Home ข่าวเด่น ดิจิทัล เหตุใด ‘จิ่งเต๋อเจิ้น’ ดินแดนเครื่องเคลือบจีน กำลังดึงดูดช่างเซรามิก จาก สิงคโปร์

เหตุใด ‘จิ่งเต๋อเจิ้น’ ดินแดนเครื่องเคลือบจีน กำลังดึงดูดช่างเซรามิก จาก สิงคโปร์

13 second read
0
0
53

สิงคโปร์, 26 ส.ค. (ซินหัว) — ณ เมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซี ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เป็น “เมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบโบราณ” ของจีน วาเนสซา ซง (Vanessa Sng) ศิลปินเซรามิกชาวสิงคโปร์ ได้พบกับวัฒนธรรมการทำงานในสตูดิโอที่แตกต่างจากบ้านเกิดของเธออย่างสิ้นเชิง

ในช่วงฤดูร้อนปี 2025 เธอได้ลงเรียนหลักสูตรระยะเวลา 7 วัน ที่สิงจิ่งเต๋อเจิ้น และสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ถึง 20 ชิ้น ซึ่งมีตั้งแต่ถ้วยขนาดเล็กพอดีฝ่ามือไปจนถึงแจกันที่มีความสูงใกล้เคียงกับลูกบาสเกตบอล เธออธิบายว่า ในสิงคโปร์มีสตูดิโอเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดสอนหลักสูตรต่อเนื่องยาวนานถึงหนึ่งสัปดาห์เช่นนี้ และตัวเธอเองก็ต้องการช่วงเวลาที่ได้ทำงานศิลปะอย่างจดจ่อและต่อเนื่องโดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน

แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาด้วยมือของเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2025 โดยศิลปะเซรามิกได้แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนที่นี่ ตั้งแต่โรงงานเชิงปฏิบัติการ ตลาด ไปจนถึงเสาไฟริมถนน

เคน ลู (Ken Lu) ชาวสิงคโปร์ผู้บริหารสตูดิโอ 3 ชั้น ซึ่งย้ายมาอยู่อาศัยที่นี่นาน 8 ปีหลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเซรามิกจิ่งเต๋อเจิ้น สังเกตว่าชาวสิงคโปร์เริ่มเข้ามาเชื่อมโยงกับเมืองนี้อย่างจริงจังในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีทั้งผู้ที่ย้ายมาอยู่อาศัยระยะยาว และผู้ที่เดินทางมาสร้างสรรค์ผลงานหรือร่วมตลาดการค้าระดับนานาชาติ เขายังมองว่าจิ่งเต๋อเจิ้นเป็นเมืองที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่หลงใหลงานครีเอทีฟมากกว่าการทำงานออฟฟิศ

ซงได้เล่าถึงอิสระที่เธอสัมผัสได้จากการได้ลองผิดลองถูกที่จิ่งเต๋อเจิ้น เมื่อถ้วยสองใบที่เธอปั้นเกิดรอยแตกร้าวบริเวณจุดเชื่อมต่อเนื่องจากแห้งไม่สม่ำเสมอ อาจารย์ของเธอไม่ได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในทันที แต่กลับขอให้เธอพยายามหาสาเหตุด้วยตัวเอง เธอจึงวิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพราะความชื้นที่ไม่เท่ากันทำให้เนื้อดินหดตัวในอัตราที่ต่างกัน ซึ่งหลังจากนั้น อาจารย์ก็ได้นำข้อสังเกตของเธอไปใช้เป็นบทเรียนสอนเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ต่อไป

ลูวิเคราะห์ว่า ความเปิดกว้างนี้ส่วนหนึ่งมาจากรากฐานอันแข็งแกร่งของเมือง ที่ซึ่งเกือบทุกขั้นตอนในกระบวนการผลิตเซรามิกจะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแยกกัน ทำให้จิ่งเต๋อเจิ้นทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรที่มีอุปกรณ์ วัสดุ และโรงงานเชิงปฏิบัติการอย่างสมบูรณ์ พร้อมรองรับการผลิตตั้งแต่วัตถุของใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงกระถางขนาดมหึมา ยิ่งไปกว่านั้น เตาเผาสาธารณะของที่นี่ยังเปิดทำการเผาอยู่ตลอดเวลา เปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถทดลองใช้น้ำเคลือบและเนื้อดินที่หลากหลายได้อย่างไม่สิ้นสุด

แม้แต่อึง หยาง ซี (Ng Yang Ce) ช่างเซรามิกผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำงานกับดินมานานถึง 16 ปี ก็ยังได้พบกับความท้าทายใหม่ๆ ที่นี่ โดยเธอเดินทางไปเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นเป็นครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 เพื่อเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการเผาด้วยเตาฟืน ด้วยความสนใจที่มีมาอย่างยาวนานว่ารูปแบบเตาเผา ชนิดไม้ และเทคนิคการเผาจะส่งผลต่อผลงานที่เสร็จสมบูรณ์อย่างไร

เธอและผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ได้ร่วมกันปั้นชิ้นงานของตนเอง ณ ลานกว้างบริเวณเชิงเขา พร้อมสลับกันเติมฟืนเข้าเตาเผา และในระหว่างรอให้เตาเผาเย็นลง พวกเขาก็ได้ออกไปเยี่ยมชมโรงงานเชิงปฏิบัติการในท้องถิ่นเพื่อเรียนรู้เทคนิคโบราณ ทั้งการขึ้นรูป การแต่งขอบชิ้นงาน และการเคลือบ

ผลงานชิ้นโปรดของเธอคือ แจกันรูปทรงภูเขาที่แต่งแต้มด้วยโทนสีส้มสาดแสงอาทิตย์อัสดง พร้อมลวดลายจุดสีเข้มอันวิจิตรใกล้บริเวณปากขอบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่เธอเพิ่งเคยเห็นบนชิ้นงานเซรามิกเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นอึงได้เดินทางกลับไปยังเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้ และมีแผนจะเดินทางไปร่วมเวิร์กช็อปการเผาด้วยเตาฟืนอีกครั้งในเดือนตุลาคม โดยเธอยกให้เมืองแห่งนี้เป็นแหล่งแรงบันดาลใจอันไม่รู้จบ ที่ซึ่งเหล่าผู้สร้างสรรค์งานศิลปะหลากหลายรูปแบบต่างมุ่งมั่นถ่ายทอดไอเดียของตนเอง โดยอาศัยทรัพยากรส่วนรวมของเมือง

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/593047_20260826 , https://en.imsilkroad.com/p/351861.html)

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ พฤหัสบดี 27 สิงหาคม 2569 17:00:00 เข้าชม 1569882 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

จีน ปูทาง 6G วาง เครือข่ายรับโลกยุค AI ปี 2030

จีน เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี 6G เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับกา … …