Home ข่าวเด่น ดิจิทัล เปิดศักราชใหม่ของความร่วมมือ BRICS เขียนบทใหม่ ในการพัฒนาก้าวหน้าของมนุษยชาติ (โดย นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย)

เปิดศักราชใหม่ของความร่วมมือ BRICS เขียนบทใหม่ ในการพัฒนาก้าวหน้าของมนุษยชาติ (โดย นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย)

30 second read
0
0
331

วันที่ 22-24 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม BRICS Business Forum ในกรุงปักกิ่งผ่านทางวิดีโอและกล่าวปาฐกถา และ เป็นประธานในการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 14 การประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาของโลก กรอบความร่วมมือ BRICS Plus และ กล่าวสุนทรพจน์

ปีนี้ เป็นปีครบรอบ 16 ปี ของการก่อตั้งกลไกความร่วมมือ BRICS และก็เป็น “ปีแห่งประเทศจีน” สำหรับ BRICS ด้วย ประเทศจีน เป็นเจ้าภาพจัดงาน BRICS มากกว่า 170 งาน ในด้านต่าง ๆ ตลอดทั้งปี เฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก มีการจัดประชุมระดับรัฐมนตรี มากกว่า 20 ครั้ง งาน “BRICS+” แต่ละงานดึงดูดประเทศที่ไม่ใช่กลุ่ม BRICS มากกว่า 50 ประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม ในปีนี้กิจกรรมในกลุ่ม BRICS จะบรรลุความสำเร็จ 37 รายการ ซึ่งจะเป็นการยกระดับของความร่วมมือ BRICS สูงขึ้นอีกระดับหนึ่งทั้งในแง่ปริมาณ และ คุณภาพ

ปัจจุบัน โลกกำลังเข้าสู่ช่วงใหม่แห่งความปั่นป่วน และ การเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในรอบร้อยปี ผสมผสานกับโรคระบาดแห่งศตวรรษ ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงของโลกที่สลับซับซ้อน การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกมีความยากลำบาก และ การพัฒนาของโลกกำลังเผชิญกับการพัฒนา ที่ทวนกระแส ดังนั้น การส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน การพิทักษ์สันติภาพ และ ความมั่นคงของโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ของสหประชาชาติ คือ ความปรารถนาร่วมกันของประชาชนทุกประเทศ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มีวิสัยทัศน์กว้างไกลโดยยึดความผาสุกของมนุษยชาติ เป็นเป้าหมาย มุ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนของมนุษยชาติ และ ได้นำให้การประชุม BRICS สร้างผลสำเร็จที่มีลักษณะเป็นการบุกเบิก ชี้นำ และ เป็นไปตามกลไก ผลักดันการขยายความร่วมมือของ BRICS ในเชิงกว้าง และ ลงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเสริมพลังให้มีเสถียรภาพ สร้างสรรค์ให้กับ BRICS สร้างคุณูปการใหม่ ๆ ต่อสันติภาพ และ การพัฒนาของโลก

——ตอบโจทย์ยุคสมัยอย่างลึกซึ้ง ร่วมกันสร้างประชาคม ที่มีอนาคตร่วมกัน สำหรับมนุษยชาติ

โลกจะไปทางไหน ? สันติภาพ หรือ สงคราม ? พัฒนา หรือ เสื่อมถอย ? เปิดกว้าง หรือ ปิดกั้น? ร่วมมือ หรือ เผชิญหน้า ? นี่คือโจทย์ของยุคเรา ไม่ว่าสถานการณ์ระหว่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ? แนวโน้มทางประวัติศาสตร์ของการพัฒนาแบบเปิดกว้าง จะไม่เปลี่ยนแปลง เราต้องเข้าใจกฎแห่งการพัฒนาทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง กล้าเผชิญกับความท้าทาย และ ผลักดันการสร้างประชาคม ที่มีอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ อย่างแน่วแน่

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่เราอยู่นั้น มีการพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพ โดยภาพรวมมาโดยตลอด มีการสร้างกรอบความร่วมมือด้านความมั่นคง และ ความร่วมมือระดับภูมิภาคโดยมีอาเซียนเป็นศูนย์กลาง และ ได้กลายเป็นโอเอซิสแห่งสันติภาพของโลก อีกทั้งเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาในอัตราสูง สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย จีน จะสนับสนุนความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน และ การสร้างประชาคมอาเซียนอย่างแน่วแน่ สนับสนุนความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในโครงสร้างภูมิภาค และ ทำงานร่วมกับประเทศอาเซียน เพื่อดำเนินการตามฉันทามติที่สำคัญ ที่บรรลุถึงในการประชุมสุดยอดฉลองครบรอบ 30 ปี ของความสัมพันธ์คู่เจรจาจีน-อาเซียน เมื่อปีที่แล้ว โดยมีความเข้าใจแนวโน้มการพัฒนาของโลก ขจัดการแทรกแซง แบ่งปันโอกาส และ เอาชนะความท้าทายร่วมกันเพื่อนำความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน ไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีน-อาเซียน ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นและทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างบ้านเมืองแห่งสันติภาพ สงบสุข เจริญรุ่งเรือง สวยงาม และ มีมิตรไมตรีต่อกัน

——ปกป้องความยุติธรรม และ ความเป็นธรรมระหว่างประเทศ ร่วมกันพิทักษ์สันติภาพ และ ความสงบสุขของโลก

ประสบการณ์ในอดีตย่อมเป็นสิ่งที่เตือนใจคนรุ่นหลังที่ดี ประวัติศาสตร์อันน่าสลดใจของสงครามโลกสองครั้ง และ การเผชิญหน้าในสงครามเย็น แสดงให้เห็นว่า ลัทธิครองความเป็นเจ้า การเมืองแบบแบ่งกลุ่ม และ การเผชิญหน้า โดยการแบ่งค่ายจะไม่ทำให้เกิดสันติภาพ และ ความมั่นคง แต่จะนำไปสู่สงครามและความขัดแย้งเท่านั้น วิกฤตการณ์ในยูเครนส่งเสียงเตือนชาวโลกอีกครั้งว่าความหลงเชื่อสถานะอำนาจของตน และ การขยายพันธมิตรทางทหาร การแสวงหาความมั่นคงของตนเองโดยแลกกับความมั่นคงของประเทศอื่น ๆ จะนำไปสู่ภาวะที่ยากลำบากด้านความมั่นคงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบัน บางประเทศได้เข้าสู่ศตวรรษที่ 21 โดยร่างกาย แต่หัวสมองยังอยู่ในยุคสงครามเย็น เมื่อเจอกับการขาดความสมดุลในการปกครองภายในประเทศ ความเหลื่อมล้ำขยายกว้างมากขึ้น และการแบ่งขั้วทางการเมือง พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ แต่เร่งดำเนินยุทธศาสตร์การกีดกันในระดับโลก ยั่วยุการเผชิญหน้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ รังแกประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก และ ก่อกวนโลกทั้งใบจนไม่มีความสงบสุข

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอข้อริเริ่มว่าด้วยความมั่นคงระดับโลก ในสุนทรพจน์ที่ประชุมเอเชียโป๋อ๋าว (Boao Forum for Asia) ประจำปีนี้ จีนยินดีที่จะทำงานร่วมกับหุ้นส่วนกลุ่ม BRICS เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามข้อริเริ่มว่าด้วยความมั่นคงระดับโลก และ เพื่อบุกเบิกเส้นทางการรักษาความมั่นคงแบบใหม่ที่เน้นการเจรจาแต่ไม่ใช่การเผชิญหน้า การเป็นหุ้นส่วนแต่ไม่ใช่การเป็นพันธมิตร และ ชนะด้วยกันแต่ไม่ใช่ผลรวมกันเป็นศูนย์ จีนส่งเสริมค่านิยมร่วมกันของมนุษยชาติที่มีสันติภาพ การพัฒนา ความยุติธรรม ความเป็นธรรม ประชาธิปไตย และ เสรีภาพ ปฏิบัติตามความรับผิดชอบและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างแข็งขัน ยึดมั่นในระบบพหุภาคีอย่างแท้จริง และ ปกป้องระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นศูนย์กลาง และ ระเบียบระหว่างประเทศ ที่ถือกฎหมายระหว่างประเทศเป็นพื้นฐานอย่างแน่วแน่ เราจะยังคงเป็นผู้สร้างสันติภาพของโลก ผู้มีส่วนสนับสนุนในการพัฒนาของโลก และ ผู้พิทักษ์ระเบียบระหว่างประเทศ

