Home ข่าวเด่น ทันใจ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชน ต่อประเด็นที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่น ในระบบสอบราชการ”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชน ต่อประเด็นที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่น ในระบบสอบราชการ”

4 second read
0
0
170

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อประเด็น ที่ควรเร่งสร้างความชัดเจน และความเชื่อมั่นในระบบสอบราชการ” โดย มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐาน วิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 32 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 25-28 ก.ค. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ประเด็นข่าว/สถานการณ์เรื่องใด ที่ควรได้รับการติดตามและเร่งสร้างความชัดเจนต่อสาธารณะมาก ที่สุด? (สำรวจโดย) • 29.4% เห็นว่า “ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และปากท้องของประชาชน” ควรได้รับการติดตามและ เร่งสร้างความชัดเจนต่อสาธารณะมากที่สุด • รองลงมา 28.1% การทุจริตการสอบเข้ารับราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, 23.0% การ วินิจฉัย คดีฮั้ว สว. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง, 10.8% คดีการถือครองที่ดินเขากระโดงของนักการเมือง, 5.1% การคัดกรองและทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ และ 3.6% การวินิจฉัยประเด็นบาร์โค้ดบน บัตรเลือกตั้งกับความลับในการลงคะแนนของศาลรัฐธรรมนูญ

➡ สะท้อน ว่า สังคมไทย กำลังเผชิญแรงกดดันสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง คือ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ กระทบต่อชีวิตโดยตรง อีกด้านหนึ่ง คือ ความกังวลต่อความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของ กลไกรัฐ ประชาชน จึงไม่ได้ต้องการเพียงมาตรการบรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน ว่า หน่วยงานรัฐกำลังตรวจสอบข้อสงสัยต่าง ๆ อย่างไร ในประเด็นที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

2. ความผิดปกติ ในการสอบไม่ใช่เรื่องเล็ก เกือบ 2 ใน 3 ชี้ ส่งผลมากต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการ • 65.8% ระบุ ข่าวเกี่ยวกับความผิดปกติ ในการสอบเข้ารับราชการ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบ ราชการโดยรวมในระดับมาก สูงสุด รองลงมา 23.8% ระบุ ว่า ส่งผลพอสมควร, 5.2% เห็นว่า ส่งผลเพียง เล็กน้อย, 2.4% เห็นว่าไม่ส่งผลเลย และ 2.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ สะท้อนปรากฏการณ์ที่ความไม่ไว้วางใจ อาจขยายตัวจากเหตุการณ์เฉพาะไปสู่ความเชื่อมั่น ต่อระบบ โดยรวม เพราะการสอบเข้ารับราชการถูกมอง ว่า เป็นประตูด่านแรกของระบบคุณธรรม หากกระบวนการนี้ถูก ตั้งคำถาม ประชาชน ย่อมไม่ได้สงสัยเฉพาะความถูกต้องของผลสอบ แต่ยังอาจตั้งคำถามต่อไป ว่า ระบบ ราชการคัดเลือกคนด้วยความสามารถ และความเป็นธรรมจริงหรือไม่

3. กว่าครึ่ง – ทุกภาค หนุนจัดสอบใหม่ทั้งหมด/บางส่วน หากพบความผิดปกติกระทบผู้เข้าสอบ จำนวนมาก • 32.9% เห็นว่า ควรยกเลิกผลการสอบทั้งหมด และจัดสอบใหม่ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นภายใต้เงื่อนไข เดียวกัน รองลงมา 19.0% ระบุ ควรยกเลิกผลสอบ และจัดสอบใหม่เฉพาะพื้นที่ หรือตำแหน่งที่ได้รับผลกระทบ เมื่อรวมสองแนวทางนี้ พบว่า 51.9% เห็นควรให้มีการจัดสอบใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วน • รายภูมิภาค: “ยกเลิกผลการสอบทั้งหมดและจัดสอบใหม่” เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งใน 5 พื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (57.6%) ภาคกลาง (36.4%) ภาคใต้ (35.4%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (31.4%) และภาค ตะวันออก 30.3% ขณะที่ภาคเหนือ เห็นว่า ควรยกเลิกผลการสอบ และจัดสอบใหม่เฉพาะพื้นที่หรือตำแหน่งที่ ได้รับผลกระทบ สูงสุด (34.9%) ส่วนแนวทางรองลงมาแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

➡ ประชาชนให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นต่อระบบสอบ โดยมองว่าการจัด สอบใหม่เป็นทางออกหลักเมื่อความผิดปกติกระทบผู้เข้าสอบในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างระหว่าง ภูมิภาคชี้ว่า การตัดสินใจควรพิจารณาขอบเขตของปัญหาจากหลักฐานอย่างรอบคอบ เพื่อให้มาตรการมีความ เหมาะสม และไม่กระทบสิทธิของผู้เข้าสอบที่สุจริตเกินความจำเป็น

4. ลงโทษจริงจังทุกฝ่ายขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง ประชาชนต้องการทั้งความรับผิดและระบบสอบที่ตรวจสอบได้ • 36.0% เห็นว่า ควรเร่งลงโทษอย่างจริงจังทั้งผู้เรียกรับเงิน นายหน้า และผู้จ่ายเงิน รองลงมา 19.2% ต้องการให้หน่วยงานกลางที่ไม่มีส่วนได้เสียเป็นผู้จัดสอบ 13.4% ต้องการใช้ระบบดิจิทัลบันทึกคะแนนทุก ขั้นตอนและตรวจสอบย้อนหลังได้ และ 9.9% ต้องการให้เปิดเผยคะแนนและข้อมูลการสอบแก่ผู้เข้าสอบ ส่วน 7.9% ต้องการให้หน่วยงานอิสระสุ่มตรวจข้อสอบและผลคะแนน 5.0% ต้องการให้กรรมการและผู้จัดสอบ เปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน 3.7% ต้องการเพิ่มช่องทางร้องเรียนและคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และ 4.9% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น

➡ ประชาชนอาจไม่ได้มองปัญหาการทุจริตในการสอบว่าเกิดจากช่องโหว่ทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว แต่ยัง มองว่า เกิดจากการขาดความรับผิดของผู้เกี่ยวข้อง และการบังคับใช้กฎที่ไม่เข้มแข็งเพียงพอ การให้ความสำคัญ กับการลงโทษทั้งผู้เรียกรับเงิน นายหน้า และผู้จ่ายเงิน ยังแสดงให้เห็นว่า ประชาชนมองการทุจริตเป็น กระบวนการที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ไม่ใช่การกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 32 ผลสำรวจสะท้อน ว่า ท่ามกลางแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและค่าครองชีพ ประชาชนยังให้ความสำคัญ อย่างมากกับความโปร่งใส และความเป็นธรรมของระบบราชการ โดยมองว่าความผิดปกติในการสอบไม่ได้ กระทบเฉพาะผู้เข้าสอบ แต่สามารถสั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อระบบราชการโดยรวมได้ ดังนั้น การแก้ปัญหาจึง ต้องดำเนินการอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งตรวจสอบ และชี้แจงข้อเท็จจริง การกำหนดแนวทางจัดการที่คุ้มครอง ผู้เข้าสอบสุจริต การลงโทษผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง และการปรับระบบสอบให้เป็นกลาง โปร่งใส และตรวจสอบ ย้อนหลังได้ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน อย่างยั่งยืน

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 7 สิงหาคม 2569 09:00:00  เข้าชม 1897334 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด เลี้ยงฉลองความสำเร็จยิ่งใหญ่ คว้าชัย รางวัลแห่งเกียรติยศ “Best of the Best President’s Award” 3 ปี ซ้อน

วันนี้ (วันที่ 8 สิงหาคม 2569) บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้ … …