Home ข่าวเด่น ดิจิทัล บทวิเคราะห์ ส่งเสริม การพัฒนาสีเขียวของโลก-สหรัฐอเมริกา หรือจีน ใครถูก ใครผิด ?

บทวิเคราะห์ ส่งเสริม การพัฒนาสีเขียวของโลก-สหรัฐอเมริกา หรือจีน ใครถูก ใครผิด ?

2 second read
0
0
434

ไม่นานมานี้ ในการประชุมแบบเปิดของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในประเด็นสภาพภูมิอากาศและความมั่นคง ผู้แทนสหรัฐอเมริกากล่าวหาว่า การปล่อยคาร์บอนในโลกส่วนใหญ่มาจากจีนและประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ถึงขั้นอ้างว่าการพัฒนาพลังงานสะอาดของจีนชะลอตัว ขณะที่ผู้แทนจีนก็ตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงและข้อมูล เผยให้เห็นถึงการถดถอยทางประวัติศาสตร์ของนโยบายสภาพภูมิอากาศและการใช้สองมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา

สุภาษิต ว่า “ข้อเท็จจริงมีน้ำหนักกว่าคำพูด” ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมการพัฒนาสีเขียวของโลก สหรัฐอเมริกาหรือจีน ใครกันแน่ที่ทำถูกต้อง? เชื่อว่าประชาคมระหว่างประเทศมีคำตอบที่ชัดเจนมานานแล้ว

จีนมุ่งมั่นทุ่มเททำงานเพื่อ “ลดการปล่อยคาร์บอน” มาโดยตลอด และความสำเร็จในการพัฒนาพลังงานสะอาดและการสร้างอารยธรรมนิเวศวิทยานั้นเห็นได้อย่างเด่นชัด ปี 2024 การใช้พลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลของจีนอยู่ที่ 19.7% มีการส่งออกผลิตภัณฑ์ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและโซลาร์เซลล์ให้ประเทศต่างๆ ซึ่งมีส่วนในการช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไปแล้วประมาณ 4,100 ล้านตัน สร้างคุณูปการสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่คาร์บอนต่ำของโลก ขณะที่กำลังการผลิตติดตั้งและปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของจีนก็ครองอันดับหนึ่งของโลก ณ สิ้นปี 2024 ปริมาณการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของจีนอยู่ที่ 3.46 ล้านล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็น 35% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ราว 2,500 ล้านตัน

สมุดปกขาวฉบับล่าสุดเรื่อง “การดำเนินการของจีนเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนในระดับสูงสุดและการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน” ระบุว่า นับถึงปัจจุบันจีนได้กำหนดนโยบายที่เป็นระบบในการลดคาร์บอนที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุดในโลก ได้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในโลก ได้ก่อรูปขึ้นเป็นห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก และมีส่วนร่วมในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวใหม่คิดเป็นสัดส่วนประมาณหนึ่งในสี่ของโลก กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ลดความเข้มข้นการใช้พลังงานได้เร็วที่สุดในโลก…. ภายใต้แนวคิด “สองภูเขา” (“น้ำใสสะอาดและภูเขาเขียวขจี คือ ภูเขาทองและภูเขาเงิน”) จีนได้เดินบนเส้นทางการพัฒนาสมัยใหม่ที่มนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เป็นแบบอย่างที่ชัดเจนทรงพลังแก่ทั่วโลกในการแก้ไขปัญหา “การพัฒนา” และ “การอนุรักษ์” ได้อย่างลงตัว

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีนได้ยกระดับ “การพัฒนาสีเขียว” ให้เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม สะท้อนถึงเจตจำนงและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ของจีนในการเดินบนเส้นทางการพัฒนาที่เน้นการอนุรักษ์ระบบนิเวศและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การปฏิบัติจริงด้านการพัฒนาสีเขียวของจีนกำลังเปลี่ยนโฉมนิเวศวิทยาภูมิทัศน์ของตนเอง และที่น่ายกย่องกว่านั้น คือ การที่จีนมีส่วนร่วมกับประเทศต่างๆในการสร้างโลกสีเขียว โดยมอบโซลูชันพลังงานสะอาดที่ราคาย่อมเยาแก่ประเทศกำลังพัฒนา จีนกลายเป็นแบบอย่างการพัฒนาที่ยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เคยกล่าวชื่นชมการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมของจีนในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่สีเขียว และความพยายามของจีนในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน

หันมาดูสหรัฐอเมริกา ในช่วงสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่โลกสีเขียว กลับปรากฏให้เห็นว่านโยบายเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศถดถอยอย่างน่าเป็นห่วง กระทั่งถึงขั้นกล่าวอ้างว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็น “การหลอกลวงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์” พร้อมทั้งถอนตัวจาก “ความตกลงปารีส” ถึง 2 ครั้ง รัฐบาลสหรัฐอเมริกายึดติดรูปแบบการพัฒนาที่ล้าสมัย ขัดขวางการพัฒนาพลังงานสะอาดภายในประเทศ นิยามถ่านหินใหม่ว่าเป็น “แร่สำคัญที่สุด” สั่งให้ทำเหมืองแบบเปิดในที่ดินของรัฐบาลกลางก่อน และผลักดันให้ใช้ถ่านหินในการจ่ายไฟให้ศูนย์ข้อมูล AI คาดว่าภายในปี 2030 จะทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นอีก 120 ล้านตัน สหรัฐอเมริกายังได้ออก “ร่างกฎหมายใหญ่ที่สวยงาม” เพื่อยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจโซลาร์เซลล์ พลังงานลม และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมทั้งสั่งห้ามสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ๆ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2025 โครงการพลังงานหมุนเวียนที่กำลังก่อสร้างทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 62%

สิ่งที่สร้างความเสียหายยิ่งกว่านั้น คือ สหรัฐอเมริกาใช้วาทกรรมบิดเบือนในเวทีระหว่างประเทศ โดยกล่าวหาประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่อย่างไม่มีมูลความจริง พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของประชาคมโลกจากปัญหาที่ตนเองลดการปล่อยก๊าซไม่ได้ตามเป้า พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงแต่บั่นทอนความไว้วางใจซึ่งกันและกันซึ่งจำเป็นต่อความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศของโลกเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นทัศนคติที่คับแคบ ซึ่งให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตนทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าผลประโยชน์ร่วมกันของมนุษยชาติอีกด้วย

กระแสการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของทั่วโลกย่อมไม่อาจยับยั้งได้ มองไปข้างหน้า ประชาคมโลกควรร่วมมือกันต่อไป ยืนหยัดพหุภาคีนิยม และประเทศพัฒนาแล้วควรปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาอย่างแท้จริง จีนจะยังคงเปิดกว้างยิ่งขึ้น ร่วมมือกับทุกประเทศ พร้อมอุทิศภูมิปัญญาและพลังมากยิ่งขึ้นเพื่อร่วมสร้างโลกที่สะอาดและงดงาม ประวัติศาสตร์จะจดจำการเลือกของแต่ละประเทศ และกาลเวลาจะพิสูจน์ว่าใคร คือ ผู้พิทักษ์โลกใบนี้อย่างแท้จริง

เขียนโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน (CMG)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 5 ธันวาคม 2568 01:23:59 เข้าชม : 1679558 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

นายก อบจ.ภูเก็ต เปิด โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ จ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมเดอะพา … …