Home ข่าวเด่น ดิจิทัล โลกจับตาความสัมพันธ์ จีน-ซาอุดิอาระเบีย หลังการเยือนซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

โลกจับตาความสัมพันธ์ จีน-ซาอุดิอาระเบีย หลังการเยือนซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

2 second read
0
0
364

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เดินทางไปเยือน ประเทศซาอุดิอาระเบีย เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี โดยครั้งล่าสุด ที่ไปเยือนซาอุดิอาระเบีย คือ ปี ค.ศ. 2016 และ เป็นการเยือนต่างประเทศ ครั้งที่ 3 ของผู้นำจีน นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19

การเดินทางมาเยือน ซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในครั้งนี้ เป็นที่จับตาจากประชาคมโลก อย่างมาก เพราะเป็นช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจที่มีอิทธิพล ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายาวนาน และ ซาอุดิอาระเบียตกต่ำอย่างมาก จากประเด็นเรื่องการลดกำลังผลิตน้ำมัน และ ปัญหาสิทธิมนุษยชน

สื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก ยังตั้งข้อสังเกตถึงการต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของทางการซาอุดิอาระเบีย ว่า เป็นการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ อลังการ แตกต่างจากเมื่อครั้งที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา เดินทางเยือนซาอุดิอาระเบีย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เข้าเฝ้าฯ กษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบีย และ ลงนามในข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ระหว่าง จีน กับซาอุดิอาระเบีย โดยสำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า จีน และ ซาอุดิอาระเบีย เห็นชอบที่จะให้ประมุขของทั้ง 2 ประเทศ มีการหารือความร่วมมือทุก 2 ปี

นอกจากนี้ ยังมีการลงนามในข้อตกลงอีก 34 ฉบับ ที่คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 ล้านล้าน บาท ซึ่งเป็นข้อตกลงความร่วมมือที่ครอบคลุมเรื่องพลังงานสะอาด บริการคลาวด์เทคโนโลยี การก่อสร้าง การขนส่ง เป็นต้น

หนึ่งในข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศลงนาม คือ การให้บริษัทหัวเว่ย บริษัทเทคโนโลยีของจีน สามารถทำงานในโครงการเทคโนโลยีคลาวด์ และ ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาเมืองของซาอุดิอาระเบีย ด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร. สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ซาอุดิอาระเบีย ให้ความสำคัญกับการเดินทางมาเยือนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับมหาอำนาจโลก ที่ไปเยือนซาอุดิอาระเบีย ก่อนหน้านี้ หรือ แม้แต่เมื่อครั้งที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เยือนซาอุดิอาระเบีย เมื่อ ปี ค.ศ. 2016 ก็ไม่ได้ต้อนรับยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดของจีนกับประเทศในตะวันออกกลาง ที่จะแนบแน่นยิ่งขึ้น โดยมีซาอุดิอาระเบียเป็นศูนย์กลางสำคัญ

ปกติ จีน และ ซาอุดิอาระเบีย มีความสำคัญใกล้ชิดกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การค้าขายน้ำมัน สินค้าโภคภัณฑ์ โดยซาอุดีอาระเบียยังเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ อันดับหนึ่งของจีน ขณะที่จีนก็อนุญาต ให้ซาอุดิอาระเบียตั้งโรงกลั่นน้ำมัน ทางตอนใต้ของจีน ช่วยให้ซาอุดิอาระเบียได้ประโยชน์จากการขายน้ำมัน และ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโรงกลั่นน้ำมัน

นอกจากนี้ จีน มีนโยบายมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น และ ต้องการกระจายโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปยังประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากประเทศที่จีนมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ขณะที่ซาอุดิอาระเบีย ก็มีแผน Vision ปี 2030 ที่ต้องการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจเช่นกัน ดังนั้นซาอุดิอาระเบีย จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะร่วมมือกับจีน ในด้านพลังงาน นอกจากพลังงานฟอสซิล เนื่องจากจีนมีความเชี่ยวชาญ เรื่องพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น

ความร่วมมือของจีน และ ซาอุดิอาระเบีย ยังมีผลต่อการพัฒนาด้านการเงินด้วย ที่ต่อไปนอกจากจะใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสื่อกลาง ในการซื้อขายน้ำมันแล้ว อาจจะเปลี่ยนเป็นการใช้เงินหยวน หรือ เงินสกุลซาอุดิอาระเบียริยัล ทำให้เงินหยวนของจีน ถูกใช้อย่างแพร่หลายในระดับสากล และ ในอนาคตอาจจะกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลก

ความร่วมมือระหว่างจีน และ ซาอุดิอาระเบีย จึงเป็นสิ่งที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของบทบาทจีน และ ซาอุดิอาระเบีย ทิ่ยิ่งจะโดดเด่นยิ่งขึ้นในเวทีโลก ดังที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวในการเยือนครั้งนี้ ว่า นี่เป็นการเข้าสู่ยุคใหม่แห่งความสัมพันธ์ระหว่างจีน และ โลกอาหรับ โดยจีนพร้อมพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับซาอุดิอาระเบีย เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : เสาร์ 10 ธันวาคม 2565 14:08:59 เข้าชม : 1965782 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

เปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการใหม่ ‘นิมมาน’ (Nimman) บ้านหรู 2 ชั้น สไตล์วาบิซาบิ จาก มือโปรพัฒนาอสังหาฯ โบ๊ทพัฒนา ภูเก็ต

วันนี้ (28 ม.ค. 2566) มีการเปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการ … …