สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เสียงประชาชนต่อการออกแบบบัตรเลือกตั้ง และการใช้เทคโนโลยีการลงคะแนน” โดยมุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 39 ที่ ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 18-21 ก.ย. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี
บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. ประเทศไทย มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ในการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ ณ หน่วย เลือกตั้ง แทนการกาบัตรกระดาษ? (สำรวจโดย • 26.1% เห็นว่ามีความพร้อมมาก สูงสุด) • รองลงมา 23.9% เห็นว่า ยังไม่พร้อมเลย, 23.0% เห็นว่าค่อนข้างพร้อม, 19.5% เห็นว่า ไม่ค่อยมีความพร้อม และ 7.5% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
➡ ความพร้อมต่อการใช้เครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็นสองด้าน แม้ฝ่ายที่มองว่า พร้อมจะมีมากกว่าเล็กน้อย แต่ยังมีผู้ที่เห็นว่า ยังไม่พร้อมอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน (เห็นว่าพร้อม รวม 49.1% และเห็นว่ายังไม่พร้อม รวม 43.4%) อาจสะท้อนว่า ความเชื่อมั่นต่อการเปลื่ยนวิธีลงคะแนนยังมีประเด็นห่วงกังวล และมีข้อพิจารณาที่ต้องศึกษาให้เกิดความเชื่อมั่นกับสาธารณชน
2. กว่าครึ่งหนุนพรรคเดียวเบอร์เดียว ภาคใต้หนุนสูงสุด ส่วนคนกรุงเลือก “แบบใดก็ได้” มากสุด • 55.9% เห็นว่าผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อพรรคเดียวกันควรใช้หมายเลขเดียวกัน รองลงมา 21.9% เห็นว่า ควรแยกหมายเลขกัน 17.1% เห็นว่า แบบใดก็ได้ และ 5.1% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น • 78.0% ของผู้ตอบในภาคใต้เห็นว่าควรใช้หมายเลขเดียวกัน สูงที้สุด รองลงมาคือภาคกลาง 67.6% ภาคเหนือ 54.3% ภาคตะวันออก 53.0% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 52.1% และ กรุงเทพมหานคร 22.4%
KPI Poll#39 | 2
• สำหรับกรุงเทพมหานคร ตัวเลือกที่มีสัดส่วนสูงที่สุด คือ “แบบใดก็ได้” 40.0% รองลงมา คือ ควรแยกหมายเลขกัน 35.8% ควรใช้หมายเลขเดียวกัน 22.4% และไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น 1.8%
➡ การใช้หมายเลขเดียวกันของผู้สมัคร และพรรคได้รับการยอมรับมากที่สุดในภาพรวม และทุกภูมิภาคนอกกรุงเทพฯ ขณะที้คนกรุงเทพฯ เลือก “แบบใดก็ได้” มากที ่สุด สะท้อนความต้องการต่อรูปแบบหมายเลขที ่แตกต่างกันตามพื้นที่
3. กว่า 2 ใน 3 เห็นด้วย ให้ระบุชื่อผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต • 67.3% เห็นด้วยกับการระบุชื่อ–นามสกุลผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต สูงสุด • รองลงมา 25.5% ไม่เห็นด้วย และ 7.2% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
➡ สะท้อนถึงการยอมรับการมีข้อมูลระบุตัวผู้สมัครบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจช่วยให้ผู้ใช้สิทธิเชื่อมโยงตัวเลือกกับบุคคล ที่ต้องการเลือกได้ชัดเจนขึ้น แต่ยังไม่อาจยืนยันว่า การเพิ่มชื่อจะช่วยลดความผิดพลาดในการลงคะแนนได้จริง
4. เกินครึ่งมองบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่จำเป็น เพราะกังวลเรื่องความลับ • 53.5% เห็นว่าไม่จำเป็น เพราะกังวลเรื่องความลับ รองลงมา 23.2% ยอมรับได้หากมีมาตรการที่เหมาะสม 14.9% เห็นว่าจำเป็น และ 8.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
➡ ความกังวลเรื่องความลับของการลงคะแนนเป็นประเด็นสำคัญ ในการประเมินการใช้บาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด ขณะเดียวกัน การยอมรับของผู้ตอบบางส่วนมีเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรการรองรับ สะท้อนว่า ความไว้วางใจต่อวิธีใช้งานมีความสำคัญต่อการยอมรับเทคโนโลยี
บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 39
ผลสำรวจสะท้อน ว่า การออกแบบบัตร และวิธีลงคะแนนนั้น มีทั้งมิติของการระบุตัวเลือกให้ชัดเจน และความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้ง การใช้หมายเลขเดียวกัน และการระบุชื่อผู ้สมัครได้รับการยอมรับ ในภาพรวม ขณะที่การใช้เทคโนโลยียังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความลับ และความพร้อมในการใช้งาน อีกทั้งความคิดเห็นต่อหมายเลขผู้สมัครยังแตกต่างกันตามพื ้นที ่ ดังนั้น การพัฒนาบัตรและวิธีลงคะแนนจึงควรประกอบด้วยการทดสอบความเข้าใจกับผู้ใช้สิทธิที่หลากหลาย ควบคู่กับการอธิบาย วัตถุประสงค์ และมาตรการคุ้มครองความลับ อย่างชัดเจน ส่วนการนำเครื่องลงคะแนนมาใช้ควรมีข้อมูลจากการทดสอบด้านความสะดวก ความถูกต้อง และความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานประกอบการพิจารณา
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 25 กันยายน 2569 11:02:59 เข้าชม 1598662 ครั้ง










