฟิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวขณะให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การพบปะระหว่างผู้นำจีน-สหรัฐฯ ครั้งนี้ได้บรรลุความรับรู้ร่วมกันเชิงหลักการสองประการ

ประการแรก ประมุขของทั้งสองประเทศ ต่างเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวว่า ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไม่เพียงแต่มีความสำคัญมากต่อทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังเกินขอบเขตทวิภาคี และ มีความสำคัญมากต่อโลกด้วย จำต้องจัดการให้ดี จะปล่อยให้ล้มเหลวไม่ได้ การขับเคลื่อนการพัฒนาของทั้งจีนหรือสหรัฐฯ เองและการรักษาสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่สันติ และ มั่นคง ต่างต้องการความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ดี และ มีเสถียรภาพ ทั้งสองฝ่ายควรเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำภารกิจในประเทศของตนให้ดี เท่านั้น หากยังต้องแบกรับความรับผิดชอบระหว่างประเทศ อันพึงมีอีกด้วย นำพาให้ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ พัฒนาไปข้างหน้าในเชิงบวก ตลอดจนร่วมกันผลักดันภารกิจสูงส่งแห่งสันติภาพ และ การพัฒนาของมนุษยชาติ นี่คือ ความจำเป็นในการสร้างความผาสุกแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ทั้งยังเป็นความคาดหวังของประชาคมระหว่างประเทศ

ด้าน ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสองประเทศเท่านั้น หากยังมีความสำคัญมากต่อโลกด้วย เราไม่เพียงต้องรับผิดชอบต่อประชาชนทั้งสองประเทศเท่านั้น หากยังควรรับผิดชอบต่อประชาชาติทั่วโลก ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนจำต้องจัดการให้ดี จะปล่อยให้ล้มเหลวไม่ได้ เป้าหมายของสหรัฐฯ ไม่ใช่การเปลี่ยนระบบของจีน ทั้งสองฝ่ายควรเคารพซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ เสริมสร้างการสื่อสารแลกเปลี่ยน ลดความเข้าใจผิด และ
แก้ไขข้อพิพาทอย่างเหมาะสมด้วยรูปแบบเชิงสร้างสรรค์

ประการที่สอง ประมุขของทั้งสองประเทศต่างคัดค้านการทำ “สงครามเย็นครั้งใหม่” และต่างก็เห็นว่าจีน-สหรัฐฯ ไม่ควรปะทะหรือเผชิญหน้ากัน จีน ต่อต้าน “สงครามเย็นครั้งใหม่” ทุกรูปแบบมาโดยตลอด ปธน.ไบเดน เคยกล่าวอย่างชัดเจน ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ว่า สหรัฐฯ ไม่แสวงหา “สงครามเย็นครั้งใหม่” นานาประเทศซึ่งรวมถึงพันธมิตรของสหรัฐฯ ต่างก็ไม่ประสงค์ที่จะเดินบนหนทางเก่าแห่งสงครามเย็นอีกครั้ง รวมทั้ง ไม่ประสงค์ที่จะเลือกข้างระหว่างจีน-สหรัฐฯ ในระหว่างการพบปะครั้งนี้ ปธน.สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นว่า การกระทำที่ขีดเส้นทางค่านิยม แบ่งค่าย และ เผชิญหน้าเชิงกลุ่มนั้น ย่อมจะมีจุดจบที่สร้างความหายนะแก่โลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ายสหรัฐฯ ควรปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตามท่าทีไม่ก่อ “สงครามเย็นครั้งใหม่” อย่างจริงจัง หวังว่า สหรัฐฯ จะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ และ มีส่วนช่วยต่อความสามัคคีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปธน.ไบเดน กล่าวว่า สหรัฐฯ ไม่แสวงหาการต่อต้านจีนผ่านการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรของสหรัฐฯ และไม่มีเจตนาที่จะเกิดข้อพิพาทกับจีน ภารกิจเร่งด่วนในปัจจุบัน คือ ทั้งสองฝ่ายดำเนินการเจรจาอย่างตรงไปตรงมาในประเด็นสำคัญต่าง ๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน เพื่อประกันให้การแข่งขันเป็นไปอย่างไม่เป็นพิษเป็นภัย และ ไม่นำไปสู่การปะทะ และ เผชิญหน้ากัน

เกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน นายเซี่ย เฟิง กล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญ และ ละเอียดอ่อนสุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีน-สหรัฐฯ ทั้งยังเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันทุกครั้งในการไปมาหาสู่กันระหว่างผู้นำสองประเทศ ปธน.สี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนในการพบปะครั้งนี้ ว่า หลักการจีนเดียวและแถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้ง 3 ฉบับเป็นรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ ทุกชุดล้วนให้คำมั่นสัญญาชัดเจนต่อเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นมติที่ 2758 ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ หรือ แถลงการณ์ร่วมจีน-สหรัฐฯ ทั้งสามฉบับ ต่างก็ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงสภาพปัจจุบันที่เป็นจริงในประเด็นไต้หวัน ตลอดจนเนื้อหาของหลักการจีนเดียว นั่นก็คือมีจีนเพียงหนึ่งเดียวในโลก ไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงหนึ่งเดียว ที่เป็นตัวแทนของประเทศจีน การที่จีนบรรลุการรวมประเทศเข้าเป็นเอกภาพอย่างสมบูรณ์นั้น เป็นความปรารถนาร่วมกันของชาวจีนทุกคน เรายินดีที่จะช่วงชิงอนาคตแห่งการรวมประเทศเข้าเป็นเอกภาพอย่างสันติ ด้วยความจริงใจ และ ความพยายามอย่างเต็มที่ เท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม หากอิทธิพลแบ่งแยกดินแดนเพื่อสิ่งที่เรียกว่า “เอกราชแห่งไต้หวัน” ยั่วยุ และ บีบบังคับ หรือ กระทั่งล่วงล้ำขีดจำกัด เราจำเป็นต้องใช้มาตรการอย่างเฉียบขาด ในประเด็นนี้ ซึ่งเกี่ยวพันถึงอธิปไตย และ บูรณภาพเหนือดินแดนของจีนนั้น จีน ไม่มีพื้นที่ สำหรับการประนีประนอม

ปธน.ไบเดน กล่าวย้ำระหว่างการพบปะครั้งนี้ ว่า สหรัฐฯ ยืนหยัดนโยบายจีนเดียว และ ไม่สนับสนุน “เอกราชแห่งไต้หวัน”

นายเซี่ย เฟิง กล่าวเสริมว่า การพบปะผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลระหว่างประมุข จีน-สหรัฐฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการชี้นำการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญของผู้นำสูงสุดทั้งสองประเทศ ซึ่งมีความหมายสำคัญ และ จะส่งผลกระทบอันลึกซึ้งยาวไกลต่อการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ในอนาคต ปธน.สี จิ้นผิง และ ปธน.ไบเดน ตกลงที่จะรักษาการติดต่อผ่านรูปแบบต่าง ๆ เรามีท่าทีเปิดกว้างในด้านการติดต่อทุกรูปแบบระหว่างประมุขทั้งสองประเทศ ซึ่งรวมถึงการพบปะแบบซึ่งหน้า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องเดินหน้าเข้าหากันสร้างบรรยากาศที่ดีด้วยปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม เพื่อประกันให้การพบปะครั้งนี้ มีผลลัพธ์เชิงบวก อย่างแท้จริง

แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งประเทศจีน(CMG)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : 19 พฤศจิกายน 2564 09:48:59 เข้าชม : 1895721 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมประเพณีสวดกลางบ้าน พร้อมพบปะประชาชน ณ ชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 ต.วิชิต

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2565) นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริ … …