Home ข่าวเด่น ดิจิทัล การพัฒนาเศรษฐกิจจีน และ ไทย ภายใต้ กรอบ RCEP

การพัฒนาเศรษฐกิจจีน และ ไทย ภายใต้ กรอบ RCEP

34 second read
0
0
285

RCEP หรือ ในชื่อเต็ม Regional Comprehensive Economic Partnership คือ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ระดับภูมิภาค จัดเป็นความตกลงการค้าเสรีฉบับที่ 14 ของประเทศไทย ครอบคลุมกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ และ พันธมิตรทางการค้าอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และจีน มีผลบังคับใช้กับชาติที่ลงสัตยาบันไปแล้ว ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2565 ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา บรูไนดารุสซาลาม ไทย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น จีน หลายฝ่ายมองว่า RCEP ไม่ต่างจากความตกลงระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบหนึ่งในสามของมูลค่าการค้าโลก คิดเป็น 30.3 %

เนื่องจากไทยและจีนต่างก็อยู่ในกรอบ RCEP ความเข้าใจ RCEP จะช่วยให้เห็นแนวทาง รวมทั้งความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจ ระหว่างกัน ในการนี้ผู้ให้สัมภาษณ์ ซึ่งได้แก่ ดร.ฐณยศ โล่ห์พัฒนานนท์ นักวิจัยด้านวัฒนธรรม ความมั่นคงใหม่ และ อุตสาหกรรมบันเทิงระหว่างประเทศ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้วิเคราะห์เกี่ยวกับ RCEP ไว้อย่างน่าสนใจ

RCEP ไม่เพียงช่วยให้ไทย และ จีน ผูกสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในลักษณะพึ่งพากันและกัน อย่างเหนียวแน่น แต่ยังสร้างตลาดการค้าตามแนวคิดความยั่งยืน เพราะกลไกข้อตกลงมุ่งกระตุ้นให้แต่ละฝ่าย เปิดทางให้แก่การส่งออกของคู่ค้าตนเอง เน้นสินค้าที่ต่างฝ่ายต่างขาดแคลน

ดร.ฐณยศ กล่าวว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะ RCEP มีวัตถุประสงค์ เพื่อผนึกกำลังทางตลาด การลงสัตยาบันเกิดขึ้น เพราะสมาชิกหวังให้เกิดการไหลเวียนของสินค้าและบริการข้ามพื้นที่ โดยรวมเรื่องของการลงทุนข้ามพรมแดน ทรัพย์สินทางปัญญา อีคอมเมิร์ซ SMEs และ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอื่น ๆ จีนกับชาติสมาชิกจึงพยายามอิงแนวทาง win-win cooperation ด้วยการส่งเสริมให้แต่ละฝ่ายขายสินค้าที่อีกฝ่ายต้องการมากกว่า จะแข่งขันกันเอง นั่น ทำให้ RCEP อิงอุดมการณ์ตลาดในแง่ของการเป็นพื้นที่ สำหรับอำนวยการพึ่งพามากกว่าจะค้าขาย โดยไม่สนใจความเป็นไปของอีกฝ่าย สมาชิกเพียงพัฒนาจุดเด่นของตนเองให้สอดรับกับช่องว่างในตลาด

อย่างในกรณีของไทย จีน จะลดและยกเลิกภาษีศุลกากรกับสินค้าส่งออกของไทย ที่จีนสนใจหลายรายการ ดังที่จีนได้ประกาศไปแล้ว ในสายตาจีน ความสนับสนุนของทั้งไทย และ จีน ต่อ RCEP จะยกระดับความร่วมมือทางการค้า และ เศรษฐกิจระหว่างกัน เดิมที จีน เป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย ทั้งยังเป็นนานติดต่อกันถึง 9 ปี การค้าไทย-จีน ได้เยียวยาความเสียหายจากโรคระบาด ดังเห็นได้จากปริมาณการค้า ปีที่แล้ว ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ บรรษัทจีน ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ การสื่อสาร ยานพาหนะ และ โฟโตโวลเทอิก (อุตสาหกรรมแผงโซลาร์เซลล์) ประสบความสำเร็จในการตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ขณะเดียวกันผลผลิตทางการเกษตรของไทย รวมทั้งยางพารา และ ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า ก็ได้รับการตอบรับที่ดีในประเทศจีน เมื่อชาติสมาชิกเริ่มบังคับใช้กฎ RCEP ไทย และ จีน จะเปิดตลาดเพิ่มอีกโดยเน้นผลิตภัณฑ์ประมง การทำกระดาษ ส่วนประกอบยานยนต์ และโลหะ จากนั้นการค้ามากกว่า 90% จะถูกขับเคลื่อนด้วยการยกเลิกภาษีนำเข้า แล้วขยายความร่วมมือให้ครอบคลุม กลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทรัพย์สินทางปัญญา และ เศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อสร้างพลังการเชื่อมโยงของทรัพยากรดิจิทัลของสองชาติ

ณ ปัจจุบัน ประเทศจีน พยายามนำโครงการเชื่อมโยง BRI ไปสู่เป้าหมาย จีน จึงพยายามส่งเสริมเขตการค้า ด้วยแนวคิดมิตรภาพ และ RCEP ก็คือ ผลพวงของความพยายามนี้ จีนมุ่งหวังให้ RCEP เป็นกลไกการฟื้นตัวของพื้นที่ในยุคหลังโควิด-19 ทั้งยังปรารถนาจะเห็น RCEP เปิดการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจภาคส่วนอื่นของโลกซึ่งจะทำให้ RCEP เป็นทั้งโอกาสของชาติภายนอก และ ชาติสมาชิกในพื้นที่ข้อตกลง

หากพิจารณาภาพใหญ่ ดร.ฐณยศ ระบุว่า จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า RCEP ก็คือตลาดเอเชียแปซิฟิก ข้อตกลงต่าง ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประสานความห่างเหินพร้อมกับดึงจุดแข็งของเอเชียแปซิฟิกออกมาให้มากที่สุด เอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่ทางการค้า ที่แข็งแกร่ง มีทั้งสินค้าบริการทางการเกษตร เทคโนโลยี พลังงาน การเงิน อุตสาหกรรม อย่างในปี 2020 ขนาดเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียแปซิฟิก ติด 1 ใน 5 ของโลก จีน อยู่ที่อันดับ 2 ญี่ปุ่น อยู่ที่อันดับ 3 และ กลุ่มชาติอาเซียนรวมกันติดอันดับ 5 เอเชียแปซิฟิก จึงเป็นตลาดศักยภาพสูง แต่เอกภาพอาจจะยังไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการกระจายสินค้ากับความร่วมมือไปพื้นที่อื่น ๆ แทนที่จะเชื่อมต่อกันเอง อย่างสมบูรณ์

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมอง ว่า RCEP ถูกออกแบบมาเพื่อให้แข่งขันกับ TPP หรือ Trans-Pacific Partnership ของสหรัฐฯ ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะนำสหรัฐฯ ออกจาก TPP แล้วทำให้ RCEP ได้เติบโต ในสายตาหลายคน จีน อาจดัน RCEP เพื่อยันกับศูนย์อำนาจตะวันตก แต่ในข้อเท็จริง แม้โลกไม่มี TPP ความตกลงแบบ RCEP ก็ยังต้องเกิดขึ้น เพราะมันคือการดึงศักยภาพในพื้นที่ เพื่อสร้างตลาดแบบพึ่งพา RCEP ตอบโจทย์ win-win cooperation ความยั่งยืน ทั้งยังช่วยกระชับความผูกพันในพื้นที่ รอบบ้าน ซึ่งมีความสำคัญกับทุกชาติสมาชิก ดร.ฐณยศ กล่าว ทิ้งท้าย

(เรียบเรียง และ สัมภาษณ์โดย อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช คณะนิเทศศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์, http://english.news.cn/20220101/6683e16352c74d098fb8ce2ad341088e/c.html)

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : 27 สิงหาคม 2565 19:42:59 เข้าชม : 1985723 ครั้ง

Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

กลุ่ม ปตท. รวมพลังบรรจุถุงยังชีพ พร้อมส่งความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัย จาก พายุโนรู

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ … …