Home ข่าวเด่น ดิจิทัล จีน เร่ง ปูพรม รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สู่ ประสบการณ์ใหม่ ‘เที่ยวเมืองนอกกระแส’ มาแรง

จีน เร่ง ปูพรม รับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สู่ ประสบการณ์ใหม่ ‘เที่ยวเมืองนอกกระแส’ มาแรง

15 second read
0
0
177

ปักกิ่ง, 13 ม.ค. (ซินหัว) — ในช่วงต้นปี 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติ ในประเทศจีน เริ่มหันมาสำรวจจุดหมายปลายทางที่หลากหลาย พร้อมแสวงหาประสบการณ์เชิงลึกที่เข้าถึงวิถีชีวิตท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น ดังเช่น เอริกา (Erika) และ เดวิด (David) คู่รักผู้สร้างคอนเทนต์ท่องเที่ยวชาวสเปน ซึ่งได้ร่วมสะท้อนกระแสความนิยมนี้ผ่านการเดินทางท่องเที่ยวในชนบทของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน โดยพวกเขาเลือกที่จะเดินป่า ขี่รถจักรยานยนต์ และแวะร้านเครื่องดื่มท้องถิ่น แทนการเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์แบบดั้งเดิมอย่างกำแพงเมืองจีน หรือตึกระฟ้าในเมืองใหญ่

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) และชวี่หน่าร์ (Qunar) แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของจีน ระบุ ว่า การเดินทางขาเข้าของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ร้อยละ 29.8 ในช่วงหยุดปีใหม่ 3 วัน เมื่อเทียบกับปี 2025 โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้ มีการจองทริปเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ในจีนหลากหลายถึง 97 เมือง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ทางเลือกการท่องเที่ยวที่หลากหลายและเฉพาะตัว มากยิ่งขึ้น

แม้ว่าศูนย์กลางหลักอย่างนครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่งของจีน จะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทว่าเมือง “นอกกระแส” อย่างเป่ยไห่ สวีโจว และจ้านเจียง กลับมีจำนวนเที่ยวบินขาเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นสูงถึง 3 เท่า เมื่อเทียบปีต่อปี โดยจำนวนเที่ยวบินที่จองโดยนักท่องเที่ยวจากสเปนและอิตาลีเพิ่มขึ้นถึง 8 เท่า และ 4 เท่าตามลำดับ

นโยบายวีซ่าที่เอื้อประโยชน์ของจีน ได้กระตุ้นให้เกิดการเติบโตดังกล่าว ปัจจุบัน จีนได้มอบสิทธิการเข้าเมืองโดยไม่ต้องขอวีซ่าให้แก่พลเมือง จาก 76 ประเทศ ขณะที่พลเมือง จาก 55 ประเทศ สามารถใช้สิทธิตามนโยบายการผ่านโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้นาน ถึง 240 ชั่วโมง ที่จุดตรวจคนเข้าเมืองรวม 65 แห่ง ทั่วประเทศ

ในช่วงวันหยุดปี 2026 ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าสู่จีนภายใต้นโยบายฟรีซ่า จำนวน 292,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.8 เมื่อเทียบปีต่อปี

ทั้งนี้ นับแต่มีการเริ่มใช้นโยบายฟรีวีซ่าสำหรับเดินทางผ่านแดน 240 ชั่วโมง เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2024 เป็นต้นมา จีนมีจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

บรรดาไกด์นำเที่ยวต่างเร่งปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการการสัมผัสประสบการณ์ที่มีความหมายของเหล่านักท่องเที่ยว ไกด์นำเที่ยวผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งระบุว่า ในปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับการ ‘ทำความเข้าใจ’ วิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากกว่าเพียง ‘เที่ยวชม’ สถานที่สำคัญต่างๆ ตัวอย่างเช่น ครอบครัวชาวอเมริกันครอบครัวหนึ่งเลือกเยี่ยมชมหมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์จ้วง เพื่อชมการทอผ้าแบบดั้งเดิม แทนการไปเยือนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่นๆ ที่มีชื่อเสียง

การบูรณาการทางเทคโนโลยีได้กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดเชิงสร้างสรรค์ให้กับการท่องเที่ยวของจีน โดยระบบแปลภาษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในมินิโปรแกรมของวีแชต การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) ในพิพิธภัณฑ์เหลียงจู ตลอดจนการใช้ปัญญาประดิษฐ์บรรยายข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษแบบเรียลไทม์ที่พิพิธภัณฑ์อุปรากรกวางตุ้ง ได้ช่วยให้การเดินทางของชาวต่างชาติมีความสะดวกสบายและน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น

โครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านชายแดนก็ได้รับการยกระดับให้มีความทันสมัย โดยที่เมืองโม่เหอได้มีการนำระบบระบุตัวตนอัจฉริยะ อาทิ เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scanners) และอุปกรณ์คลื่นมิลลิเมตรมาใช้งาน ซึ่งช่วยให้พลเมืองชาวรัสเซีย สามารถผ่านพิธีการศุลกากรได้ภายในเวลา เพียง 7 วินาที เท่านั้น การนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนในลักษณะนี้ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ประเทศจีนในฐานะจุดหมายปลายทางที่ “เจ๋ง” ในสายตาชาวโลก

ระบบการชำระเงิน ได้รับการยกระดับอย่างเป็นระบบ โดยในปัจจุบัน ย่านการค้าสำคัญและแหล่งท่องเที่ยวหลักทั่วจีน มากกว่า ร้อยละ 95 รองรับวิธีการชำระเงินสากลที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย อาทิ วีซ่า (Visa) และมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) ซึ่งช่วยลดอุปสรรคสำคัญในการใช้จ่ายของชาวต่างชาติได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้เชี่ยวชาญ ต่างมอง ว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 ถือเป็น ‘สัญญาณเชิงบวก’ อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้กลยุทธ์ที่ละเอียด และจำเพาะเจาะจง มากขึ้น โดยการที่เมืองนอกกระแสเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นนั้น ถือเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่สร้างความแตกต่าง เพื่อนำเสนอเสน่ห์ทางวัฒนธรรมและระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่

เพื่อขานรับต่อคาดหวังที่เปลี่ยนแปลงไป อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำเป็นต้องก้าวข้ามรูปแบบการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ ที่เร่งรีบ โดยกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่มีความหลากหลายทางประชากรต่างมีความชื่นชอบที่แตกต่างกันชัดเจน อาทิ นักท่องเที่ยวจากยุโรป และอเมริกาเหนือ มักนิยมการเดินทางที่เน้นความละเมียดละไม และดื่มด่ำวัฒนธรรมเชิงลึก ในขณะที่นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะให้ความสำคัญกับความคล่องตัวและแผนการเดินทางที่มีประสิทธิภาพเป็นหลัก

แม้จะมีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด แต่พื้นที่ชนบทหลายแห่งยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ อาทิ การขาดแคลนไกด์นำเที่ยวที่สามารถสื่อสารได้หลายภาษา และข้อจำกัดของตัวเลือกการชำระเงินข้ามพรมแดน ทั้งนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า นโยบายในอนาคตควรให้ความสำคัญกับการยกระดับการสื่อสารด้วยระบบดิจิทัล และการทำให้มาตรฐานการบริการมีความเป็นสากล เพื่อปลดล็อกศักยภาพของการท่องเที่ยวขาเข้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/552785_20260113 , https://en.imsilkroad.com/p/349138.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติกำลังบันทึกภาพลิงแสม ท่ามกลางบรรยากาศหลังหิมะโปรยปฏิกิริยา ณ จุดชมวิวหวงสือไจ้ ภายในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย เมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน วันที่ 2 ม.ค. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ :  ศุกร์ 16 มกราคม 2569  11:36:59 เข้าชม : 1587994 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

“กระทรวงอุตฯ” เดินหน้า หนุน ซอฟต์พาวเวอร์ไทย กลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟ มืออาชีพ ปลุก ตลาดอาหารสร้างสรรค์ – พรีเมียม มั่นใจ ปี 69 อุตฯ อาหาร ยังโตฉลุย !!

ดัน หลักสูตร Master Thai Chef Program ช่วยปั๊มเม็ดเงิน … …