Home ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ จีน เดินหน้า ใช้ AI แต่ต้องไม่ทิ้งคนทำงาน รัฐบาลจีนออก 18 มาตรการ รับมือ ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน

จีน เดินหน้า ใช้ AI แต่ต้องไม่ทิ้งคนทำงาน รัฐบาลจีนออก 18 มาตรการ รับมือ ผลกระทบต่อตลาดแรงงาน

15 second read
0
0
68

จีน กำลังนำ AI มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ แต่รัฐบาลจีน เริ่ม ส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจระมัดระวังการนำ AI มาใช้ในกิจการที่จ้างแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่อาจเข้ามาทดแทนตำแหน่งงาน โดยเสนอให้บริษัทแจ้งพนักงานล่วงหน้า และช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง

สำนักงานคณะรัฐมนตรีจีน เผยแพร่เอกสารนโยบายว่าด้วยการปรับตัวต่อการพัฒนา AI เพื่อส่งเสริมรูปแบบการพัฒนาที่เอื้อต่อการจ้างงาน กำหนดภารกิจ 18 ข้อใน 6 ด้าน ครอบคลุมการสร้างอาชีพใหม่ การพัฒนาทักษะแรงงาน การคุ้มครองสิทธิ และการติดตามความเสี่ยงที่ AI อาจส่งผลต่อการจ้างงาน

สาระสำคัญของนโยบายนี้อยู่ที่การกำหนดแนวทางนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจ โดยรัฐบาลเสนอให้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในตำแหน่งงานที่ขาดแคลนแรงงาน หรือมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เสี่ยงอันตรายเป็นลำดับแรก ส่วนอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก รัฐบาลให้พิจารณาขอบเขตและความรวดเร็วในการนำ AI มาใช้อย่างรอบคอบ เพื่อลดผลกระทบต่อพนักงานให้มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้บริษัทพิจารณาจัดให้มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน สำหรับแรงงานที่อาจตกงาน จาก AI โดยแจ้งพนักงานที่ได้รับผลกระทบล่วงหน้า และช่วยฝึกทักษะหรือหาตำแหน่งงานใหม่ให้ ซึ่งมาตรการดังกล่าว ยังเป็นแนวทางที่รัฐบาลสนับสนุนให้บริษัทนำไปพิจารณา ไม่ใช่ข้อบังคับทั่วไปที่กำหนดให้ทุกบริษัทต้องดำเนินการ

อีกมาตรการหนึ่ งคือ การประเมินความเสี่ยงต่อการจ้างงานจากโครงการที่นำ AI มาใช้ โดยเฉพาะโครงการในสาขาที่ต้องผ่านการพิจารณาอนุญาตเข้าสู่ตลาด และอาจส่งผลกระทบต่อแรงงานจำนวนมาก รัฐบาลกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านการจ้างงานควบคู่กับการพิจารณาโครงการ

การออกมาตรการเหล่านี้ เกิดขึ้นในช่วงที่จีนกำลังขยายการใช้ AI อย่างรวดเร็ว ข้อมูลทางการระบุว่า ปี 2568 อุตสาหกรรม AI หลักของจีนมีมูลค่ามากกว่า 1.2 ล้านล้านหยวน (ประมาณ 5.8 ล้านล้านบาท) และมีบริษัทในอุตสาหกรรมนี้ มากกว่า 6,200 แห่ง

ขณะที่ภาคธุรกิจนำ AI ไปใช้ตั้งแต่การควบคุมสายการผลิต การตรวจสอบคุณภาพสินค้า การจัดการคลังสินค้า งานบริการลูกค้าและงานสำนักงาน ทำให้ความต้องการแรงงานในบางตำแหน่งมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยี

รัฐบาลจีนจึงให้ความสำคัญกับการสร้างอาชีพใหม่ควบคู่กับการรักษาตำแหน่งงานเดิม โดยสนับสนุนธุรกิจที่พัฒนาและให้บริการ AI รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ
นโยบายนี้ยังระบุให้เร่งพัฒนามาตรฐานอาชีพใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น วิศวกร AI ผู้ฝึกสอน AI และผู้บริหารจัดการระบบดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการแรงงานที่เปลี่ยนไป

ในด้านการศึกษา รัฐบาล สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยและสถาบันอาชีวศึกษาปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพิ่มหลักสูตรระยะสั้นและสาขาย่อยด้าน AI รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับบริษัทเทคโนโลยี

ส่วนแรงงานที่มีความเสี่ยงต้องเปลี่ยนอาชีพ จะได้รับการสนับสนุนผ่านบริการแนะแนวอาชีพ การฝึกทักษะใหม่ และการจับคู่ตำแหน่งงาน โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่อาจปรับตัวได้ยาก เช่น ผู้ว่างงานและแรงงานที่ต้องการย้ายไปทำงานประเภทใหม่

อีกประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือ การคุ้มครองสิทธิแรงงานในยุค AI โดยเตรียมเพิ่มการกำกับดูแลการใช้อัลกอริทึมในงานบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การประกาศรับสมัครงานที่เป็นเท็จ และการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือสิทธิในการพักผ่อนของพนักงาน

พร้อมกันนี้ ยังมีแนวทางปรับปรุงระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานอิสระและแรงงานรูปแบบใหม่มากขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบติดตามความเสี่ยงจาก AI เพื่อประเมินว่าตำแหน่งงานประเภทใดกำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง และแรงงานกลุ่มใดควรได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

การประกาศนโยบายครั้งนี้ จึงเป็นอีกขั้นของการพัฒนา AI ในจีน จากเดิมที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีและการผลิต ไปสู่การกำหนดมาตรการรองรับผลกระทบต่อคนทำงาน ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญว่า จีนสามารถขยายการใช้ AI ในระบบเศรษฐกิจ พร้อมรักษาระดับการจ้างงานได้มากน้อยเพียงใด

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : CGTN

TAG : 0  0 Google +0 เขียนเมื่อ อังคาร 27 ตุลาคม 2569 17:20:59 เข้าชม 1687299 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษา กฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

จีน เร่ง มาตรการส่งเสริมการมีบุตร หวังรักษาจำนวนเด็กเกิดใหม่ รับมือประชากรลดลง

จีน กำลังเร่งมาตรการส่งเสริมการมีบุตรอีกครั้ง หลังจำนวน … …