Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน บทวิเคราะห์: จีน ยืนหยัด “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” เป็นทางเลือกดีที่สุด

บทวิเคราะห์: จีน ยืนหยัด “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” เป็นทางเลือกดีที่สุด

16 second read
0
0
390

ปัจจุบัน การที่จีนจะรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ในท้องที่ต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงนครเซี่ยงไฮ้ด้วย อย่างไรนั้น ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ประชาคมระหว่างประเทศจับตามองด้วยความสนใจ ภายใต้สภาพที่ประเทศส่วนใหญ่ในโลก พากันเลือกที่จะ “อยู่ร่วมกับไวรัส” บุคคลจำนวนหนึ่งทั้งภายใน และ ต่างประเทศ มีมุมมองว่า จีน ก็ควรเลือกที่จะ “อยู่ร่วมกับไวรัส” เช่นเดียวกัน แต่ในช่วงเวลาไม่นาน ที่ผ่านมา รัฐบาลจีน ได้เน้นย้ำหลายครั้ง ว่า ในเรื่องรับมือกับโรคโควิด-19 นั้นจีน จะยังคงยืนหยัดแนวนโยบายหลัก ซึ่งก็คือ”การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” ต่อไป

เมื่อพิจารณาจากปัจจัยในด้านต่าง ๆ  กล่าวสำหรับประเทศจีน แล้ว “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” นั้นยังคงเป็นทางเลือก และ แนวทางที่ดีที่สุดในปัจจุบันอย่างแท้จริง

ผู้เชี่ยวชาญจีนได้กล่าวชี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า จะมองไวรัสโอมิครอนเสมือนไข้หวัดใหญ่ไม่ได้เป็นอันขาด ในการวัดความร้ายแรงของเชื้อไวรัสนั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งระดับความรุนแรงในการแพร่เชื้อ และ จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก และ ผู้เสียชีวิต ความสามารถในการแพร่ระบาดของไวรัสโอมิครอนนั้นสูงกว่าไวรัสไข้หวัด และ ไวรัสกลายพันธุ์โควิด-19 อื่น ๆ ก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก หากไม่ใช้มาตรการป้องกัน เฉลี่ยแล้ว คนหนึ่งสามารถแพร่เชื้อได้ 9.5 คน มองจากแง่อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย อัตราการเสียชีวิตถัวเฉลี่ยของผู้ป่วยโรคไข้หวัดทั่วโลก อยู่ที่ 0.1 % ในขณะที่อัตราการเสียชีวิตถัวเฉลี่ยของผู้ป่วยติดเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนอยู่ที่ 0.75 % ซึ่งคิดเป็นประมาณ 7 ถึง 8 เท่า ของไข้หวัด สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุโดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ มากกว่า 80 ปี นั้น อัตราการเสียชีวิตเกิน 10% ซึ่งคิดเป็นเกือบ 100 เท่า ของไข้หวัดทั่วไป

จีน เป็นประเทศที่มีประชากรมาก แม้จะมีอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำ แต่เมื่อคูณด้วยฐานประชากรที่มากกว่า 1,400 ล้าน คน ยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตนั้นก็สูงมาก ซึ่งย่อมไม่สอดคล้องกับแนวคิดการปกครองประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ว่า “ประชาชนสำคัญที่สุด ชีวิตสำคัญที่สุด” ดังนั้น แม้ว่าจะมีความยากลำบากและต้นทุนที่สูงมาก แต่ขอเพียงแต่มีความเป็นไปได้เท่านั้น รัฐบาลจีนก็ย่อมยังคงยืนหยัด “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” ต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพร่างกายของประชาชนเผชิญกับภัยคุกคามอันร้ายแรง

นักวิเคราะห์มีมุมมองโดยทั่วไป ว่า การมีขีดความสามารถ และ เงื่อนไขในการบรรลุ “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” นั้นเป็นเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่จีนได้เลือกกลยุทธ์นี้ การที่จีนกล้าที่จะเลือกเดินหนทาง”การควบคุมโควิด-19ให้เหลือศูนย์”นั้น มีขึ้นจากการพิจารณาจากสภาพประเทศและความได้เปรียบด้านระบบของจีน เช่น พรรครัฐบาลมีภาวะผู้นําที่ทรงพลัง มีขีดความสามารถในการระดมสรรพกำลัง และ จัดสรรทรัพยากรทางสังคมที่เข้มแข็งเป็นพิเศษ และ ระบบสังคมนิยมที่มีอัตลักษณ์ของจีน ซึ่งสามารถ “รวมพลังทําสิ่งที่ยิ่งใหญ่” ได้ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันจีนได้ระดมและจัดส่งเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์เกือบ 50,000 คนจากท้องที่ต่างๆทั่วประเทศไปสนับสนุนการต้านโควิด-19 ของนครเซี่ยงไฮ้ ส่วนนครเซี่ยงไฮ้ได้ระดมสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากกว่า 700,000 คนให้ปฏิบัติงานอยู่ในแนวหน้าของการต่อสู้กับโรคระบาด อัตราส่วนของสมาชิกพรรคฯในอาสาสมัครชุมชนบางแห่งสูงถึง 90 % บรรดาสมาชิกพรรคฯ มีบทบาทสำคัญเชิงเสาค้ำในการป้องกัน และ ควบคุมโรคระบาด

การที่จีนยืนหยัด “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” นั้น ก็เพื่อแสวงหาการบูรณาการการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และ สังคมกับการป้องกัน และ ควบคุมโควิด-19 ในระดับสูงสุด ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้ว ว่า กลยุทธ์นี้มีประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ มาตรการป้องกัน และ ควบคุมที่แม่นยำ และ ถูกหลักวิทยาศาสตร์ได้ยับยั้งการระบาดของโควิด-19 ให้จำกัดอยู่ในขอบเขตที่เล็กที่สุด จึงได้ลดผลกระทบต่อการผลิต และ ชีวิตทางสังคมให้เหลือน้อยที่สุด จีนสามารถบรรลุอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับ 8.1 % เมื่อปีที่แล้วก็คือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด

อีกตัวอย่างเช่น มณฑลจี๋หลินของจีน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 เมื่อต้นเดือนมีนาคม ปีนี้ มณฑลจี๋หลินรายงานผู้ติดเชื้อสะสมกว่า 70,000 คน หลังผ่านการต่อสู้ด้วยความยากลำบากเป็นเวลา กว่า 1 เดือน มณฑลนี้ได้ประกาศบรรลุเป้าหมาย “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือเป็นศูนย์ทางสังคม” เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา และได้ฟื้นฟูระเบียบการผลิต และ การดำรงชีวิตในขั้นพื้นฐานแล้ว

นอกจากนี้ แม้ว่าบางท้องถิ่นของจีนมีข้อผิดพลาด และ ข้อบกพร่องบ้างในระหว่างการดำเนินมาตรการป้องกัน และ ควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มงวด และก็มีความไม่พอใจและความคิดเห็นที่แตกต่างกันด้วยก็ตาม แต่นโยบาย “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” นั้นได้รับความเข้าใจ การสนับสนุนและความร่วมมือจากประชาชนจีนส่วนใหญ่ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะว่าผลกระทบทางลบจาก “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์” นั้นย่อมน้อยกว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากจีนเลือกที่จะ “อยู่ร่วมกับไวรัส” กล่าวได้ว่า การสนับสนุนอย่างกว้างขวางของประชาชน ก็คือ ความมั่นใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลจีนในการเลือก “การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์”

สุดท้าย สิ่งที่น่าเอ่ยถึง คือ แก่นแท้ของนโยบาย”การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์”นั้นคือ ดำเนินการควบคุมการระบาดของโควิด-19  แต่ละครั้งให้ได้ตั้งแต่แรกพบภายใต้สภาพที่ปัจจุบันยังไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ และ ไม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้อย่างเบ็ดเสร็จ เวลานี้ จีน กําลังช่วงชิงเวลาผ่าน”การควบคุมโควิด-19 ให้เหลือศูนย์”เพื่อเตรียมความพร้อมที่เกี่ยวข้องให้ดี ซึ่งรวมถึงการลงลึกทำความเข้าใจเชื้อไวรัส การฉีดวัคซีนอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้นและการพัฒนายาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เป็นต้น เพื่อเอาชนะโควิด-19 ในที่สุด

เขียนโดย ลู่ หย่งเจียง ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุ และ โทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : 26 เมษายน 2565  12:28:59 เข้าชม : 1964825 ครั้ง

z

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมประเพณีสวดกลางบ้าน พร้อมพบปะประชาชน ณ ชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 ต.วิชิต

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2565) นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริ … …