สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “การรับรู้ปัญหาซื้อเสียงของประชาชนและ รัฐบาลที่อยากเห็นหลังเลือกตั้ง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบัน พระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิง วิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำ เพื่อ “ฟัง”การเมือง จาก เสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญ สำหรับนักการเมือง พรรค การเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทย อย่างแท้จริง
การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 09 ที่ ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 13-16 ก.พ. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดย มีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. คนส่วนใหญ่ รับรู้เรื่อง “ซื้อเสียง” ในเขตเลือกตั้งของตน
• 53.6% เคยได้ยิน เรื่องการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งของตน
• 46.4% ไม่เคยได้ยิน
➡ เรื่องการซื้อเสียง ยังอยู่ใกล้ตัวประชาชนจำนวนมาก ขณะเดียวกันอีกเกือบครึ่งไม่เคยได้ยิน สะท้อน ว่า ความรับรู้เรื่องนี้ “ไม่เท่ากัน” ตามพื้นที่/เครือข่ายข่าวสาร/ประสบการณ์ในชุมชน
2. ประชาชนได้ยินราคาซื้อเสียง “500–1,000 บาท” ครองสัดส่วนสูงสุด
• ระดับเงินที่รับรู้ว่าใช้ในการซื้อเสียงมากที่สุดในกลุ่มที่รับรู้/ได้ยิน คือ “500-1,000” บาท (76.8%)
• รองลงมา คือ ต่ำกว่า 500 บาท (15.3%) และ มากกว่า 1,000 บาท (7.9%) ➡ สะท้อนภาพจำของการซื้อเสียงว่า “ไม่ได้เป็นเงินก้อนใหญ่” การซื้อเสียง (ในมุมประชาชน) เป็น พฤติกรรม ที่ “เข้าถึงง่าย ทำซ้ำได้” และอาจเกิดเป็นวงกว้างมากกว่าการทุ่มเงินสูงเป็นรายกรณี
3. การรับรู้เรื่องซื้อเสียงต่างกันมากตามพื้นที่ : ใต้-อีสาน สูงกว่า 60% ขณะที่กรุงเทพมหานครได้ยิน น้อยที่สุด
• ในกลุ่มคนที่ได้ยิน/รับรู้ ภาคใต้ สูงสุด (65.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (64.9%) ใกล้เคียงกัน • ภาคเหนือ (56.5%) ภาคตะวันออก (46.3%) ภาคกลาง (37.7%) และ กรุงเทพมหานคร (26.5%) น้อยที่สุด
➡ ความต่างของสัดส่วนที่ได้ยินเรื่องซื้อเสียงระหว่างพื้นที่ค่อนข้างมาก สะท้อนว่า “บริบทพื้นที่” มีผล—บางพื้นที่การเมืองท้องถิ่นเข้มข้น/การแข่งขันสูง/ข่าวสารหนาแน่น จึงทำให้เรื่องซื้อเสียงถูกพูดถึง
KPI Poll#09 | 2
มากกว่า ขณะที่บางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีความเป็นเมืองสูง อาจไม่พบ หรือประชาชนไม่ เชื่อมโยงว่าเป็นการซื้อเสียง จึงรับรู้น้อยกว่า
4. ผลงาน กกต. ปราบทุจริตยังไม่ชนะใจประชาชน ไม่พอใจเกือบครึ่ง
• คนไม่พอใจการทำงานของ กกต. ในการป้องกัน–ปราบปรามทุจริตเลือกตั้งสูงสุด (40.8%) • รองลงมา คือ พอใจระดับ ดี-ค่อนข้างดี(31.9%) พอใช้(25.8) และ ไม่มีความเห็น (1.5%) ➡ สะท้อนว่า ประชาชนยังต้องการเห็นการทำงานที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” ส่วนกลุ่ม “รู้สึกเฉยๆ” จำนวนมาก อาจสะท้อนว่าอีกส่วนของสังคมอาจยังไม่แน่ใจว่า กกต.ทำได้ผลแค่ ไหน หรือยังไม่เห็นหลักฐานที่ชัดพอ
5. รูปแบบการจัดตั้งรัฐบาลแบบใดที่ชอบที่สุด ? (สำรวจโดย ) พบว่า คนจำนวน มาก “ยังไม่ถูกใจสูตรรัฐบาลแบบไหนเลย” แต่มีแนวโน้มไปที่ “สูตรผสมหลายพรรค” มากกว่า • ไม่มีรูปแบบที่ชอบ สูงสุด (41.7%)
• รองลงมา คือ อยากเห็นรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์ (28.5%) ถัดมา คือ รัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+ประชาธิปัตย์+ ประชาชาติ(13.8%)
• ถัดมา คือ อยากเห็นรัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+กล้าธรรม+พลังประชารัฐ+ เศรษฐกิจ (9.3%), รัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+เพื่อไทย+กล้าธรรม (4.6%) และ รัฐบาลที่ร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทย+กล้าธรรม น้อยที่สุด (1.9%)
➡ ประชาชนจำนวนมากยังรู้สึกว่า “สูตรการเมืองที่ถูกเสนอมา ไม่ตอบโจทย์” หรือ ยังไม่มั่นใจต่อทั้ง ความชอบธรรม/เสถียรภาพ/ทิศทางนโยบายของการจับขั้วต่าง ๆ เมื่อจำเป็นต้องเลือก คนจำนวนหนึ่ง ไปทาง “รัฐบาลผสมหลายพรรค” มากกว่า สะท้อนความคาดหวังอาจอยู่ที่ “การประนีประนอมเพื่อ เดินหน้า” แต่ก็ยังไม่ใช่คำตอบที่ทำให้คนส่วนใหญ่พอใจ
บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 09
การสำรวจครั้งนี้ สะท้อน 2 เรื่องใหญ่ พร้อมกัน คือ ปัญหาซื้อเสียงยังเป็นความจริงที่ประชาชน จำนวนมากรับรู้ และมีลักษณะเป็นการให้ผลประโยชน์ระดับที่เข้าถึงได้ (กระจุกที่ 500–1,000 บาท) โดยการรับรู้เข้มข้นต่างไปตามพื้นที่และ ความเชื่อมั่นต่อการคุมเกมความสุจริตเที่ยงธรรม ยังเป็นโจทย์ สำคัญ เพราะประชาชนกลุ่ม “ไม่พอใจ” ต่อบทบาทการปราบทุจริตของ กกต.มีมากกว่ากลุ่ม “พอใจ” ขณะเดียวกัน ในมิติการเมืองหลังเลือกตั้ง ประชาชนจำนวนมากยัง “ไม่ลงตัว” กับสูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ เสนอในสื่อ แม้กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการไปแล้วก็ตาม แต่ภาพรวมการ สำรวจนี้ สะท้อนบรรยากาศที่สังคมต้องการทั้งการเลือกตั้งที่โปร่งใส (อย่างจับต้องได้) และ ต้องการ การเมืองหลังเลือกตั้ง ที่ตอบโจทย์ประชาชนจริงมากกว่าเกมต่อรองอำนาจตามสูตรการเมือง เพียงอย่างเดียว
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 20 กุมภาพันธ์ 2569 08:26:59 เข้าชม : 1679822 ครั้ง



















