นักเดินทางต่างชาติที่เดินทางถึงเมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง ในช่วงนี้ อาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง อย่างป้ายบอกทางหลายภาษาที่สนามบิน ประตูรถไฟใต้ดินที่สามารถแตะบัตรเครดิตต่างประเทศเพื่อชำระค่าโดยสารได้ทันที
ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อม ก่อนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2026 โดยเซินเจิ้นกำลังปรับปรุงระบบขนส่ง การตรวจคนเข้าเมือง และบริการสำหรับชาวต่างชาติ เพื่อรองรับผู้แทนและนักเดินทางจากทั่วโลก
ตั้งแต่ วันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา รถไฟใต้ดิน เซินเจิ้น ทั้ง 17 สาย รวม 432 สถานี เปิดให้ผู้โดยสารใช้บัตรธนาคารระหว่างประเทศ เช่น Visa Mastercard American Express และ JCB แตะผ่านประตูโดยสารได้โดยตรง ครอบคลุมบัตรที่ออกในกว่า 200 ประเทศ และเขตเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบชำระเงินของจีน บริการนี้ ช่วยให้สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินได้โดยไม่ต้องซื้อบัตรโดยสารเฉพาะ หรือ สมัครใช้แอปพลิเคชันใหม่
การปรับปรุงอีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซินเจิ้นเป่าอัน ซึ่งนำระบบตรวจสัมภาระล่วงหน้ามาใช้ในพื้นที่ ผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ โดยระบบนี้ ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์และเครื่องตรวจสัมภาระ CT ไว้ในสายพานคัดแยกกระเป๋า ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสัมภาระได้ก่อนที่ผู้โดยสาร จะเดินทางถึงจุดรับกระเป๋า ส่งผลให้ผู้โดยสารทั่วไปที่ไม่มีสิ่งผิดปกติสามารถผ่านขั้นตอนศุลกากรได้ภายใน 15 นาที จากเดิมที่อาจใช้เวลา ประมาณ 45 นาที ในช่วงที่มีผู้โดยสารหนาแน่น
สนามบิน ยังเพิ่มป้ายบอกทางภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี เกือบ 400 จุด ขณะที่ระบบแปลภาษาอัจฉริยะ ถูกนำไปใช้ตามจุดบริการสำคัญ ทั่วเมือง ทั้งสถานีขนส่ง สถานที่ราชการ และแหล่งท่องเที่ยว
ในรถแท็กซี่ กว่า 5,000 คัน มีการติดตั้งอุปกรณ์แปลภาษาด้วย AI เพื่อช่วยให้คนขับสื่อสารกับผู้โดยสารต่างชาติได้สะดวกขึ้น
เซินเจิ้น ยังให้ความสำคัญกับการเดินทางข้ามพรมแดน โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อฮ่องกง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้า การลงทุน และการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ด่านหวงกั่ง (Huanggang Port) ที่ปรับปรุงใหม่เปิดให้บริการ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่ผ่านมา พร้อมระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ออกแบบให้กระบวนการผ่านแดนกระชับขึ้น และมีช่องทางตรวจเอกสารอัตโนมัติที่ใช้เวลาเร็วที่สุด ประมาณ 20 วินาที
นอกจากการเดินทาง การชำระเงินเป็นอีกเรื่องที่เซินเจิ้น พยายามปรับให้สะดวกสำหรับชาวต่างชาติ โดย ตอนนี้ในเมืองเซินเจิ้น มีร้านค้า ประมาณ 41,000 แห่ง รองรับบัตรธนาคารต่างประเทศ พร้อมเครื่องรับชำระเงินกว่า 51,000 เครื่อง และตู้ ATM มากกว่า 3,600 เครื่อง ที่รองรับการถอนเงินด้วยบัตรต่างประเทศ นักเดินทางยังสามารถใช้กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศหลายบริการ ชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดในร้านค้าที่รองรับได้
การปรับปรุงระบบชำระเงินมีความสำคัญต่อเซินเจิ้น ซึ่งเป็นทั้งศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยี และเมืองการค้าขนาดใหญ่ นักธุรกิจต่างชาติที่เดินทางเข้ามาพบคู่ค้า รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต้องการซื้อสินค้าและใช้บริการ สามารถทำธุรกรรมได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งเงินสด หรือ เปิดบัญชีธนาคารในจีน
ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ผู้เดินทางจากต่างประเทศและพื้นที่นอกจีนแผ่นดินใหญ่ทำธุรกรรมชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสดในเซินเจิ้นรวม 106 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 15,616 ล้านหยวน (ประมาณ 79,017 ล้านบาท)
ขณะเดียวกัน ทางการเซินเจิ้นได้ประกาศมาตรการ 21 ข้อเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ครอบคลุมการเดินทางข้ามพรมแดน การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การเคลื่อนย้ายเงินทุน และการรับส่งข้อมูลข้ามประเทศ
มาตรการเหล่านี้ เกี่ยวข้องกับบทบาทของเซินเจิ้นในเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง–ฮ่องกง–มาเก๊า ซึ่งมีความเชื่อมโยงด้านการผลิต เทคโนโลยี และบริการทางการเงินอย่างใกล้ชิด
การประชุม APEC จึงเป็นโอกาสให้เซินเจิ้น ปรับปรุงบริการที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการในเมือง จะได้รับประโยชน์จากระบบขนส่ง และการชำระเงินที่รองรับลูกค้าต่างชาติได้มากขึ้น
เซินเจิ้น เติบโตจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ก่อตั้งขึ้น ในปี 1980 จนกลายเป็นฐานของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ การเป็นเจ้าภาพ APEC ครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้เมืองแสดงศักยภาพอีกด้านหนึ่ง นั่นคือ ความสามารถในการรองรับผู้คนและธุรกิจจากต่างประเทศ
หลังการประชุมสิ้นสุดลง รถไฟใต้ดินยังคงเปิดให้บริการ สนามบินยังคงรับผู้โดยสาร และร้านค้ายังคงต้อนรับลูกค้าต่างชาติ สิ่งที่เซินเจิ้นลงทุนปรับปรุงในปีนี้ จึงมีโอกาสกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการทำธุรกิจในเมือง ต่อไป
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ CGTN
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 30 ตุลาคม 2569 20:28:59 เข้าชม 1675899 ครั้ง










