Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “บทบาทฝ่ายค้าน และแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “บทบาทฝ่ายค้าน และแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น”

10 second read
0
0
74

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “บทบาทฝ่ายค้าน และแนวทางการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจในวิกฤตสงครามที่ประชาชนอยากเห็น” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญ สำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทย อย่างแท้จริง

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 16 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 27 – 30 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ในสถานการณ์วิกฤตจากสงครามเช่นนี้ ท่านคิดว่า ฝ่ายค้าน ควรมีบทบาทแบบใดมากที่สุด สำรวจโดย
• 43.3% อยากเห็นฝ่ายค้านร่วมมือกับรัฐบาล ในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ และตรวจสอบควบคู่กันไป
• รองลงมา 22.4 % อยากเห็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการใช้อำนาจ, 19.1% เสนอแนวทางทางเลือกเชิงนโยบายที่ชัดเจน มากกว่าการวิจารณ์รัฐบาล, 12.5% ลดความขัดแย้งทางการเมืองชั่วคราว เพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤตก่อนได้ และ 2.7% ไม่แน่ใจ
➡ ประชาชนเกือบครึ่ง ไม่ได้ต้องการฝ่ายค้านที่หยุดตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องการฝ่ายค้านที่มี “วุฒิภาวะทางการเมือง” และรับผิดชอบต่อสถานการณ์ของประเทศ ในยามวิกฤต คาดหวัง ให้ฝ่ายค้าน ทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ ช่วยประเทศเดินหน้าต่อได้ โดยยังคงบทบาทตรวจสอบอำนาจรัฐไว้
2. ทุกภาคประสานเสียงอยากเห็นฝ่ายค้านทำหน้าที่อย่างสมดุล ไม่เติมวิกฤตด้วยความขัดแย้ง ใต้อีสาน นำโด่ง
• ทุกภูมิภาค มีแนวโน้มหลักไปในทิศทางเดียวกัน คือ ต้องการให้ฝ่ายค้าน “ร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศและตรวจสอบควบคู ่กันไป” โดยภาคใต้สูงสุด (49.1%) รองลงมาใกล้เคียงกัน คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (44.4%)
➡ ความคาดหวังต่อฝ่ายค้าน ในยามวิกฤตร่วมกัน คือ ประชาชนต้องการ ฝ่ายค้าน ที่มีความรับผิดชอบ และไม่ทำให้เกิด “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ด้วยความขัดแย้งทางการเมือง แม้ภาคใต้และภาคอีสาน ซึ่งมีฐานเสียงที่สนับสนุนขั้วการเมืองค่อนข้างต่างกัน แต่กลับมีจุดร่วมทางความคิดในเรื่องนี้สูงที่สุด สะท้อนว่า KPI Poll#16 | 2 เมื่อเป็นเรื่องความอยู่รอดที่จำเป็น อุดมการณ์ทางการเมืองอาจถูกให้ความสำคัญเป็นรองกว่า คนในพื้นที่ต่างต้องการให้ทุกฝ่าย หันหน้าเข้าหากัน เพื่อแก้ปัญหาปากท้องอย่างแท้จริง
3. หนุนรัฐพยุงค่าครองชีพและค่าเดินทางช่วงสงกรานต์นำโด่ง – แต่ละภาคคาดหวังต่างกัน ภาพรวมอยากเห็น “แผนพลังงานต้องชัด – ลดค่าครองชีพต้องไว”
• 76.1% ค่อนข้างเห็นด้วย-เห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่รัฐบาลควรออกมาตรการชั่วคราวในช่วงสงกรานต์
(เช่น พยุงราคาพลังงาน, เพิ่มเที่ยวเดินทาง, ลดภาระค่าเดินทาง) รองลงมา คือ 17.4% ไม่ค่อยเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และ 6.5% ไม่แน่ใจ
• ปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลมากขึ้น ในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ จากสงครามในตะวันออกกลาง คือ การมีแผนรับมือด้านพลังงานที่ชัดเจน (27.0%) สูงสุด รองลงมา คือ มีมาตรการช่วยค่าครองชีพที่เห็นผลเร็ว (23.0%), มีทีมเศรษฐกิจน่าเชื่อถือ และตัดสินใจรวดเร็ว (17.1%), สื่อสารข้อมูลตรงไปตรงมา และต่อเนื่อง (16.8%) และ ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้ (16.1%)
• เมื่อแยกปัจจัยสูงสุดตามภูมิภาค : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (34.2%) จะเชื่อมั่นมากขึ้น หากรัฐบาล “มีแผนรับมือด้านพลังงาน ที่ชัดเจน” ส่วน ภาคเหนือ (28.5%) และ ภาคใต้ (27.1%) จะเชื่อมั่นมากขึ้น หาก “มีมาตรการช่วยค่าครองชีพ ที่เห็นผลเร็ว” ขณะที ่ กรุงเทพฯ (28.8%) จะเชื่อมั่นมากขึ้น หากรัฐบาล “สื่อสารข้อมูลตรงไปตรงมา และต่อเนื่อง” และ ภาคกลาง (29.8%) และ ภาคตะวันออก (25.6%) ระบุ ว่า ไม่แน่ใจ
➡ ประชาชนถึงกว่า 3 ใน 4 ให้ความสำคัญอย่างมากกับมาตรการเฉพาะหน้า ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่กระทบชีวิตจริง โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชนต้องแบกรับภาระ เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว สะท้อนความกังวลต่อผลกระทบด้านค่าครองชีพ อย่างชัดเจน ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ในยามวิกฤตจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อรัฐแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารที่เป็นรูปธรรม ทั้งผ่านแผนรับมือที่ชัดเจน และมาตรการช่วยเหลือที่เห็นผลรวดเร็ว อีกทั้ง ผลเชิงภูมิภาคยังชี้ ว่า แม้ประชาชนทุกพื้นที่จะเผชิญความกังวลจากวิกฤตเศรษฐกิจร่วมกัน แต่ลำดับความสำคัญที ่คาดหวัง จากรัฐบาล ยังแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 16

ผลสำรวจครั้งนี้ สะท้อน ว่า ในยามวิกฤตประชาชนไม่ได้ต้องการการเมืองที่ซ้ำเติมความขัดแย้ง แต่ต้องการทั้งฝ่ายค้านที่มีวุฒิภาวะ และ รัฐบาลที่รับมือได้จริง โดยฝ่ายค้านควรทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ คือ ร่วมมือกับรัฐบาลในเรื่องที่จำเป็นต่อประเทศ พร้อมกับคงบทบาทตรวจสอบควบคู่กันไป ขณะเดียวกัน ประชาชนก็กำลังมองหาความเชื่อมั่น จากรัฐบาลทั้งในระดับยุทธศาสตร์ และระดับปฏิบัติ ดังนั้น รัฐบาล จึงควรเร่งออกมาตรการเฉพาะหน้า ที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง พร้อมแสดงแผนรับมือด้านพลังงานอย่างชัดเจน และสื่อสารต่อสังคม อย่างตรงไปตรงมา เพราะความเชื่อมั่นในยามวิกฤตจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนเห็นทั้งความตั้งใจ และความสามารถในการบริหารที่เป็นรูปธรรม

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 10 เมษายน 2569 09:22:59 เข้าชม : 1897566 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

กลุ่ม ปตท. มั่นใจ มีน้ำมัน รองรับ การเดินทาง ช่วงเทศกาลสงกรานต์

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิด … …