Home ข่าว 5 จังหวัด ภาคใต้ ตอนล่าง จับตา BRN สยายปีก ! หากไม่ได้ “เอกราช” ก็ต้องเอา “เขตปกครองตนเอง”

จับตา BRN สยายปีก ! หากไม่ได้ “เอกราช” ก็ต้องเอา “เขตปกครองตนเอง”

4 second read
0
0
446

ไฟใต้ระลอกใหม่ผ่านไป 18 ปี แล้ว แต่ยังมีเรื่องราว หรือ ความเชื่อที่ยังถกเถียงกันไม่จบ โดยเฉพาะเกี่ยวกับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีชื่อเรียกว่า “บีอาร์เอ็น” ว่า มีอยู่จริงหรือไม่ เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณแค่ไหน ? และ ทหารกับคนในพื้นที่คิดเห็นกันอย่างไร ?

ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ทำให้มาตรการดับไฟใต้เป็นไปแบบ “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” เพราะได้ลุกลามขยายวงไปถึง “ศูนย์กลางอำนาจ” แล้วเช่นกัน ทำให้เห็นชัดว่า หน่วยงานความมั่นคงขาดทั้งเอกภาพ และ ข้อมูล อีกทั้งมีชุดความจริงคนละชุด ตามแต่ทีมงานจะชงให้

อย่างช่วง 2 ปีในสมัยที่ “แม่ทัพอาร์ท” ไม่เคยมีการเอ่ยถึงบีอาร์เอ็นเลย สถานการณ์ทุกอย่าง ถูกโยนไปให้เป็นเรื่องของ “ภัยแทรกซ้อน” แต่ก็ยังอุตส่าห์มีโครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตสมาชิกพูโลหรือไม่ ก็บีอาร์เอ็นที่ถูกปลดระวาง โดยเป็นการจัดสรรงบประมาณให้ด้วย

แต่ไม่ว่า ฝ่ายไหนจะเชื่ออย่างไร ? สิ่งที่ยังดำรงอยู่คือ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนมีอยู่จริง ไม่ได้เป็นละครที่ถูกเขียนบทขึ้นมาลอย ๆ แถมมีผู้กำกับการแสดงที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ปีละ 30,000 ล้าน บาท ส่วนจะมีรั่วไหล หรือ เงินทอนอะไรหรือไม่ หรือ อย่างไรนั้น เป็นเรื่องที่สังคมต้องจับตากัน

เพราะจากปฏิบัติการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมา มีทั้งข้อมูลยืนยันและหลักฐานชี้ชัดว่า บีอาร์เอ็นอยู่เบื้องหลังและมี 2 ปีกใหญ่คือ ปีกแรกควบคุมปฏิบัติการด้านการทหารในชายแดนใต้ อีกปีกควบคุมปฏิบัติการด้านการเมือง

น่าสนใจว่า ปฏิบัติการด้านสงครามข่าวสาร (IO) ทำงานผ่านภาคประชาสังคม ที่เคลื่อนไหวเรียกร้องขอกำหนดใจตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ ซึ่งกิจกรรมต่างๆ เป็นไปเพื่อแสดงความเป็นตัวตนของคนมาลายู เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยศูนย์การนำอยู่ในมาเลเซีย และ ได้รับความคุ้มครองจากรัฐบาลเสือเหลืองเป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่เวลาตั้งโต๊ะเจราจาสันติภาพกับตัวแทนรัฐบาลไทย จะมีอดีตผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกทุกครั้ง

ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง นั่นไม่น่าจะใช่เป็นการอำนวยความสะดวก แต่เป็นการ “จัดฉาก” เพื่อให้ตัวละครภายใต้กำกับได้เข้าสู่เวทีพูดคุย นับตั้งแต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อเนื่องถึงสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบัน ซึ่งต้องถือเป็นการกำกับการแสดงของรัฐบาลมาเลเซีย ที่สมควรให้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง

การมีอยู่จริงของบีอาร์เอ็น ยืนยันชัดผ่านข้อตกลงหยุดยิง ในช่วงเดือนรอนฎอน แต่คล้อยหลังก็กลับเข้าสู่โหมดความรุนแรง ได้อีกในเวลานี้ ซึ่งนั่นก็เป็นการแสดงให้หน่วยงานความมั่นคงไทย ต้องยอมรับกับการเดินเข้าสู่เวทีเจรจาสันติภาพ ซึ่งเป็นไปตามประสงค์ของมาเลเซีย และ องค์กรต่างประเทศ

เหตุรุนแรงหลังเดือนรอมฎอน ติดต่อกันตั้งแต่ถล่มสถานีตำรวจน้ำ วางบึ้ม เสาไฟฟ้า ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส คาร์บอมบ์จุดตรวจจันทรักษ์ อ.ปานาเระ และวางระเบิดที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซุ่มยิงชุด รปภ.ครูที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา วางระเบิดขบวนรถทหารพรานที่ อ.บันนังสตา ล้วนเป็นไป เพื่อให้ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” กลับมาบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นทั้งตรวจค้น และ จับกุม

เพราะหากไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย จริงจัง อาจทำให้หลงคิดไปได้ว่า ไฟใต้สงบแล้ว นั่นจะทำให้บีอาร์เอ็น ได้เปรียบในเวทีพูดคุยสันติสุข เนื่องจากเหตุการณ์บนแผ่นดินปลายด้ามขวานสงบ และ สันติ แล้ว ทำไมที่รัฐไทยยังต้องไปรับข้อเสนอของบีอาร์เอ็น อีกเล่า

การที่มีตอบโต้ทุกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐบังคับใช้กฎหมายต่อแนวร่วม แสดงให้เห็นชัดเจนว่า บีอาร์เอ็น ยังมีกองกำลังติดอาวุธอยู่ในทุกพื้นที่ และมีความพร้อมปฏิบัติการก่อวินาศกรรมเป้าหมายที่ต้องการได้ตลอดเวลา

ล่าสุดทั้งจากการสืบสวนสอบสวน การพิสูจน์หลักฐาน และ ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ยืนยันได้แล้ว ว่า กรณีคาร์บอบบ์จุดตรวจจันทรักษ์ มีแนวร่วมบีอาร์เอ็นในพื้นที่ร่วมเข้าร่วมปฏิบัติการด้วย โดยเฉพาะอาจมีพนักงาน อบต.บางคน เกี่ยวข้องกับการปล้นรถขนขยะไปทำเป็นคาร์บอมบ์

เมื่อบีอาร์เอ็นเป็น “ผู้กำหนดเกม” ดังนั้นการที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่พยายามบังคับใช้กฎหมาย โดยวาดหวังให้สอดรับการเจาจา จึงไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดสันติภาพขึ้นจริง

จะเห็นว่า 2 ปีกบีอาร์เอ็นปฏิบัติการไปพร้อม ๆ กัน หลังปีกทหารก่อวินาศกรรม ปีกการเมืองก็รุกงานมวลชนตาม อย่างหลังรอมฎอน 3 วันมีประกาศการจัดตั้ง “วันเยาวชนปาตานี” พร้อมแสดงตัวตน และ เจตนารมณ์ผ่านสื่อ รวมถึงให้ความเห็นให้กรณี “พูโล 5G” จะเข้าร่วมโต๊ะเจรจา ว่า ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบีอาร์เอ็น เป็นต้น

ล่าสุด “เจ๊ะมูดอ บินเจ๊ะเต๊ะ” แกนนำบีอาร์เอ็น เข้าร่วมวงเสวนาผ่านสำนักข่าว THE MOTIVE ในหัวข้อ “ภาพอนาคตชาวปาตานีชายแดนใต้” ได้ให้คำตอบชัดเจน ว่า ขบวนการต้องการอะไร ? แถมยังเปิดเผยถึงการมี ส.ส.เป็นปากเสียงอยู่ในสภาฯ และ ที่สำคัญยังตอกย้ำด้วยว่า สิ่งที่บีอาร์เอ็นต้องการคือ “เอกราช”

สังเกตได้ว่า ขณะนี้บีอาร์เอ็นเปิดหน้าชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ในเวทีสาธารณะที่จัดโดย “สื่อ” ที่จัดตั้งโดยปีกการเมือง เป็นการเปิดเกมรุกด้านมวลชนที่น่าจับตามองยิ่ง ซึ่งสอดรับกับข้อเรียกร้อง ที่ยื่นต่อรัฐบาลไทย บนโต๊ะเจรจาที่มี “มาเลเซีย” และ “องค์กรชาติตะวันตก” เป็นผู้กำกับเวที โดยมี “คนชายแดนใต้” เป็นตัวประกัน

ก็ในเมื่อที่ผ่านๆ มา การก่อวินาศกรรมในชุมชน หรือ กระทั่งบนถนนสายหลัก แถมมีการอัดคลิปแสดงผลงานให้ทั้งโลกได้รับรู้ นั่นแสดงถึงศักยภาพของบีอาร์เอ็นแล้วใช่ไหมว่า ขบวนการแบ่งแยกดินแดนนี้จะเปิดปฏิบัติการที่ไหน หรือ เมื่อไหร่อีกก็ได้

ดังนั้นต่อจากนี้ไปจึงต้องถือเป็นงานหนักมากสำหรับ “กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า” ที่จะต้องป้องกันเขตชุมชนหรือเมืองใหญ่ ๆ ไว้ให้ดี โดยเฉพาะเวลานี้หลายหัวเมืองในชายแดนใต้ ต่างก็กำลังหันกลับมาฟื้นด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว หลังโรคระบาดโควิด-19 สร่างซาลง

ส่วน “คณะพูดคุยสันติสุข” ที่ต้องทำหน้าที่เจรจากับตัวแทนบีอาร์เอ็นก็ไม่ใช่งานง่ายเช่นกัน หากพลาดพลั้งและหลงเหลี่ยมเมื่อไหร่ ประเทศไทยอาจจะมี “เขตการปกครองตนเอง” เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

เนื่องเพราะบีอาร์เอ็นมีทั้งมาเลเซีย และ องค์กรจากตะวันตก สนับสนุนให้ตั้งธงล่วงหน้าว่า เมื่อไม่ได้ “เอกราช” ก็ต้องเอา “เขตปกครองตนเอง” ให้ได้ ฉะนั้นจะลงนามอะไรกับทั้งฝ่ายบีอาร์เอ็น และ ฝรั่งหัวแดง จึงต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ก่อน ต้องไม่ลืมว่า มีทั้ง “คนชายแดนใต้” และ “แผ่นดินปลายด้ามขวาน” เป็นเดิมพัน

บทความ โดย….ไชยยงค์ มณีพิลึก

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : 8 กรกฎาคม 2565 09:35:59 เข้าชม : 1986588 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 5 จังหวัด ภาคใต้ ตอนล่าง
Comments are closed.

Check Also

ผู้บริหาร รพ.กรุงเทพภูเก็ต ร่วมสืบสานประเพณี “ถือศีลกินผัก” ประจำปี 2565

วันนี้ (29 กันยายน 2565) นายแพทย์ณรงค์ฤทธิ์ ฮาวรังษี รอ … …