Home ข่าวเด่น ดิจิทัล 2569 : จุดประกาย อนาคตธุรกิจ ด้วยพลังดิจิทัลและเทคโนโลยี ฝ่าคลื่นลม สู่ มหาสมุทรแห่งโอกาส

2569 : จุดประกาย อนาคตธุรกิจ ด้วยพลังดิจิทัลและเทคโนโลยี ฝ่าคลื่นลม สู่ มหาสมุทรแห่งโอกาส

1 min read
0
0
213

I. แนวโน้ม ตลาดดิจิทัลและเทคโนโลยีที่น่าจับตา ในปี 2569 และอนาคต

แนวโน้ม ตลาดด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของประเทศไทย โดยรวมกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ในปี 2569 จากบทสนทนาล่าสุดกับผู้บริหารของ TCC Technology (TCCtech) ที่ชี้ให้เห็นถึงภาพรวมของทิศทาง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในหลายภาคส่วนที่สำคัญ ตั้งแต่ภาพการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับ AI และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง การพัฒนาเครือข่ายมือถือไปสู่ 5G ไปจนถึงการที่องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้คลาวด์เป็นศูนย์กลาง พร้อมปรับระบบ ERP ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เสริมความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และนำ AI มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ในขณะเดียวกัน โซลูชันอาคารและเมืองอัจฉริยะ ก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างระบบนิเวศ ที่เชื่อมโยงและขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทำให้เมืองมีประสิทธิภาพและยั่งยืน มากขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ด้วยเช่นกัน

ชี้เทรนด์ ! ภาพรวม อุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี

การพัฒนาแอปพลิเคชัน : Low Code / Agile Delivery

จาก รายงานของ Grand View Research และ Gartner ชี้ ให้เห็น ว่า ตลาดซอฟต์แวร์ด้านการพัฒนาแอปพลิเคชันกำลังเติบโต อย่างรวดเร็ว โดย คาดว่า จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทั่วโลก สูงถึง 22.8% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568–2573 โดยแพลตฟอร์มแบบ Low Code กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ ได้เพิ่มการผสานการส่งมอบแบบ Agile เข้ากับ การเขียนโค้ดที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากขึ้น และเน้นการจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการผสานการพัฒนา ความปลอดภัย และการปฏิบัติการเข้าด้วยกัน” (DevSecOps) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเพื่อช่วยเร่งการพัฒนาแอปพลิเคชันให้รวดเร็ว มากขึ้น พร้อมทั้งยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างครบถ้วน

ERP และ RPA: Composable, AI-enhanced cores

Gartner ระบุ ว่า เทคโนโลยีการพัฒนาแบบ Low Code ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบ ERP แบบประกอบโมดูลได้ตามต้องการ (Composable ERP) และระบบอัตโนมัติขั้นสูง (Hyper-automation) จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการเติบโตประมาณ 20% ในปี 2566 และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 ขณะเดียวกัน IDC ชี้ให้เห็นว่า องค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กำลังหันมาเลือกใช้ระบบ ERP ที่ยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมสถาปัตยกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI และผสานรวม RPA (Robotic Process Automation) และใช้เครื่องมือที่ช่วยให้บุคคลทั่วไป (ที่ไม่ใช่นักพัฒนามืออาชีพ) สามารถสร้างแอปพลิเคชัน หรือโซลูชันได้ด้วยตนเองเปิดโอกาสให้สามารถพัฒนา และปรับกระบวนการทำงานได้รวดเร็ว ลดการเขียนโค้ดเฉพาะทาง และเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลระบบ ซึ่งการนำ AI มาใช้งานกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ในธุรกิจค้าปลีก ไปจนถึงระบบอัตโนมัติอัจฉริยะในภาคการผลิต โดยตลาด RPA ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาดว่า จะมีมูลค่าสูงถึง 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ยถึง 46.6% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2568-2573 ตามข้อมูลจาก Grand View Research สำหรับประเทศไทย องค์กรต่าง ๆ กำลังเร่งปรับปรุงระบบ ERP เดิมให้ทันสมัยด้วยแพลตฟอร์มแบบ Cloud-native และผสาน RPA เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ควบคู่กับการลดต้นทุน และยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมขององค์กร

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ : Zero‑Trust and AI‑driven detection

ตามข้อมูลของ Mordor Intelligence ระบุ ว่า ตลาดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทย คาดว่า จะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 894 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี นับจากปี 2568 ขณะเดียวกัน รายงานของ Gartner ระบุว่า การใช้งานคลาวด์, IoT และ AI ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ขอบเขตความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้องค์กรต้องปรับแนวทางด้านความปลอดภัย โดยนำแนวคิด Zero Trust และการใช้ AI ในการตรวจจับภัยคุกคาม มาใช้มากขึ้น ซึ่งกำลังก้าวขึ้นเป็นมาตรฐานของการป้องกัน ระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

โซลูชันอัจฉริยะ : IoT, energy optimization, and digital citizen services

จากผลสำรวจของ Grand View Research ระบุ ว่า ตลาดเมืองอัจฉริยะทั่วโลก คาดว่า จะมีมูลค่า สูงถึง 3.76 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 29.4% ต่อปีในช่วงปี 2568–2573 ขณะที่ Fortune Business Insights ชี้ว่า ตลาดอาคารอัจฉริยะทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโต แตะระดับ 548.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2575 และเติบโตเฉลี่ย 21.2% ต่อปีในช่วง 2568–2573 สำหรับประเทศไทย การขับเคลื่อนเมืองและอาคารอัจฉริยะนั้นมุ่งเน้นที่การเชื่อมโยงระบบ IoT การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาบริการ สำหรับผู้ใช้งานดิจิทัล ควบคู่ไปกับข้อมูลจาก IDC ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของบริการ Managed Services และ IT Outsourcing ซึ่งกำลังถูกยกระดับด้วยระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI และการสนับสนุนเชิงคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดในระดับโลก จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

โครงสร้างพื้นฐาน : Scaling for efficiency and resilience

การเชื่อมต่อเครือข่าย : ประเทศไทย มีความครอบคลุมของเครือข่าย 5G มากกว่า 95% ของประชากร ขณะที่ตลาด SD-WAN ทั่วโลก คาดว่า จะเติบโตเฉลี่ย 10.1% ต่อปี และมีมูลค่า สูงถึง 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2570 โดย IDC ระบุ ว่า SD-WAN ยังคงเป็นเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายที่สำคัญ สำหรับองค์กร เนื่องจากช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งาน มอบการเชื่อมต่อกับคลาวด์ และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิผล

ดาต้าเซ็นเตอร์ : ตามรายงานของ Businesswire ตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย คาดว่า จะมีมูลค่า สูงถึง 3.19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2573 และเติบโตเฉลี่ย 12.7% ต่อปีในช่วงปี 2567–2573 โดยการอนุมัติการลงทุนจาก BOI รวมถึงการเข้ามาของผู้ให้บริการระดับโลก หลายราย สะท้อนให้เห็นถึงการเร่งขยายขีดความสามารถของดาต้าเซ็นเตอร์ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตการพัฒนาพิเศษ (EEC)

คอนแทคเซ็นเตอร์ : Blending Automation with human expertise

Grand View Research คาดว่า ตลาดผู้ให้บริการด้านคอนแทคเซ็นเตอร์ทั่วโลก จะมีมูลค่า สูงถึง 17.12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเติบโตเฉลี่ย 20.3% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2068–2573 ขณะเดียวกัน Frost & Sullivan ระบุ ว่า ตลาดแอปพลิเคชันคอนแทคเซ็นเตอร์ในประเทศไทย คาดว่า จะเติบโตเฉลี่ย 6.1% ต่อปี (CAGR) ในช่วงปี 2562–2569 โดยมี ปัจจัยสนับสนุนจากการยกระดับเทคโนโลยี การย้ายระบบสู่คลาวด์ และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และบริการแบบ Self-Service จากตัวเลขเหล่านี้ ได้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจน สู่ ระบบอัตโนมัติขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และบริการดิจิทัลที่ต้องให้ความสำคัญกับลูกค้า และผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง

II. กลยุทธ์ เพื่อเติบโตในมหาสมุทรแห่งโอกาส

ผู้บริหารของ TCC Technology (TCCtech) ได้ถ่ายทอดมุมมองต่อสภาพตลาด ในปี 2569 โดย คาดว่า หลายอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การขยายตัวนี้ มีแรงขับเคลื่อนจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น และการเข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ ในระบบนิเวศ ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ องค์กรต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและคว้าโอกาสใหม่ๆที่กำลังเกิดขึ้น แม้บางฝ่ายอาจมองแนวโน้มนี้ ว่า เป็นการแข่งขันในทะเลเดือด แต่ผู้บริหารของ TCC Technology กลับมองว่าเป็น “มหาสมุทรแห่งโอกาส” ที่จะช่วยเร่งการสร้างนวัตกรรมในหลากหลายด้าน และดึงดูดการมีส่วนร่วมจากผู้เล่นระดับโลกเข้ามาสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