——มุ่งเน้นการพัฒนา ร่วมมือ เพื่อสร้างยุคใหม่ของการพัฒนาระดับโลก

การพัฒนาเป็นประเด็นที่มีนัยสำคัญตลอดกาลของสังคมมนุษย์ และ เป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสุขของประชาชน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาระดับโลก ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อปีที่แล้ว โดยเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 แห่งสหประชาชาติ เพื่อผลักดันในการสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนการพัฒนาระดับโลกที่สามัคคี เสมอภาค สมดุล และมีผลประโยชน์ร่วมกัน และ ผลักดันในการสร้างประชาคมการพัฒนาระดับโลก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก 100 กว่า ประเทศ และ องค์การระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ เป็นต้น ฝ่ายจีนเพิ่งเปิดตัว “รายงานการพัฒนาระดับโลก” ซึ่งในรายงานได้เสนอแนะนโยบาย 8 ด้าน เกี่ยวกับการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 บนพื้นฐานของช่วงการพัฒนาใหม่ จีน จะใช้แนวคิดการพัฒนาใหม่ สร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่อย่างแข็งขัน และ มุ่งมั่นที่จะบรรลุการพัฒนาที่มีคุณภาพ

ฝ่ายไทย สนับสนุนข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาระดับโลกอย่างแข็งขัน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาของโลก กรอบความร่วมมือ BRICS Plus และ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของกลุ่มเพื่อนมิตรของข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาระดับโลก โมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่ไทยส่งเสริมนั้นสอดคล้องกับแนวคิด “น้ำใสและเขาเขียวเป็นภูเขาเงินภูเขาทอง” ที่ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เสนอ จีน ยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยและกลุ่มประเทศ BRICS เพื่อเร่งดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนปี 2030 ขององค์การสหประชาชาติ พัฒนาข้อริเริ่มว่าด้วยการพัฒนาระดับโลกอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างประชาคมการพัฒนาระดับโลก เพื่อช่วยให้บรรลุการพัฒนาระดับโลกที่แข็งแกร่ง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ มีสุขภาวะที่ดี

——สอดคล้องกับแนวโน้มของยุคสมัย ร่วมกันปรับปรุงธรรมาภิบาลโลกให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ชี้ให้เห็นอย่างลึกซึ้ง ว่า การยอมรับความแตกต่างโดยไม่แบ่งแยก เอื้อผลประโยชน์ร่วมกันนั้น เป็นเส้นทางที่ถูกต้องของสังคมโลก ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า การคว่ำบาตรเป็น “บูมเมอแรง” และ “ดาบสองคม” และ ทำเศรษฐกิจโลกให้เป็นการเมือง เป็นเครื่องมือ และ อาวุธสงคราม และ ใช้ประโยชน์จากระบบการเงินระหว่างประเทศ เพื่อการคว่ำบาตร ในที่สุดจะเป็นการทำร้ายคนอื่น และ ตัวเอง และ ทำให้ประชาชนชาวโลกต้องได้รับผลกระทบอย่างสาหัส เราต้องยึดมั่นในการเปิดกว้าง ยอมรับซึ่งกันและกัน ชี้นำและส่งเสริมการพัฒนาที่ดีของโลกาภิวัตน์ รักษาระบบการค้าพหุภาคีโดยมีองค์การการค้าโลกเป็นแกนหลัก และ ส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง ยึดมั่นในการหารือร่วมกัน พัฒนาร่วมกันและแบ่งปัน และ เพิ่มการเป็นตัวแทนและอำนาจของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้มั่นใจในความเสมอภาคของสิทธิประโยชน์ กฎเกณฑ์ และ โอกาสของแต่ละประเทศ การผลักดัน และ เป็นผู้นำในการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลก เป็นภาระหน้าที่อันชอบธรรมของความร่วมมือ BRICS จีนยึดมั่นในการพัฒนาอย่างสันติและสนับสนุนความร่วมมือแบบเอื้อประโยชน์ร่วมกัน จีนได้กลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของ 130 กว่าประเทศและภูมิภาค และ ได้ลงนามร่วมกับ 149 ประเทศ และ 32 องค์การระหว่างประเทศ ในเอกสารว่าด้วยความร่วมมือการสร้าง “สายแถบ และ เส้นทาง” มากกว่า 200 ฉบับ ประชาชนจีนได้เริ่มเดินทางครั้งใหม่บนเส้นทางการสร้างประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่อย่างรอบด้าน เราจะเร่งสร้างรูปแบบการพัฒนาใหม่โดยมีวัฏจักรภายในประเทศเป็นหลัก และ มีวัฏจักรคู่ทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ เสริมกำลังซึ่งกันและกัน เพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจคุณภาพ และ แบ่งปันโอกาสในการพัฒนากับประเทศต่าง ๆ รวมประเทศเพื่อนบ้าน เช่นประเทศไทย เพื่อแสดงบทบาทมากขึ้น ในการปรับปรุงธรรมาภิบาลโลกให้สมบูรณ์แบบ มากยิ่งขึ้น

——ส่งเสริมการขยายสมาชิกของกลไก BRICS เริ่มการเดินทางครั้งใหม่ของความร่วมมือ BRICS

“ดอกไม้ดอกเดียวไม่ใช่ฤดูใบไม้ผลิ และห่านฟ้าเพียงตัวเดียวไม่สามารถเดินทางเป็นกลุ่มได้” ความสำคัญของความร่วมมือ BRICS ได้เกินขอบเขตของ 5 ประเทศไป ได้แบกรับความคาดหวังของประเทศตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนาและตลอดจนสังคมโลกด้วย กลุ่มประเทศ BRICS ไม่ใช่สโมสรปิดกั้นหรือ “ก๊วนเล็ก” ที่กีดกันคนนอก แต่เป็นครอบครัวใหญ่ที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ เป็นหุ้นส่วนที่ดีเพื่อความร่วมมือแบบเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน 16 ปีที่ผ่านมา กลไกความร่วมมือของ BRICS ได้พัฒนาเป็นกลไกที่นำโดยการประชุมของผู้นำ และเสริมด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรี เช่น การประชุมผู้แทนระดับสูงด้านกิจการความมั่นคงและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ และ ขับเคลื่อนด้วย “สามล้อ” ซึ่งประกอบด้วย ความมั่นคงทางการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การเงิน และการแลกเปลี่ยนสังคม วัฒนธรรม กลายเป็นเวทีสำคัญของความร่วมมือสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และ กลายเป็นกำลังสำคัญในการปรับปรุงธรรมาภิบาลโลกและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน

จีน เสนอให้เริ่มกระบวนการขยายสมาชิกกลุ่ม BRICS หารือมาตรฐานและขั้นตอนการขยายสมาชิก และบรรลุฉันทามติอย่างเป็นลำดับ ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างและความครอบคลุมของกลุ่มประเทศ BRICS ตอบสนองต่อความคาดหวังของประเทศตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนา และ จะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับความเป็นตัวแทนและอำนาจของกลุ่มประเทศ BRICS ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาของโลก ใน 5 ปี ที่ผ่านมานับตั้งแต่การนำเสนอแนวคิดของความร่วมมือ “BRICS+” BRICS ได้กลายเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในการดำเนินการความร่วมมือใต้ใต้ และบรรลุความเป็นหุ้นส่วนและพัฒนาตนเอง ในปีนี้ การประชุมในกลุ่ม “BRICS+” ได้รับการยกระดับเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นครั้งแรก “ปฏิญญาปักกิ่ง” เน้นย้ำถึงความพยายามของประเทศในกลุ่ม BRICS ในการขยายความร่วมมือกับประเทศตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ และสนับสนุนการส่งเสริมการหารือนอกสมาชิก และ ความร่วมมือ “BRICS+” การประชุมระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาของโลก สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้าง และ ความครอบคลุมของความสัมพันธ์หุ้นส่วน BRICS รวมทั้งการหารือนอกกลุ่มสมาชิกและความร่วมมือ “BRICS+” ซึ่งจะเป็นการเสริมแรงผลักดันใหม่ในการเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างประเทศ และ ดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030

ในฐานะที่เป็นประเทศตลาดเกิดใหม่ และ ประเทศกำลังพัฒนาที่สำคัญ ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญ ในกิจการระหว่างประเทศ และ ภูมิภาค เป็นผู้มีส่วนร่วมและผู้ผลักดันการพัฒนาระหว่างประเทศ อย่างแข็งขัน จีน และ ไทย เป็นเพื่อนบ้านที่ดี เพื่อนที่ดี หุ้นส่วนที่ดี และ ญาติที่ดี ทั้งสองฝ่ายมีความไว้เนื้อเชื่อใจทางการเมืองอย่างลึกซึ้ง มีผลประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายมิติ และ มีศักยภาพในความร่วมมือสูง จีน ยินดีร่วมมือกับไทย และ ประเทศตลาดเกิดใหม่ตลอดจนประเทศกำลังพัฒนา เพื่อร่วมมือร่วมใจกัน เคียงบ่าเคียงไหล่กัน สร้างรูปแบบการพัฒนาที่มีผลประโยชน์ที่ร่วมกัน ความสมดุล ครอบคลุม และ การไม่แบ่งแยก ความร่วมมือแบบเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน และ ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน สร้างประชาคมที่มีชะตาร่วมกันของมนุษยชาติ และ สร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับมนุษยชาติ

เขียนโดย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย มิสเตอร์หาน จื้อเฉียง

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : 29 มิถุนายน 2565 15:18:59 เข้าชม : 1983745 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

สีจิ้นผิง กับ การหลอมรวมภูมิปัญญาจีน ในโลกสมัยใหม่

ในช่วง ที่ นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาช … …