Home ข่าวเด่น ดิจิทัล กฟผ. ขานรับนโยบายภาครัฐรับมือวิกฤตพลังงาน เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน จาก ผู้ผลิตรายเล็ก ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเร่งนำเข้า Spot LNG ทดแทนน้ำมันช่วงราคาน้ำมันตลาดโลก พุ่งสูง

กฟผ. ขานรับนโยบายภาครัฐรับมือวิกฤตพลังงาน เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทน จาก ผู้ผลิตรายเล็ก ที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า พร้อมเร่งนำเข้า Spot LNG ทดแทนน้ำมันช่วงราคาน้ำมันตลาดโลก พุ่งสูง

6 second read
0
0
313

กฟผ. เปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากผู้ผลิตรายเล็ก หวังผนึกกำลังฝ่าวิกฤตพลังงาน พร้อมเดินหน้านำเข้า Spot LNG 2 ลำเรือ ตามมติ กกพ. ภายในเดือน เม.ย.-พ.ค. 65 ทดแทนน้ำมันดีเซล และ น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้า ช่วงราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศในสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน

นายกิตติ เพ็ชรสันทัด รองผู้ว่าการ ระบบส่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะประธานศูนย์ติดตามสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานของ กฟผ. เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลกยังทวีความรุนแรง

และ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง กฟผ. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ จึงได้ดำเนินการตามมาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าระยะสั้น เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน พ.ศ. 2565 โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2565 กฟผ. ได้ออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าระยะสั้นจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เฉพาะรายที่ไม่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน จึงถือเป็นความร่วมมืออันดีระหว่างภาครัฐและ ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขวิกฤตพลังงานของประเทศ ครั้งนี้ คาดว่า จะช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้าจากต่างประเทศลงได้ และยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดจากการเผาเศษชานอ้อย เนื่องจากเกษตรกรหันมาขายเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าแทน

“นอกจากนี้ กฟผ. จะเร่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รูปแบบตลาดจร (Spot) จำนวน 2 ลำเรือ ในช่วงเดือน

เมษายน – พฤษภาคม 2565 ตามมติ กกพ. ในการประชุมครั้งที่ 16/2565 เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีปริมาณนำเข้าประมาณ 65,000 ตัน ต่อ ลำเรือ เพื่อใช้ทดแทนเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซล และ น้ำมันเตา สำหรับผลิตไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสูงสุดในรอบ 7 ปี บวกกับการคาดการณ์ความสามารถ

ในการจัดส่งน้ำมันของผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ของกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งคาดการณ์ว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ จะมีปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในการผลิตไฟฟ้าประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งการจัดหา LNG ครั้งนี้ จะช่วยเสริมความมั่นคงระบบพลังงานของประเทศ และ ทำให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าลดลงประมาณ 500 ล้าน บาท

เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาล กระทรวงพลังงาน และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยให้ กฟผ. เร่งดำเนินมาตรการเพื่อลดภาระค่าเชื้อเพลิง อาทิ ปรับแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิง โดยปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า กฟผ. มาใช้เชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน ได้แก่ น้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา ทดแทนก๊าซฯ ในช่วงราคาก๊าซฯ ในตลาดโลกพุ่งสูง โดยระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 – มีนาคม 2565 สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงได้ 437.50 ล้านบาท และเลื่อนแผนการปลดโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 8 ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ออกจากระบบไปก่อน 1 ปี โดยระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าลงได้ 3,162.41 ล้านบาท รวมทั้งยังได้รับภาระค่าไฟฟ้าเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิง ตั้งแต่งวดเดือนกันยายน 2564 จนถึงงวดเดือนเมษายน 2565 แทนประชาชนเป็นการชั่วคราว ประมาณ 60,000 ล้าน บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้มากที่สุด ทำให้ กฟผ. ขาดสภาพคล่องทางการเงิน จำเป็นต้องกู้เงินมาลงทุนแล้ว 25,000 ล้าน บาท

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : 18 เมษายน 2565  17:30:00 เข้าชม : 1897615 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

สีจิ้นผิง กับ การหลอมรวมภูมิปัญญาจีน ในโลกสมัยใหม่

ในช่วง ที่ นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาช … …