Home ข่าวเด่น ดิจิทัล เหลียวหลังแลหน้า : ย้อนมองจีนในปี 2022 สู่ ความคาดหวังในปี 2023

เหลียวหลังแลหน้า : ย้อนมองจีนในปี 2022 สู่ ความคาดหวังในปี 2023

6 second read
0
0
193

เหลียวหลังแลหน้า : ย้อนมองจีนในปี 2022 สู่ความคาดหวังในปี 2023 บุคคลในหลายวงการ ให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจต่อจีน ในรอบปีที่ผ่านมา และ ความคาดหวังต่อจีน ในปี 2023 ที่กำลังจะมาถึง

ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน กล่าวว่า “เหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในปีนี้ คือ เรื่องการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของผู้นำจีน ท่านสี จิ้นผิง ในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค เพราะไม่เพียงแต่สะท้อนความแนบแน่น การให้ความสำคัญของผู้นำจีนต่อประเทศไทย และ เวทีเอเปค แต่ยังสะท้อนถึงความใกล้ชิด ที่ลงลึกไปในภาคประชาชนของคนไทย เชื้อสายจีน

เราจะเห็นได้ว่า ท่าทีต่างๆ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กระทำตลอดการเดินทางในช่วง 3-4 วัน เป็นความประทับใจ และ ประเทศไทยก็ใช้จังหวะดังกล่าว สร้างความประทับใจให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ไม่ได้เดินทางเยือนประเทศไทยในรอบหลายปีที่ผ่านมา ท่านก็กลับไปพร้อมความประทับใจ เพราะหลังจากการเดินทางมาประเทศไทยในครั้งนั้น ก็มีสัญญาณเชิงบวก ที่ส่งมาจากประเทศจีน ไม่ว่า จะเป็นการจัดคณะเดินทางทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่า ได้รับไฟเขียวจากระดับบน ในการส่งเสริมเรื่องความสัมพันธ์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างกัน หรือช่วงวัน Boxing Day ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ประกาศให้นักท่องเที่ยวเดินทาง ในวันที่ 8 มกราคม ที่จะถึงนี้ ผมถือว่า เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่มอบให้กับหลายๆ ประเทศในภูมิภาค ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ประเทศไทย”

สำหรับความคาดหวังในปีหน้า ดร.ไพจิตร กล่าวว่า “หวังเห็นการยกระดับความร่วมมือให้ดีขึ้นยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะมิติความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสังคม ในมิติเชิงสังคม ผู้คนไม่ได้เดินทางไปมาหาสู่กัน 3 ปี ปีหน้าจะกลับมา คิดว่า 80 เปอร์เซ็นต์จากของเดิม น่าจะทำให้มิติความสัมพันธ์ทางด้านสังคมกลับมาดีเยี่ยมอีกครั้ง ในมิติด้านเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวก็เป็นกลไกที่สำคัญ เพราะช่วงก่อนโควิด ประเทศไทยพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวจีนค่อนข้างสูง ดังนั้น ถ้าปีหน้านักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้ 7-8 ล้าน คน ประมาณ 80 เปอร์เซนต์ เศรษฐกิจไทย ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมาก ผมมองสัญญาณเชิงบวกจากการลงทุน จีน จะขยายการลงทุนเข้ามาที่ประเทศไทย ค่อนข้างมากในปีหน้า เพราะคณะที่จะเข้ามาหลาย ๆ มณฑลเข้ามาเป็นกลุ่มนักธุรกิจ ก็บอกว่า อยากจะเยี่ยมชมนิคมอุตสาหกรรม อยากพูดคุยกับสถาบันการเงิน เพื่อเตรียมขยายการลงทุนเข้ามาที่ประเทศไทย ผมคิดว่าด้วยสัญญาณเชิงบวกแบบนี้ตั้งแต่ต้นปี มันจะโมเมนตัมให้การขยายตัวด้านเศรษฐกิจ และ ความร่วมมือระหว่างไทยจีนก้าวกระโดดไปอีกระดับหนึ่ง”
ชัยรัตน์ ถมยา นักข่าวอิสระ กล่าวถึงการพัฒนาโครงการอวกาศของจีน ว่า “ในเรื่องของโครงการอวกาศ จีนมีความก้าวหน้า มีความพยายามที่จะส่งนักบินอวกาศขึ้นไปในอวกาศ มีการสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ ซึ่งถ้ามองประเทศในเอเชีย จีน เป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านอวกาศอย่างมาก สมัยก่อนเราเห็นสถานีอวกาศนานาชาติของชาติตะวันตก แต่ตอนนี้สถานีอวกาศนานาชาติ ที่เป็นของชาติเอเชียกำลังเกิดขึ้นแล้ว”

สำหรับความคาดหวังต่อจีนในปี 2023 ชัยรัตน์ กล่าวว่า “อยากเห็นความก้าวหน้าทางอวกาศของจีนเพิ่มมากขึ้น เพราะช่วง 2-3 ปีต่อจากนี้ สหรัฐอเมริกาก็จะสร้างสถานีอวกาศบนฐานปฏิบัติการบนดวงจันทร์ คาดว่าจีนมีแผนเรื่องนี้เหมือนกัน อยากเห็นประเทศในเอเชีย ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ทัดเทียมกับชาติตะวันตกได้”

ภัทร จึงกานต์กุล กรรมการบริหาร บริษัทเมโทรโมบิล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ BYD กล่าวว่า “จีนเป็นประเทศที่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ช่วงที่เศรษฐกิจโลกเติบโตหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จีน เป็นฐานการผลิตของโลก เนื่องจากต้นทุนต่ำ ค่าแรงต่ำ แล้วจีนก็พัฒนาตัวเองจากประเทศแรงงานต่ำจนกลายเป็นเจ้าของนวัตกรรมเทคโนโลยีต่าง ๆ ขึ้นมาเอง จนปัจจุบันเป็นประเทศที่อยู่ในจุดที่ท้าชิงความเป็นมหาอำนาจของโลกกับโลกตะวันตก ตอนนี้ถ้าจีนเป็นอะไรไป เศรษฐกิจของโลก พลวัตรของโลกกระทบหมดเลย ดังนั้น ต้องบอกว่า ประทับใจในเจตจำนง ในความมุ่งมั่นของคนในชาติ โดยเฉพาะคนรุ่นต่อรุ่น ที่เข้ามาผลักดันทิศทางของประเทศใน แต่ละทศวรรษที่ผ่านมา จนประเทศจีนกลับมาได้อย่างยิ่งใหญ่”

ความคาดหวังของจีนในปีหน้า ภัทร กล่าวว่า “จีน เป็นโรงงานของโลก ทั้งสินค้าไฮเทคคุณภาพสูงและสินค้าราคาถูก และเป็นกำลังซื้อสำคัญของโลก นักท่องเที่ยวที่มีกำลังจับจ่าย ไปเที่ยวประเทศไหน ประเทศนั้นก็จะได้รับกระตุ้นเศรษฐกิจจากนักท่องเที่ยวจีน ไทยเป็นประเทศเป้าหมายของจีนอยู่แล้ว ทั้งในแง่การลงทุน การท่องเที่ยว วัฒนธรรม หวังว่าจีนจะมองประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่ดี และมีความร่วมมือ ช่วยสร้างความเจริญให้กับประเทศไทย และ หวังว่า จะเกิดโอกาสใหม่ ๆ ระหว่างจีนกับไทยมากขึ้น ทั้งจีนมาลงทุนบ้านเรา หรือเราเข้าไปทำตลาดในจีน”

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ปีนี้มีเหตุการณ์สำคัญคือการเป็นประธานาธิบดีจีนและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์อีกสมัยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ มีผลต่อภูมิรัฐศาสตร์โลกอย่างมาก ที่แสดงให้เห็นว่า จีนมีอำนาจ มีอิทธิพลในการต่อรอง การเจรจา หลายๆ ประเทศต้องฟังจีน ต้องดูจีน และ จะเห็นบทบาทจีนที่พยายามสานสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ เช่นการมาร่วมประชุมเอเปคที่ไทย การไปเยือนซาอุดิอาระเบีย จีน มีภาพที่เป็นมิตรมากขึ้น” ดังนั้น ความคาดหวังในปีหน้า ที่การเผชิญหน้ากันทางภูมิรัฐศาสตร์มีความอ่อนไหว เปราะบางมาก ผมอยากให้จีนแสดงบทบาทของผู้เล่นที่เล่นอย่างสันติ ไม่อยากเห็นโลกตึงเครียดไปมากกว่านี้ สำหรับผม มองว่า จีน จะมีบทบาทเป็นผู้นำที่สร้างสันติภาพให้กับโลก ทำให้โลกเกิดความสมานฉันท์ได้ จีน มีความโดดเด่นในการแสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ที่จีนจะจับมือกับใครก็ได้ ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการทำงาน เราอยากเห็นความร่วมมือตรงนี้ของจีน อยากเห็นท่าทีที่นำไปสู่ความสมานฉันท์และการสร้างสรรค์ เชื่อว่า จีน สามารถเป็นผู้นำได้”

ส่วนในมุมมองของผู้เขียน ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เห็นความสำเร็จของจีน ที่มาจากความทุ่มเท และ การให้ความสำคัญในการวิจัย และ พัฒนา การลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ที่จีนทำสำเร็จ และ เห็นผลเป็นรูปธรรม เช่น การพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ ยังช่วยสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ของอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน และ ของโลก รถยนต์พลังงานใหม่ที่จีนเปิดตัวในแต่ละรุ่น ไม่เพียงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ขับขี่ แต่ยังเป็นการสร้างทางเลือกที่หลากหลาย ให้ผู้ขับขี่ได้มีทางเลือกในการใช้รถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปี 2022 นี้ มีผู้ผลิต และ ผู้นำเข้ารถยนต์พลังงานใหม่ของจีน เข้ามาเปิดตลาดในประเทศไทยหลายรุ่น ให้ผู้ขับขี่ชาวไทย ได้มีโอกาสสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สีเขียวของจีน มากขึ้น

ความคาดหวังในปี 2023 ผู้เขียนหวังว่า ปี 2023 นี้ บรรยากาศการเดินทางของชาวจีน บรรยากาศการค้าการลงทุนระหว่างจีนกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะจีนกับประเทศไทย จะกลับมาคึกคักยิ่งขึ้น และ หวังที่จะได้เห็นผลิตภัณฑ์เมดอินไชน่า ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และ ความมีนวัตกรรม จะเข้ามาสู่ตลาดประเทศไทยมากขึ้น ทั้งรถยนต์พลังงานใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมถึงสินค้านวัตกรรมอื่นๆ เช่น หุ่นยนต์บริการต่างๆ โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ มาสู่ผู้บริโภคคนไทยมากยิ่งขึ้น และ หวังเห็นการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางเทคโนโลยี ระหว่างจีนกับไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้เรียนรู้นวัตกรรมจากจีน เพื่อทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย

TAG : 0 0 Google + 0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 30 ธันวาคม 2565 21:09:00 เข้าชม : 1967819 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

เปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการใหม่ ‘นิมมาน’ (Nimman) บ้านหรู 2 ชั้น สไตล์วาบิซาบิ จาก มือโปรพัฒนาอสังหาฯ โบ๊ทพัฒนา ภูเก็ต

วันนี้ (28 ม.ค. 2566) มีการเปิดแกรนด์โอเพ่นนิ่ง โครงการ … …