นับตั้งแต่ก่อตั้ง TCC Technology ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดที่ชัดเจน คือ “สร้างสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด พร้อมแบ่งปันคุณค่านั้นกลับสู่สังคม” ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการมอบบริการที่มีมาตรฐานระดับโลก ลูกค้า จึงให้ความไว้วางใจบริษัท จากผลงานที่พิสูจน์ได้จริง ควบคู่กับรากฐานทางการเงินที่แข็งแกร่ง ยืนยันถึงความพร้อมในการดำเนินธุรกิจ อย่างมั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว นอกจากนี้ TCCtech ได้สร้างความแตกต่างด้วยการมุ่งเน้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) แทนการแข่งขันในตลาดมวลชน (Mass Market) กลยุทธ์นี้ ช่วยให้บริษัทหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรง และสามารถค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดที่ยังมีศักยภาพ พร้อมการบริการที่หลากหลายถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ผ่านรูปแบบการให้บริการที่ยืดหยุ่น ไม่ว่า จะเป็น Property as a Service และโซลูชันแบบ “as-a-Service” อื่น ๆ และTCCtech ได้ขยายขีดความสามารถด้าน Connectivity, ERP, RPA, AI และเทคโนโลยีคลาวด์ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Cloud-first ควบคู่กับโซลูชันอัจฉริยะที่สอดคล้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ และอาคารอัจฉริยะของประเทศไทย TCCtech ยังให้บริการพัฒนาแอปพลิเคชันขั้นสูง ครอบคลุมการจัดการข้อมูล การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนาแบบคล่องตัว (agile) เพื่อตอบสนองต่อนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของลูกค้าให้เป็นไปอย่างราบรื่น ตลอดจนบริการ Help Desk และ Outsourcing ที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยลดภาระการบริหารจัดการ พร้อมรับประกันความเสถียร ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานโดยรวม

“ปี 2569นี้ ถือเป็นวาระครบรอบ 25 ปีของ TCC Technology ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการยึดถือลูกค้า เป็นศูนย์กลางของสิ่งที่เราทำ บริการของ TCCtech ล้วนเริ่มจากการสร้างสรรค์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า มีการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ การวางระบบอัจฉริยะ การสร้างความสามารถในการตัดสินใจบนข้อมูล ช่วยเสริมสร้างรากฐานธุรกิจให้แข็งแกร่ง พร้อมรับสถานการณ์ และปกป้องคุณค่าทางธุรกิจให้มั่นคงในระยะยาว” กล่าวโดย คุณธีรพันธุ์ เหลืองนฤมิตชัย Managing Director บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด

“TCCtech ได้พัฒนาทักษะ และความเชี่ยวชาญ ในระดับสากล จากการทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วโลก โดยเราเชื่อมั่นในพลังของความร่วมมือ ซึ่งเกิดจากการผสานศักยภาพของหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี ที่เข้มแข็งและช่วยเสริมศักยภาพให้ลูกค้า สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” กล่าวเสริม โดย คุณวลีพร สายะสิต Assistant Managing Director – Corporate Communications บริษัท ที.ซี.ซี. เทคโนโลยี จำกัด

III. บทสรุป : 25 ปี แห่งการเติบโต และมหาสมุทรปี 2569

ในวาระครบรอบ 25 ปี ของ TCC Technology ในปี 2569 สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ทิศทางการเติบโตด้านดิจิทัลของประเทศไทย กำลังเดินหน้าอย่างไม่อาจหยุดยั้ง ท่ามกลางตลาดที่หลายฝ่าย มองว่า เป็นการแข่งขันในทะเลเดือด TCCtech กลับเลือกที่จะมองเห็นถึง “มหาสมุทรแห่งโอกาส” ใหม่ ๆ ผ่านการร่วมมือกับลูกค้า ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรระดับโลก ด้วยรากฐานของแนวคิด “สร้างสิ่งที่ดีและคุ้มค่าที่สุด พร้อมแบ่งปันคุณค่านั้นกลับสู่สังคม” TCCtech ไม่เพียงขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับลูกค้า แต่ยังเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าอย่างมั่นคง พร้อมทั้งได้นิยามบทบาทของผู้นำ ในยุคดิจิทัลขึ้นใหม่ อย่างแท้จริง

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ พุธ 7 มกราคม 2569 09:13:59 เข้าชม : 1679405 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

อบจ.ภูเก็ต ผนึก กำลังภาคีเครือข่าย จัดใหญ่ “สงกรานต์โนแอล 2569” ชวน เที่ยวสนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ชั้น 1 ไลม์ไ … …