Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่ (สำรวจครั้งที่ 2) และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่ (สำรวจครั้งที่ 2) และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ”

18 second read
0
0
96

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69…ใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่ (สำรวจครั้งที่ 2) และทิศทางการลงประชามติรัฐธรรมนูญ” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญ ในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที ่ออกแบบมาเพื ่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูล จาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญ สำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่ เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทย อย่างแท้จริง

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 06 ที่ ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 16 – 19 ม.ค. 2569 จาก ประชาชนที ่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง

โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. กลุ่มยังไม่เห็นคนที่ใช่ลดลง คะแนนผู้นำยังแกว่งและกระจาย โค้งสุดท้ายยังพลิกได้

• ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม : 26.2% → 23.4% ยังสูงสุด
• นายอนุทิน ชาญวีรกูล : 16.9% → 18.9% | นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ : 18.8% → 15.2%
• ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ : 10.9% → 12.1% | นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ : 10.2% → 8.8%
• กลุ่มที่ขยับขึ้นน่าสนใจ : ร.อ.ธรรมนัส 1.9% → 4.6%, นายพีระพันธุ์ 1.3% → 3.4%,
คุณหญิงสุดารัตน์ 2.6% → 3.2% บุคคลอื่น 4.7% → 5.3%
• เสียงในหัวอย่างแรกของการไปกาบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ (สำรวจโดย) พบว่า กาเพราะอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ สูงสุด (52.6 %) รองลงมา คือ ชอบนโยบายพรรค
(30.2%) ชอบตัวบุคคล (8.6%) ยังไม่แน่ใจ (6.2%) และ ไม่อยากให้ฝั่งเดิมชนะ (2.4%)
➡ โค้งสุดท้ายยังเปิดกว้างในการช่วงชิงความเชื่อมั่น แต่เริ่มเห็นการขยับจากความไม่แน่ใจไปสู่การเลือกมากขึ้น คะแนนของผู้ถูกมองว่า แก้ปัญหาได้จริงมีการสลับขึ้นลงชัดเจน สะท้อน ว่า พรรคการเมืองยังพลิกเกมได้จาก “ความน่าเชื่อถือ” และ “การสื่อสารที่จับต้องได้” ผลการสำรวจจากไลน์ สะท้อน ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ขับเคลื่อนด้วย “ความหวังต่อความเปลี่ยนแปลง” เป็นหลัก

2. ภาพรวมประชามติเห็นชอบ “นำ” เกินครึ่ง แต่ยังมีคนลังเลสูง ส่วนตามเจน พบความต่างตามวัย คนรุ่นใหม่ เห็นชอบมากกว่า ขณะที่คนสูงอายุไม่เห็นชอบมากขึ้น

• ภาพรวมแนวโน้มการลงคะแนนประชามติ เห็นชอบ (53%) รองลงมา คือ ไม่เห็นชอบ (23.4%)
ไม่มีความเห็น 23.6%
• Gen Z : เห็นชอบ 58.8% | ไม่เห็นชอบ 15.5% | ไม่มีความเห็น 25.7%
KPI Poll#06 | 2
• Gen Y : เห็นชอบ 56.7% | ไม่เห็นชอบ 21.5% | ไม่มีความเห็น 21.8%
• Gen X : เห็นชอบ 52.8% | ไม่เห็นชอบ 22.3% | ไม่มีความเห็น 24.9%
• Baby Boomer: เห็นชอบ 46% | ไม่เห็นชอบ 31% | ไม่มีความเห็น 23%
➡ ยิ่งอายุน้อยยิ่ง “พร้อมเดินหน้า” กับการเปลี่ยนแปลงผ่านประชามติ ส่วนกลุ่มอายุสูงขึ้นมีสัดส่วนไม่
เห็นชอบเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจสะท้อนถึง ความกังวลเรื่องความเสี่ยง ความไม่แน่นอน และความไม่เข้าใจรายละเอียด โจทย์สำคัญ คือ การสื่อสารที่ “ทำให้เข้าใจ-ลดความกังวล-ไม่ชี้นำ”

3. คนอยากแก้ “กติกาและผู้คุมกติกา” โดยเฉพาะ สว. และองค์กรอิสระ มากที่สุด

• ประเด็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่คะแนนเฉลี่ยสูงสุด (เต็ม 5 คะแนน) คือ ระบบการเลือก สว.
(3.74 คะแนน) กลไกการถอดถอนฝ่ายการเมือง และองค์กรอิสระ (3.69 คะแนน) และ ที่มาและ
การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ (3.68 คะแนน)
➡ สะท้อน ว่า ประชาชนรู้สึกถึงปัญหาความโปร่งใส หรือมาตรฐานการตรวจสอบในปัจจุบัน และความคาดหวังต่อการทำให้ระบบการเมืองตรวจสอบ ได้มากขึ้น และลดข้อกังขาเรื่องความชอบธรรม

4. คนรู้เรื่องประชามติจากสื่อมากกว่า “กกต.”

• สื่อมวลชน/องค์กรเอกชน 35% (สูงสุด) | รัฐบาล/หน่วยงานราชการ 15.8% | หน่วยงานท้องถิ่น
15.8% | พรรคการเมือง 14.6% | กกต. 13.7% | สถาบันการศึกษา 5.1%
➡ สื่อเข้าถึงประชาชนมากกว่าหน่วยงานหลัก พรรคการเมือง และ กกต. มีบทบาทในการช่วยรณรงค์น้อยมากในสายตาประชาชน สะท้อนช่องว่างการสื่อสาร

บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 06

ผลสำรวจ ครั้งนี้ ชี้ ว่า “สนามผู้นำยังเปิด” คะแนนผู้นำ ยังแกว่งและกระจาย ขณะเดียวกันแรงขับของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มุ่งไปที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ด้านประชามติรัฐธรรมนูญ ภาพรวมไปในทางเห็นชอบ แต่ยังมีกลุ่ม “ไม่มีความเห็น” สูง และพบความต่างตามวัย อีกทั้งประเด็นที่ประชาชนอยากแก้เด่นชัด คือ ระบบเลือก สว. และ องค์กรอิสระ ส่วนการรับรู้เรื่องประชามติของประชาชนมาจาก สื่อ/เอกชน มากที่สุด และมากกว่า จาก กกต. ประเด็นสำคัญ คือ

 เมื่อคนไปเลือก เพราะ “อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง” พรรคการเมือง ต้องตอบให้ชัด ว่า ทำอะไร-เมื่อไร-เห็นผลแค่ไหน-ใครรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ “สโลแกน” ขายฝัน
 กกต. ต้องยึดพื้นที่ข้อมูลคืนด้วยมาตรฐานเดียว เปลี่ยนบทบาท จาก “ประชาสัมพันธ์” เป็น “ศูนย์ข้อมูลกลาง” ที่สื่อหยิบไปใช้ได้ทันที (FAQ ภาษาง่าย/อินโฟ/คลิปสั้น/ตรวจข่าวลวง)
 ปัญหาการลงประชามติไม่ใช่คนเห็นด้วยหรือไม่ แต่คน “ยังไม่มั่นใจ” สูง ต้องสื่อสารต่างวัย แบบอธิบายให้เข้าใจ เน้นผลต่อชีวิตจริง ลดความกังวล ไม่ใช่ชี้นำ หรือ “รณรงค์ให้เชื่อ”

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 30 มกราคม 2569 10:26:59 เข้าชม : 1569332 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

เติมเต็มความรัก กับคาราวานซีฟู้ดสดใหม่ ในค่ำ วันแห่งความรัก ณ ห้องอาหารเวนติซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องอาหารเวนติซี ชั้น … …