Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน เรียนภาษาจีน ได้มากกว่าภาษาจีน : นักเรียนนักศึกษาไทยจีน ร่วมฝึกฝนหมากล้อม และ มวยไท่จี๋ ที่ DPU

เรียนภาษาจีน ได้มากกว่าภาษาจีน : นักเรียนนักศึกษาไทยจีน ร่วมฝึกฝนหมากล้อม และ มวยไท่จี๋ ที่ DPU

7 second read
0
0
396

วันที่ 17 มิถุนายน 2565 สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ร่วมกับ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ ชมรมเด็กหมากล้อมจิตอาสา ในสังกัดสมาคมกีฬาหมากล้อมแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรม หมากล้อม Gen Z – Start Up ขึ้นที่ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี นักเรียน นักศึกษา และ ผู้ที่สนใจเข้าร่วม กว่า 300 คน

งานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์หมากล้อม ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของจีนให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งสนับสนุนวิทยากร โดยชมรมเด็กหมากล้อมจิตอาสา ซึ่งประกอบด้วยนักเรียนระดับประถมศึกษา และ มัธยมศึกษาจำนวน 64 คน ซึ่งสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้จัดอบรมภาษาจีนพื้นฐาน และ มวยไท่จี๋ตระกูลหยาง ให้กับ เยาวชนชมรมเด็กหมากล้อมจิตอาสา เป็นการแลกเปลี่ยน

อาจารย์พูลศักดิ์ ประณุทนรพาล เลขาธิการ และ กรรมการบริหารสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล กล่าวว่า “ หมากล้อม หรือ เหวยฉี เป็นหนึ่งในสี่วัฒนธรรมประจำชาติจีนมาแต่โบราณ หมากล้อมเป็นการจำลองแบบของการวางกลยุทธ์ด้านการรบ โดยมีหลักอยู่ที่การบริหารทรัพยากร ที่มีอยู่เท่ากันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยความลึกซึ้งที่สอดแทรกอยู่ในปรัชญา การเล่นหมากล้อมนี้ ทำให้หมากล้อมเป็นหนึ่งในวิชาหมากกระดาน ที่ขึ้นชื่อ ว่า เป็นหมากที่เล่นยากที่สุดในโลกซึ่งมีผู้นิยมเล่นไปทั่วโลก จนเป็นกีฬาหมากกระดานระดับสากล”

ในช่วงเช้า เป็นการบรรยายหัวข้อ “ หมากล้อม และ การปรับใช้ในโลกสมัยใหม่ “ จากประสบการณ์ในการนำหมากล้อมมาประยุกต์ ใช้เข้ากับการใช้ชีวิต และ การบริหารงาน จากประสบการณ์ตรงของ ผศ.ดร.วันวร จะนู รองอธิการบดี สายงานกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ซึ่งท่านได้เน้นย้ำว่า “ หมากล้อมสอนให้เรารู้จักเคารพผู้อื่น ในฐานะคนที่เท่าเทียมกัน แม้ในความเป็นจริงจะแตกต่างกัน เหมือนตัวหมากของหมากล้อมที่ทุกเม็ดมีค่าเท่ากัน ต่างจากหมากรุกที่จะมีตัวหมากที่มีลำดับชั้น และ หมากล้อมไม่ได้สอน ให้ทำลายอีกฝ่ายให้ราบคาบ แต่เป็นการทำตนเองให้แข็งแกร่ง หมากล้อม จึงสอนให้เรารู้จักเคารพผู้อื่น ไปควบคู่กับการพัฒนาตัวเอง โดยไม่ควรใช้กำลังของเราไปทำลายผู้อื่น เพราะนอกจากสร้างความขัดแย้งไม่รู้จบแล้ว ยังทำให้สังคมโดยรวมดูแย่ลงอีกด้วย“

จากนั้นเป็นการสอนการเล่นหมากล้อม โดย อาจารย์รัชชยุต ภูวัชร์เตชากร ที่ปรึกษา สมาคมหมากล้อมแห่งประเทศไทย โดยท่านได้นำนักเรียนอาสาสมัครจากชมรมเด็กหมากล้อมจิตอาสาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 64 คนมาช่วยแนะนำการเล่นหมากล้อม ให้กับผู้เข้าฟังบรรยาย ซึ่งประกอบด้วย นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 จาก ห้องเรียนขงจื่อ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวังนนทบุรี และ นักศึกษาไทย-จีน มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ซึ่งกิจกรรมในช่วงบ่าย สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้จัดการอบรมภาษาจีน สำหรับ ชมรมเด็กหมากล้อมจิตอาสาขึ้น โดยกล่าวถึงประวัติความเป็นมาและคำศัพท์ภาษาจีนที่เกี่ยวข้องกับการเล่นหมากล้อม โดย รศ.เฉินเวย ผู้อำนวยการ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) ได้กล่าวว่า “หมากล้อมเป็นวัฒนธรรมที่ถือกำเนิดในประเทศจีน และ เป็นที่นิยมไปทั่วโลก แม้หมากล้อมจะล่วงกาลผ่านเวลามาหลายพันปี แต่วัฒนธรรมจีนนี้ก็ยังคงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ที่สนใจ จะแสวงหาความลึกซึ้งของวัฒนธรรมจีน ทั่วโลก สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล และ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน มีความยินดียิ่ง ที่ได้จัดกิจกรรมหมากล้อม ร่วมกับ หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง”

จากนั้น ในช่วงท้ายของกิจกรรมได้จัดการฝึกฝนมวยไท่จี๋ (มวยไท้เก็ก) ขึ้น โดยเริ่มจากการสาธิตการรำมวยไท่จี๋ชุดที่หาชมได้ยาก จากผู้สืบทอดสายตรง ได้แก่ การแสดงมวยเร็ว(快拳 – ไคว่เฉวียน)ของมวยไท่จี๋ตระกูลต่ง โดย อาจารย์วุฒินันท์ เชี่ยวพรหมคุณ , หมัดปืนใหญ่ (炮捶-เผ้าฉุย) ของมวยไท่จี๋ตระกูลเฉิน โดย ผศ.ดร.พันศักดิ์ เทียนวิบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย อาจารย์พันศักดิ์ ได้สาธิตการประยุกต์ใช้มวยไท่จี๋ ในการป้องกันตัว ซึ่งเป็นที่น่าสนใจว่า ปรัชญาหมากล้อม และ ปรัชญาการต่อสู้มวยไท่จี๋ของจีน ล้วนเป็นหลักปรัชญาจีนที่อิงหลักการธรรมชาตินิยม จนทั้งสองวิชาที่ดูแตกต่างกัน กลับมีหลักการที่สอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกัน อย่างลงตัว

จากนั้น อาจารย์เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล ผู้อำนวยการ สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) ได้นำคณะผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา บริหารร่างกายด้วยท่าบริหารร่างกายตามตำรับคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น(易筋经-อี้จินจิง)ของวัดเส้าหลิน และ ร่วมรำมวยไท่จี๋ตระกูลหยาง วงกว้างสิบสามท่า แบบดั้งเดิม (杨氏太极拳老架十三势大功架) ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในด้านความสวยงามของท่วงท่า และ การฝึก เพื่อบำรุงร่างกาย ซึ่งมวยไท่จี๋แบบดั้งเดิมนี้ถ่ายทอด โดย ปรมาจารย์ฉือชิ่งเซิง ผู้สืบทอดมวยไท่จี๋ตระกูลหยาง รุ่นที่ 5 ซึ่งได้รับรองจากรัฐบาลจีน เป็นตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ประจำมณฑลกุ้ยโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

โดย อาจารย์เอกรัตน์ ได้กล่าว ว่า “สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มีจุดเด่นในเรื่องการจัดกิจกรรมวัฒนธรรม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการเรียนภาษาจีนให้กับผู้เรียนมาอย่างต่อเนื่อง โดยอิงความสนใจของผู้เรียนเป็นหลัก เช่น การวาดภาพ การเขียนพู่กัน การพิมพ์ภาพ การประกวดถ่ายภาพและประกวดภาพยนตร์ โดยเฉพาะวิทยายุทธจีน นั้น ในตลอด 6 ปี ที่ผ่านมา สถาบันได้สอนให้กับเยาวชนไทย และ ต่างชาติ ไปแล้วกว่า 4,000 คน ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนไทยที่รักในวัฒนธรรมจีน ได้พัฒนาตนไปอย่างสมดุล ดังที่ท่านขงจื่อเคยกล่าวไว้ ว่า เมื่อมีเหวิน (บุ๋น)ก็ต้องมีอู่ (บู๊) เมื่อมีอู่ ก็ต้อมีเหวิน (有文事者,必有武备;有武事者,必有文备) ซึ่งหมายถึง ว่า เมื่อมีความรู้มีสติปัญญาที่ดีแล้ว ก็ควรมีความแข็งแรงของร่างกาย ควบคู่กันไปด้วยกัน”

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : 18 มิถุนายน 2565 11:35:59 เข้าชม : 1984582 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

นายก อบจ.ภูเก็ต ร่วมประเพณีสวดกลางบ้าน พร้อมพบปะประชาชน ณ ชุมชนสวนหลวงเจ้าฟ้า 3 ต.วิชิต

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2565) นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริ … …