Home ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ 8 ทิศทางสำคัญ ในการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะของจีน

8 ทิศทางสำคัญ ในการพัฒนาหุ่นยนต์อัจฉริยะของจีน

7 second read
0
0
108

รายงาน “เปิดศักราชความร่วมมืออัจฉริยะ : 8 แนวโน้มการพัฒนาหุ่นยนต์” จัดทำโดย CCID Research Institute) ร่วมกับ สำนักข่าว CCTV และเผยแพร่ในงานมหกรรมทักษะการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์อัจฉริยะ China Media Group : CMG) จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2026

ภายในงานมีการทดสอบหุ่นยนต์ในหลายภารกิจ ทั้งการผลิต การซ่อมบำรุง คลังสินค้าและโลจิสติกส์ ร้านอาหาร ค้าปลีก การดูแลผู้สูงอายุ และการกู้ภัยฉุกเฉิน เพื่อทดสอบว่า หุ่นยนต์จะทำงานได้ต่อเนื่องเพียงใด เมื่อต้องเผชิญกับพื้นที่จริงซึ่งมีคน สิ่งกีดขวาง และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

รายงานระบุว่า การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในภาคเศรษฐกิจและสังคม อย่างกว้างขวาง กำลังทำให้หุ่นยนต์พัฒนาไปใน 8 ทิศทางสำคัญ ได้แก่

1. การปรับโครงสร้างฐานเทคโนโลยี
การพัฒนาหุ่นยนต์จะไม่แยกฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เซนเซอร์ ระบบควบคุม โมเดลปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลออกจากกันเหมือนที่ผ่านมา แต่จะออกแบบให้ส่วนประกอบทั้งหมดทำงานร่วมกันมากขึ้น ฐานเทคโนโลยีที่ใช้ร่วมกันได้จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนา รวมทั้งทำให้ผู้ผลิตสามารถนำหุ่นยนต์ไปปรับใช้กับงานประเภทใหม่ได้รวดเร็วขึ้น

2. ความสามารถด้านการประมวลผลที่ก้าวกระโดด
หุ่นยนต์รุ่นใหม่จะไม่ได้ทำงานตามชุดคำสั่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรับรู้สภาพแวดล้อม วิเคราะห์ข้อมูล ตัดสินใจ และปรับการทำงานตามสถานการณ์ ความสามารถนี้มีความสำคัญต่อการทำงานในพื้นที่ซึ่งมีคน สิ่งกีดขวาง หรือปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น โรงงาน คลังสินค้า โรงพยาบาล และพื้นที่ประสบภัย

3. การทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
หุ่นยนต์หลายตัวจะสามารถแบ่งหน้าที่ แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการทำงานร่วมกัน เช่น ในคลังสินค้า หุ่นยนต์แต่ละตัวอาจรับผิดชอบการขนส่ง ตรวจนับ และจัดเรียงสินค้า ส่วนในภารกิจกู้ภัย หุ่นยนต์ภาคพื้นดินอาจทำงานร่วมกับโดรนเพื่อสำรวจพื้นที่และส่งข้อมูลกลับไปยังศูนย์ควบคุม

4. การขยายบริการหุ่นยนต์เข้าสู่ทุกภาคส่วน
ตลาดหุ่นยนต์จะไม่จำกัดอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรม แต่จะขยายไปสู่ร้านอาหาร ค้าปลีก การแพทย์ การดูแลผู้สูงอายุ การขนส่ง การรักษาความปลอดภัย และบริการสาธารณะ ในอนาคตจะมีทั้งหุ่นยนต์เฉพาะทางที่พัฒนาขึ้นสำหรับงานใดงานหนึ่ง และหุ่นยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถเปลี่ยนหน้าที่ตามสถานการณ์

5. การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์
หุ่นยนต์จะเปลี่ยนจากเครื่องจักรที่ทำงานแยกจากคน ไปเป็นผู้ช่วยหรือเพื่อนร่วมงานของมนุษย์ โดยรับผิดชอบงานที่อันตราย ใช้แรงมาก ทำซ้ำบ่อย หรือต้องการความแม่นยำสูง ขณะที่มนุษย์ยังทำหน้าที่ควบคุม ตัดสินใจ และรับมือกับปัญหาที่ต้องอาศัยประสบการณ์หรือความเข้าใจทางสังคม

6. การปรับโครงสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม
การเติบโตของตลาดหุ่นยนต์จะกระทบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตชิป เซนเซอร์ มอเตอร์ ระบบขับเคลื่อน และอุปกรณ์ควบคุม และผู้พัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ ฐานข้อมูล ระบบฝึกหุ่นยนต์ และบริการหลังการขาย ผู้ผลิตจึงต้องทำงานร่วมกับบริษัทเทคโนโลยี ผู้ให้บริการข้อมูล และผู้ประกอบการในแต่ละอุตสาหกรรมมากขึ้น

7. การเกิดธุรกิจและอาชีพใหม่
เมื่อหุ่นยนต์เข้าไปทำงานในภาคส่วนต่าง ๆ มากขึ้น จะเกิดบริการและตำแหน่งงานใหม่ตามมา เช่น ผู้ฝึกสอนหุ่นยนต์ ผู้รวบรวมข้อมูลการเคลื่อนไหว ผู้ควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกล วิศวกรระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร และผู้ตรวจสอบความปลอดภัยของระบบหุ่นยนต์

8. การสร้างแนวป้องกันด้านความปลอดภัย
เมื่อหุ่นยนต์มีความสามารถในการรับรู้และตัดสินใจมากขึ้น การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย จะยิ่งมีความสำคัญ ทั้งมาตรฐานผลิตภัณฑ์ กฎการใช้งาน การคุ้มครองข้อมูล จริยธรรม และการกำหนดผู้รับผิดชอบเมื่อเกิดความผิดพลาด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ การรั่วไหลของข้อมูล และการนำเทคโนโลยีไปใช้อย่างไม่เหมาะสม

ทิศทางสำคัญนี้ จึงสะท้อน ว่า จุดชี้ขาดของการแข่งขันในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ยุค ต่อไป อาจไม่ใช่การพัฒนาหุ่นยนต์เดิน วิ่ง หรือแสดงทักษะที่ซับซ้อนได้เท่านั้น แต่ต้องพัฒนาหุ่นยนต์ ให้มีความสามารถในการทำงานจริง อย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ และสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 31 กรกฎาคม 2569 17:06:59  เข้าชม : 1872996 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

สำนักข่าวซินหัว สาธารณรัฐประชาชนจีน ศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการข่าว เชื่อมสัมพันธไมตรี สื่อภาครัฐ และภาคเอกชน ในจังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (31 กรกฎาคม 2569) คณะสื่อมวลชน สำนักข่าวซินหัว ส … …