Home ข่าวเด่น ดิจิทัล TIPMSE เร่งสร้างระบบนิเวศ บนหลัก EPR รับมือ กติกาโลก ที่เข้มข้น มากขึ้น

TIPMSE เร่งสร้างระบบนิเวศ บนหลัก EPR รับมือ กติกาโลก ที่เข้มข้น มากขึ้น

34 second read
0
0
67

(บรรยายภาพ) เชิดชูเกียรติองค์กรผู้นำแห่งความรับผิดชอบ ด้านความยั่งยืน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายโฆษิต สุขสิงห์ รองประธาน สภาอตสาหกรรม และ ประธาน สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ และ รีไซเคิล เพื่อสิ่งแวดล้อม ร่วมเชิดชูเกียรติ และ ประกาศเกียรติคุณ 72 องค์กร ผู้นำแห่งความรับผิดชอบด้านความยั่งยืน ภายในงานมหกรรมด้านความยืนยืน Sustainability Expo 2022 ณ Plenary Hall ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2565

สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ และ รีไซเคิล เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ TIPMSE (Thailand Institute of Packaging and Recycling Management for Sustainable Environment, The Federation of Thai Industries) เดินหน้าขยายเครือข่ายในโครงการ PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน และ สร้างกลไกพัฒนาการจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลัก EPR (Extended Producer Responsibility (EPR) ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย และ ดำเนินการได้จริง

นายโฆษิต สุขสิงห์ รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ ประธาน สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ และ รีไซเคิล เพื่อสิ่งแวดล้อม (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ERP เป็นเรื่องที่เข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น และ เป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั้งโลก โดยมีหลายประเทศได้นำเอาแนวทาง EPR มาบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย ดังนั้น ผู้ผลิตภาคเอกชน และ ผู้มีส่วนร่วมต่าง ๆ ควรมีความเข้าใจเรื่องนี้ อย่างถูกต้อง และตระหนักถึงความสำคัญ ในการวางแนวทางการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ การเก็บกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ สังคมรอบข้าง “แนวทางที่ TIPMSE ดำเนินการอยู่นี้ เราเน้นเรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์ ในลักษณะเป็นภาคสมัครใจ โดยเปิดให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้รวบรวม โรงงานรีไซเคิล องค์กรอิสระ และ องค์กรต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วม หากมีการนำหลัก EPR มาปฏิบัติอย่างสมบูรณ์แบบ จะทำให้เกิดศักยภาพของผู้ผลิต หรือเจ้าของแบรนด์สินค้าในประเทศไทย สามารถก้าวสู่ตลาดส่งออกได้อย่างเข้มแข็ง และ ยั่งยืน”

หลังจาก TIPMSE ได้เริ่มต้นโครงการ เมื่อปลายปีที่แล้ว จาก 50 องค์กร ที่เข้าร่วมภาคีเครือข่าย ได้ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 72 องค์กร ในปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า ภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่ามีความตื่นตัว ในการขับเคลื่อนการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตามหลัก EPR พร้อมทั้งนำร่องการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ตามหลัก EPR ในพื้นที่นำร่อง 3 เทศบาล จังหวัดชลบุรี โดยส่งเสริมให้เกิดการคัดแยกการบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาระบบรวบรวมและขนส่ง การจัดตั้งจุดรองรับ การส่งเสริมกลุ่มแรงงานนอกระบบที่เกี่ยวข้อง การสร้างระบบเชื่อมโยงการบรรจุภัณฑ์ และการสร้างอค์ความรู้เพื่อให้มีการคัดแยกที่มีคุณภาพ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในพิธีเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณ 72 องค์กรผู้นำแห่งความรับผิดชอบด้านความยั่งยืน ว่า การบริหารจัดการตามหลัก EPR จะเป็นการดำเนินการ ที่ครอบคุลมตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และ ปลายทาง ซึ่งแนวคิด EPR จะเป็นหลักการสำคัญ ที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างชัดเจน

ปัจจุบัน 30-40 % ของปริมาณขยะทั้งหมด ทั่วประเทศ หรือประมาณ 8-10 ล้าน ตัน มาจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก และ ยังมีบรรจุภัณฑ์อีกหลายประเภทที่ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการกำจัดขยะของประเทศ ปี 2565-2570 ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการขยะรูปแบบใหม่ตามหลักการ EPR โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งล้อม เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ต่อไป

“นอกจากภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วม และ มีบทบาทในการผลักดัน การบริหารจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ และ รีไซเคิล มากขึ้นแล้ว องค์กรปกครองท้องถิ่นทุกระดับ ทั่วประเทศ จะเป็นอีกภาคส่วนที่จะต้องมีบทบาทสำคัญ ในกระบวนจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพและมีการเก็บกลับเพื่อนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล และอัพไซคลิ่ง”

นายวราวุธ ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก และ ขยะอิเล็กทรอนิคส์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติในการประชุมเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้มีการออกนโยบายกำกับ และ กำจัดการนำเข้าเศษพลาสติกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะไม่อนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกเข้ามา ในปี 2568 ยกเว้นเศษพลาสติกที่ไม่มีในประเทศไทย เช่น พลาสสติก ABS ที่นำมาทำคอนโซนในรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งจะมีการพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป มาตรการดังกล่าว จะเป็นการบังคับให้ทุกคนรวมทั้งภาคธุรกิจ นำเอาขยะพลาสติกในประเทศไทยกลับมาใช้ให้ได้ 100% ภายในปี 2570 ตามโรดแมพที่รัฐบาลวางไว้

นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาว ในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำของประเทศไทย (Long-term low greenhouse gas emissions strategy:LTS) เพื่อให้บรรจุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 และ คาร์บอนเป็นศูนย์ในปี 2065 ซึ่งประเทศไทยจะนำเสนอแผนดังกล่าว ต่อองค์การสหประชาชาติก่อนที่จะมีการประชุม COP27 ในปลายปีนี้ EPR ถือเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ผลิตสร้างความรับผิดชอบไปยังช่วงต่าง ๆ ของวงจรชีวิตบรรจุภัณฑ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม อย่างครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มต้นคิด การออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก การจัดส่งกระจายสินค้า การรับคืน การเก็บรวบรวม การใช้ซ้ำ จนนำมาสู่การนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้เกิดเป็นกระบวนการที่ยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์พลาสติก ให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และ ส่งผลเสีย หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ดังนั้น EPR จึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติก และ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้เกิดการพัฒนาในทิศทางที่เหมาะสม ส่งเสริมการสร้างระบบการจัดการปัญหาขยะพลาสติก อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และ ช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : 30 กันยายน 2565 17:41:59 เข้าชม : 1796439 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

SolarEdge จัดแสดง DC Optimized Solution ติดตั้งในไทย มากกว่า 2,000 โครงการ ชูจุดเด่นผลิตไฟได้มากกว่า ปลอดภัยกว่า อ่านค่าผลิตไฟได้เป็นรายแผง

SolarEdge ผู้นำระดับโลก ด้านเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะ จด … …