Home ข่าวเด่น ดิจิทัล ผลลัพธ์ ‘การพัฒนาสีเขียว’ ของจีน หนุน นานาชาติ ร่วมมือคุณภาพสูง

ผลลัพธ์ ‘การพัฒนาสีเขียว’ ของจีน หนุน นานาชาติ ร่วมมือคุณภาพสูง

26 second read
0
0
134

ปักกิ่ง, 19 ธ.ค. (ซินหัว) — ช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีน มุ่งมั่นเดินหน้าบนเส้นทางของการเติบโต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ “การเติบโตสีเขียว” ตามคำมั่นบรรลุการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ แตะระดับสูงสุด ภายในปี 2030 และ ความเป็นกลางทางคาร์บอน ก่อนปี 2060 หรือ ที่รู้จักกันว่า “เป้าหมายคาร์บอนคู่”

ความสำเร็จในการพัฒนา ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรอบ หรือ “การพัฒนาสีเขียว” ของจีน มิเพียงส่งเสริมการเปลี่ยนผ่าน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรอบด้านของการพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคม ภายในประเทศ แต่ยังมีบทบาทเชิงรุก ในการนำพาความร่วมมือระหว่างประเทศ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน อีกด้วย

จีน ปฏิบัติตามหลักปรัชญาการพัฒนาสีเขียว อาทิ โครงการโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว การลงทุนสีเขียว และ การเงินสีเขียว ยามดำเนินความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศกับนานาประเทศ ซึ่งมีส่วนส่งเสริมการลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ระดับโลก และ การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวทั่วโลก อย่างลึกซึ้ง

ลงมือทำตามคำมั่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

จีน สร้างความคืบหน้าของการมุ่งสู่เป้าหมายคาร์บอนคู่ อย่างมาก ในปี 2022 ด้วยการลงมือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ออกแนวปฏิบัติระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมหลัก ส่งเสริมการขนส่งที่ประหยัดพลังงานและปล่อยคาร์บอนต่ำ และ การพัฒนาตลาดซื้อขายคาร์บอนระดับชาติ

หลี่เกา เจ้าหน้าที่กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมของจีน ระบุว่า ตลาดซื้อขายคาร์บอนระดับชาติของจีน ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2021 และมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ในแง่ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่ครอบคลุม มีปริมารการค้ารวม 196 ล้าน ตัน และ ปริมาณธุรกรรมทางการเงินรวม 8.58 พันล้านหยวน (ราว 4.28 หมื่นล้านบาท) ตลอดการดำเนินงานนานหนึ่งปีกว่า ที่ผ่านมา

ตลาดซื้อขายคาร์บอนระดับชาติ ดำเนินงานตามโครงสร้าง และ กฎเกณฑ์อย่างเป็นระเบียบ และ เป็นไปตามความคาดหวัง ขณะจีนเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน จากเชื้อเพลิงฟอสซิล ดั้งเดิมสู่พลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการบรรลุเป้าหมายคาร์บอนคู่

กำลังการผลิตติดตั้งพลังงานหมุนเวียนของจีน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น ปี 2022 ท่ามกลางความพยายามพัฒนาสีเขียว โดยข้อมูลจากสำนักบริหารพลังงานแห่งชาติจีน ระบุว่า กำลังการผลิตติดตั้งรวมของไฟฟ้า ภายในประเทศ สูงราว 2.5 พันล้าน กิโลวัตต์ เพิ่มขึ้น 8.3 % เมื่อเทียบปีต่อปี

คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจระดับสูง สูงสุดของประเทศ ระบุ ว่า จีน วางแผนก่อสร้างสถานีพลังงานลมและฐานพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ ซึ่งจะมีกำลังการผลิตติดตั้งสูงถึง 450 ล้าน กิโลวัตต์ บริเวณพื้นที่ทะเลทราย โดยปัจจุบันมีการดำเนินงานก่อสร้างโครงการชุดแรกอย่างเต็มกำลัง แล้ว

ขณะเดียวกัน จีน ยังมุ่งมั่นปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรม ด้วยการพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมสีเขียว ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ กำจัดกำลังการผลิตล้าสมัย และลดกำลังการผลิตส่วนเกิน เช่น มณฑลซานซีทางตอนเหนือ ซึ่งเคยพึ่งพาทรัพยากรถ่านหินอย่างมาก ในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ได้เป็นผู้นำการปฏิวัติทางพลังงานที่ปล่อยคาร์บอนต่ำของประเทศ

หวังเหมาเซิง รองผู้อำนวยการ สำนักบริหารพลังงานมณฑลซานซี เผยว่า ซานซี จะเพิ่มกำลังการผลิตของเหมืองถ่านหินคุณภาพสูง อย่างเหมาะสมและเป็นระเบียบ พร้อมยกเลิกเหมืองถ่านหินที่ปราศจากทรัพยากรแล้ว ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ สังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025)

เหมืองอวิ๋นก่าง สังกัดบริษัท การผลิตพลังงานระหว่างประเทศต้าถัง จำกัด (Datang Power) ในซานซี ได้เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์จากภาระเป็นสินทรัพย์ด้วยการกลั่นท่อนาโนคาร์บอนจากก๊าซไอเสียของเหมือง ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมการบิน และ อวกาศ พลังงานใหม่ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ การขนส่งทางราง และ อื่น ๆ

“เทคโนโลยีการดักจับ และ การกลั่นกรองคาร์บอน นับเป็นวิถีทางอันยั่งยืน ที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยให้การลดคาร์บอนและการพัฒนาเศรษฐกิจ” ซ่งเว่ยหนิง หัวหน้า สถาบันวิจัยอุตสาหกรรมคาร์บอน-เศรษฐกิจสะอาดของซานซีกล่าว

นอกจากนั้น ประชาชนชาวจีนจำนวนมาก ยังปรับเปลี่ยนมามีวิถีชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น โดยข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีน ระบุว่ามีการผลิต และ จำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ ภายในประเทศเกือบ 4.72 ล้าน คัน และ 4.57 ล้าน คัน ตามลำดับ ในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน

ด้วยเหตุนี้ โครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า ของยานยนต์พลังงานใหม่ ภายในจีน จึงขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อเกิดเป็นเครือข่ายการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนเสาชาร์จ มากกว่า 4 ล้าน ต้น

หลี่เปาหัว อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัยเซินเจิ้น มหาวิทยาลัยชิงหัวของจีน ระบุว่า ห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ มีการพัฒนาอย่างเต็มกำลังด้วยจำนวนยานยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ แผนผังเสาชาร์จที่ขยายตัวเป็นวงกว้าง ซึ่งช่วยอัดฉีด “พลังงานสีเขียว” สู่การเปลี่ยนผ่าน และ การยกระดับทางเศรษฐกิจของจีน

ความมุ่งมั่นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก้าวสู่ต่างแดน

จีน ได้แบ่งปันเทคโนโลยี และ ประสบการณ์ที่สั่งสม ระหว่างเดินหน้าการพัฒนาสีเขียวของประเทศ แก่นานาชาติ ผ่านการสนับสนุน และ ปฏิบัติตามหลักการอันเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลประโยชน์แก่ผู้คนหมู่มาก ในหลากหลายภูมิภาค

หวงรุ่นชิว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนิเวศวิทยาและวิ่งแวดล้อมของจีน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมแห่งกลุ่มประเทศบริกส์ ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2022 กล่าวว่า ทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน ในการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยี ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ จัดสรรแนวทางปกป้องสิ่งแวดล้อมแก่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และ โลก และ ทำงานใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น เพื่อมุ่งสู่อนาคตของการปล่อยคาร์บอนต่ำ

จีน ได้ลงนามเอกสารความร่วมมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับ 38 ประเทศ กำลังพัฒนา จำนวน 45 ฉบับ เมื่อนับถึงเดือนพฤศจิกายน ขณะความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อการพัฒนาสีเขียวตามแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ของจีน มีหุ้นส่วนเข้าร่วมจากกว่า 40 ประเทศ มากกว่า 150 ราย

อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ของธนาคารพาณิชย์เอธิโอเปีย ความสูง 209.15 เมตร ณ ใจกลางกรุงแอดดิส อาบาบา ซึ่งสร้างโดยบริษัท ไชน่า สเตต คอนสตรักชัน เอ็นจิเนียริง คอร์เปอเรชัน จำกัด (CSCEC) ของจีน และ ถูกเปิดใช้งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ถือเป็นตัวอย่างความร่วมมือดังกล่าว โดยอาคารสูงระฟ้าแห่งนี้ มีการติดตั้งโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์ด้านนอก และ เซนเซอร์ไฟส่องสว่างแบบปรับเองด้านใน ที่ช่วยประหยัดพลังงานในภาพรวมถึง 30%

ผู้ดำเนินโครงการก่อสร้าง อาคารสำนักงานใหญ่ฯ ฝ่ายเอธิโอเปีย กล่าวชื่นชมว่า บริษัทจีนได้ช่วยเอธิโอเปีย ก่อสร้างอาคารสมัยใหม่ที่บูรณาการภูมิปัญญาจีน เข้ากับแนวคิดสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ปล่อยคาร์บอนต่ำ

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์การิสสา (Garissa) ในเคนยา ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนการก่อสร้างจากจีน เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาสีเขียว โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้มอบพลังงานสะอาดแก่ชุมชนท้องถิ่น และ ช่วยส่งเสริมการพัฒนาสีเขียวของเคนยา

รายงานระบุ ว่า โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์การิสสาผลิตไฟฟ้ารายปี มากกว่า 76 ล้าน กิโลวัตต์ ชั่วโมง และ จ่ายไฟฟ้าแก่ประชาชนหลายพันคนใน 70,000 ครัวเรือน รวมถึงช่วยลดการใช้ถ่านหินมาตรฐานมากกว่า 20,000 ตัน ต่อ ปี และ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์หลายหมื่นตัน

เลวิส ดิชู นักวิจัยประจำสถาบันนโยบายแอฟริกาในกรุงไนโรบี กล่าวว่า จีน ที่มีข้อได้เปรียบด้านขนาดของเทคโนโลยี และ การพัฒนา ได้บุกเบิกวิถีทางการพัฒนาที่สะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และสะอาดปลอดภัย ซึ่งมีบทบาทหลักในกระบวนการ ลดคาร์บอนของระบบพลังงาน ทั่วโลก และ เป็นต้นแบบให้ประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ เรียนรู้

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บีวายดี (BYD) ผู้ผลิตแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ และ ยานยนต์ไฟฟ้าของจีน ได้ขยับขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์พลังงานหมุนเวียนในบราซิล โดยมีการเปิดโรงงานสามแห่งในรัฐเซาเปาลู และ รัฐแอมะซอน ซึ่งดำเนินธุรกิจต่าง ๆ อย่างการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ การจัดเก็บแบตเตอรี่ และยานยนต์พลังงานใหม่

ผู้เชี่ยวชาญชาวบราซิลคนหนึ่งแสดงความเห็นว่าบีวายดีไม่เพียงนำผลิตภัณฑ์ และ แนวทางที่ประหยัดพลังงาน และ ลดการปล่อยคาร์บอนสู่ตลาดบราซิล แต่ยังช่วยสร้างงาน รวมถึงส่งต่อความรู้ และ เทคโนโลยี ที่เกี่ยวข้องสู่ชุมชนท้องถิ่น อีกด้วย

เควิน คอนราด ผู้อำนวยการบริหารขององค์กรแนวร่วมกลุ่มประเทศป่าฝน (Coalition for Rainforest Nations) กล่าวว่าความมุมานะพยายามของจีนในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ถือเป็น “เรื่องราวแห่งความหวัง” ในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

“หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การร่วมสร้างเส้นทางสายไหมสีเขียว สนับสนุนการสร้างแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างมากต่อการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ การรักษาความมั่นคงทางนิเวศวิทยา ระดับโลก

จีน นำเสนอการสร้างเส้นทางสายไหมสีเขียว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2016 และ มุ่งมั่นสร้างความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างแข็งขัน เพื่อสร้างแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยหลักปรัชญาการพัฒนาสีเขียว กลไกการสื่อสาร และความร่วมมือเชิงปฏิบัติที่ขยายกว้าง มีพัฒนาการ และลึกซึ้งยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นจีนในฐานะผู้มีส่วนร่วม ส่วนเสริม และ ส่วนนำของการสร้างอารยธรรมเชิงนิเวศระดับโลก ได้ออกชุดนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมุ่งเน้นการบ่มเพาะการพัฒนาการเงินสีเขียว และ ตลาดการเงินสีเขียว เพื่อเสริมแรงสนับสนุนการสร้างเส้นทางสายไหมสีเขียว

ปัจจุบันหน่วยงานกำกับควบคุมทางการเงินของจีน และ ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางจีน ได้ออกแนวทางจัดตั้งระบบการเงินสีเขียวในจีน รวมถึงนโยบายและเอกสารอื่นๆ เพื่อใช้ประโยชน์ของระบบการเงินสีเขียวมาสร้างแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม

ข้อมูลจากธนาคารกลางจีนระบุ ว่า สินเชื่อสีเขียว (green loan) สกุลเงินเหริมหมินปี้และสกุลเงินต่างประเทศคงค้างในจีน เมื่อนับถึงสิ้นเดือนกันยายน เติบโตร้อยละ 41.4 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 20.9 ล้านล้าน หยวน (ราว 104.29 ล้านล้านบาท)

การพัฒนาการเงินสีเขียวของจีน มีบทบาทเกื้อหนุนการพัฒนาสีเขียว ที่ยั่งยืนของแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ด้วยการสนับสนุนทางการเงินปริมาณมากสู่โครงการสีเขียวในกลุ่มประเทศ และ ภูมิภาค ที่เข้าร่วมการสร้างแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

ตลาดตราสารหนี้สีเขียวของจีน ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก มีส่วนส่งเสริมการสร้างแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการสนับสนุนจากผู้มีส่วนร่วมในตลาดตราสารหนี้สีเขียวภายในประเทศ ที่กำลังขยายตัว และ สถาบันจากกลุ่มประเทศ และ ภูมิภาคตามแผนริเริ่มฯ และ สถาบันการเงินระหว่างประเทศที่มายังจีน เพื่อออกตราสารหนี้แพนด้าสีเขียว

ขณะเดียวกัน จีน ส่งเสริมความร่วมมือทางการเงินสีเขียวของแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง อย่างแข็งขัน เพื่อสร้างช่องทางจัดสรรเงินทุน สู่การสร้างเส้นทางสายไหมสีเขียวเพิ่มขึ้น

หลักการการลงทุนสีเขียวของแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (GIP) ซึ่งเผยแพร่เดือนพฤศจิกายน 2018 ได้ขยายอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ในฐานะแผนริเริ่มระหว่างประเทศด้านการเงินที่ยั่งยืน โดยมีผู้ร่วมลงนาม 44 ราย สถาบันสนับสนุน 14 แห่ง และ สินทรัพย์ที่ถือครอง หรือ อยู่ภายใต้การจัดการสูงเกิน 41 ล้านล้านดอลลาร์ สหรัฐ (ราว 1,429.67 ล้านล้าน บาท) เมื่อนับถึงกลางเดือนกันยายน 2022

การจัดระเบียบการลงทุนสีเขียว และ มาตรฐานการสนับสนุนทางการเงิน ยามกลุ่มประเทศ และ ภูมิภาคตามแผนริเริ่ม หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง ซึ่งเผชิญความท้าทายจากโรคระบาด การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ มีความต้องการการพัฒนาสีเขียวเพิ่มขึ้น จะช่วยลดต้นทุนการรับรองสินทรัพย์สีเขียวข้ามพรมแดน และ เพิ่มโอกาสการพัฒนาสีเขียวเพิ่มเติม

(เรียบเรียงโดย Duan Jing, Li Shimeng, Yu Huichen — Xinhua Silk Road, www.xinhuathai.com/silkroad/327118_20221219 , https://en.imsilkroad.com/p/331691.html)
————————————————————————————————————–

ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : อุทยานพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งชาติเสี้ยวเหอ เมืองเสี้ยวอี้ มณฑลซานซี ทางจีนตอนเหนือ วันที่ 12 ก.ค. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชน ใกล้อาคารสำนักงานใหญ่ของธนาคารพาณิชย์เอธิโอเปีย ในกรุงแอดดิส อาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปีย วันที่ 13 ก.พ. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : แพนด้ายักษ์ ปีนต้นไม้ในฐานเสินซู่ผิงของศูนย์อนุรักษ์ และ วิจัยแพนด้ายักษ์แห่งประเทศจีน เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติว่อหลง มณฑลซื่อชวน ทางจีนตะวันตกเฉียงใต้ วันที่ 24 เม.ย. 2022)

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 23 ธันวาคม 2565 17:58:59 เข้าชม : 1897549 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

เปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการใหม่ ‘นิมมาน’ (Nimman) บ้านหรู 2 ชั้น สไตล์วาบิซาบิ จาก มือโปรพัฒนาอสังหาฯ โบ๊ทพัฒนา ภูเก็ต

วันนี้ (28 ม.ค. 2566) มีการเปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการ … …