การประชุมเต็มคณะ ครั้งที่ 5 ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ปิดฉาก ลง เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ที่กรุงปักกิ่ง หลังประชุมต่อเนื่อง 4 วัน โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การกำหนดแนวทางบริหารพรรค การตรวจสอบการใช้อำนาจ และการสร้างระบบความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จีนจะเข้าสู่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคครั้งที่ 21 ในปีหน้า
การประชุม ระหว่าง วันที่ 26–29 ตุลาคม 2569 มีสมาชิกคณะกรรมการกลางเข้าร่วม 162 คน และสมาชิกสำรอง 117 คน รวม 279 คน ไม่นับผู้เข้าร่วมประชุมที่ไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง โดยมี สี จิ้นผิง เลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์จีน กล่าวสุนทรพจน์สำคัญ และชี้แจงร่างมติว่าด้วยการเดินหน้าบริหารพรรคอย่างเข้มงวดและครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม
หัวใจของมติครั้งนี้ อยู่ที่การปรับปรุงระบบบริหารพรรคให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการคัดเลือกและแต่งตั้งบุคลากร การประเมินผลการปฏิบัติงาน การบังคับใช้วินัย และการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยเน้นให้หน่วยงานส่วนกลางและท้องถิ่นทำงานภายใต้ระบบความรับผิดชอบที่ชัดเจน
ที่ประชุมยังย้ำหลักการประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์ ซึ่งเป็นระบบการจัดองค์กรพื้นฐานของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยให้ความสำคัญกับกระบวนการตัดสินใจภายในพรรค การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการกำกับดูแลผู้บริหาร โดยเฉพาะหัวหน้าหน่วยงานที่มีอำนาจตัดสินใจ เพื่อให้การดำเนินนโยบายจากส่วนกลางเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ด้านบุคลากร จีน เตรียมยกระดับมาตรฐานการคัดเลือก ฝึกอบรม และประเมินเจ้าหน้าที่ โดยให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำงาน ความรับผิดชอบ และผลงานที่เกิดขึ้นจริง พร้อมส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับภารกิจการบริหารประเทศในระยะยาว
ประเด็นนี้เชื่อมโยงกับคำถามสำคัญของการบริหารประเทศจีนว่า นโยบายที่กำหนดจากปักกิ่งจะถูกนำไปปฏิบัติในเมืองและมณฑลต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด
Fan Peng นักวิจัยจากสถาบันสังคมศาสตร์จีน วิเคราะห์ผ่านสำนักข่าว China Daily ว่า ความสำเร็จของนโยบายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกำหนดเป้าหมายจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบและการประสานงานที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงาน
ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ เมืองซานหมิง มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งปฏิรูประบบสาธารณสุขโดยเชื่อมการบริหารโรงพยาบาล ระบบประกันสุขภาพ และการจัดซื้อยาเข้าด้วยกัน แทนการให้แต่ละหน่วยงานดำเนินงานแยกส่วน เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายทางการแพทย์และการให้บริการประชาชน อย่างเป็นระบบ
อีกตัวอย่างหนึ่งอยู่ที่มณฑลไห่หนาน ซึ่งนำแพลตฟอร์มบริหารภาครัฐดิจิทัล มาใช้ลดภาระงานเอกสารของเจ้าหน้าที่ระดับชุมชน โดยรายงานของ CGTN ระบุว่า จำนวนแบบฟอร์มที่หน่วยงานระดับตำบล และเขตย่อยต้องจัดทำเฉลี่ยต่อเดือน ลดลง จาก 96 แบบฟอร์ม เหลือ 26 แบบฟอร์ม ผ่านระบบเก็บข้อมูลครั้งเดียวและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
ทั้งสองกรณีเป็นตัวอย่างการปฏิรูป ที่ดำเนินมาก่อนการประชุมครั้งนี้ แต่สะท้อนความสำคัญของระบบบริหาร และการทำงานข้ามหน่วยงาน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่จีนกำลังให้ความสำคัญ
สำหรับการต่อต้านการทุจริต มติที่ประชุมยังคงยึดหลักการ 3 ประการ ได้แก่ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าทุจริต สร้างระบบที่ไม่เปิดโอกาสให้ทุจริต และปลูกฝังจิตสำนึกไม่คิดทุจริต พร้อมเดินหน้าปรับปรุงกลไกตรวจสอบของพรรคและรัฐ เพิ่มการกำกับดูแลการใช้อำนาจ และกำหนดความรับผิดชอบต่อหน่วยงาน ที่ไม่สามารถบังคับใช้ระเบียบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้การประชุมครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการบริหารพรรคเป็นหลัก แต่แถลงการณ์ยังกล่าวถึงทิศทางเศรษฐกิจ โดยย้ำการใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาค การกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ การปฏิรูปและเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อสนับสนุนการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569–2573)
ที่ประชุมยังกำหนดจัดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 21 ในกรุงปักกิ่ง ช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางและผู้นำพรรคในระยะต่อไป
การประชุมฯ ครั้งนี้ จึงเป็นการวางกรอบการบริหารพรรค ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของภาครัฐ ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงระดับท้องถิ่น โดยสิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ จีนจะนำมาตรการต่างๆ ไปใช้กับการบริหารหน่วยงาน และการให้บริการประชาชนทั่วประเทศอย่างไร ก่อนเข้าสู่การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ในปีหน้า
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : Xinhua
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ ศุกร์ 30 ตุลาคม 2569 20:42:59 เข้าชม 1896255 ครั้ง










