Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ทัศนะของประชาชน ต่อสงครามในตะวันออกกลาง และมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ทัศนะของประชาชน ต่อสงครามในตะวันออกกลาง และมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล”

29 second read
0
0
43

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ทัศนะของประชาชนต่อสงครามในตะวันออกกลาง และมาตรการด้านพลังงานของรัฐบาล” โดย รศ.ศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมา เพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลางเป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ และความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูล จาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญ สำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 13 ที่ ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 13 – 16 มี.ค. 2569 จากประชาชนที ่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง

โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ภายใต้สถานการณ์สงคราม หากราคาพลังงานปรับสูงขึ้น ท่าน คิดว่า รัฐบาลควรดำเนินมาตรการใดเป็นอันดับแรก (สำรวจโดย)

• สองอันดับแรกใกล้เคียงกัน- 29.7 % ต้องการให้ตรึงราคาชั่วคราว และ 28.2% ต้องการให้ปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว
• รองลงมา 23.4% ใช้มาตรการภาษี หรือกองทุนน้ำมัน เพื่อลดภาระด้านราคา 15.0 % ช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง และ 3.7% ไม่แน่ใจ
➡ สะท้อนความเข้าใจทางเศรษฐศาสตร์ของประชาชน ที่แบ่งเป็นสองด้าน อย่างชัดเจน ด้านหนึ่งต้องการการเยียวยาผลกระทบระยะสั้นทันที เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง อาจมองถึงบทเรียนจากอดีต ว่า การอุดหนุนราคาแบบหว่านแหจะสร้างภาระทางการคลัง ระยะยาว

2. คนไทย เกือบ 70% กังวลผลกระทบของสงคราม ส่วนความพอใจต่อการสื่อสารของรัฐบาลสอบ ผ่านแบบฉิวเฉียด

• ผลกระทบ สงครามตะวันออกกลางต่อไทย – 69.8% ระบุ ว่า “ค่อนข้างกังวล-กังวลมากที่สุด” รองลงมา 21.2% “ไม่ค่อยกังวล-ไม่กังวลเลย” และ 9.0% ไม่แน่ใจ
• การสื่อสารของรัฐบาลเกี่ยวกับสถานการณ์ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น-50.4% ระบุ ว่า “ค่อนข้างพอใจ-พอใจมากที่สุด” รองลงมา 35.9% “ไม่ค่อยพอใจ-ไม่พอใจเลย” และ 13.7% ไม่แน่ใจ
➡ คนไทย ไม่ได้มองว่า ความขัดแย้งในภูมิภาคอื่น เป็นเพียงความรู้สึกต่อข่าวต่างประเทศ แต่เป็นความกังวลเชิงปากท้อง และผลกระทบในชีวิตประจำวัน โดยตรง ตัวเลขความกังวลที่สูง นี้ ยังสะท้อนถึง “ความเปราะบางทางการเงิน” ของครัวเรือนไทยด้วย ในขณะที่ความพอใจต่อการสื่อสารของรัฐบาล นั้น สอบ KPI Poll#13 | 2 ผ่านแบบคาบเส้น แต่ตัวเลขผู้ไม่พอใจที่สูง ถึง 1 ใน 3 ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า การสื่อสารในภาวะวิกฤตของรัฐบาล ยังขาดความชัดเจน หรือความรวดเร็ว การสื่อสารภาครัฐในระยะนี้ ต้องเป็นการสื่อสารที่สร้างความมั่นใจเชิงนโยบาย มากกว่าการออกมาตรการรายวัน เพื่อลดความตื่นตระหนก

3. วิกฤตคนเมือง “กทม.” เกือบ 3 ใน 4 ต้องการให้รัฐ “ตรึงราคาน้ำมัน” สูงสุด ทิ้งห่างทุกภูมิภาค

• 74.1% กรุงเทพมหานคร ต้องการให้รัฐบาล “ตรึงราคาน้ำมัน หรือพลังงานชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบประชาชน” สูงสุด
• รองลงมา คือ 57.0% ภาคตะวันออก, 55.3% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 52.0% ภาคใต้, 43.5% ภาคกลาง และ 40.7% ภาคเหนือ
➡ สะท้อน ว่า คนเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ ที่มีค่าครองชีพสูง และพึ่งพาการเดินทาง/การใช้พลังงานในชีวิตประจำวันมาก มีความอ่อนไหวต่อการเปลื่ยนแปลงด้านราคาพลังงาน มากเป็นพิเศษ ขณะที่บางภูมิภาคมีสัดส่วนต่ำกว่า อาจสะท้อนทั้งโครงสร้างค่าครองชีพ และรูปแบบการใช้พลังงานที่ต่างกัน เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อผู้กำหนดนโยบาย ว่า หากปล่อยให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ตามกลไกตลาด โดยไม่มีมาตรการรองรับระยะสั้น พื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ จะได้รับผลกระทบทันที่และรุนแรง จนอาจนำไปสู่ความไม่พอใจในภาพรวมได้

4. “ปากท้อง” ไร้ช่องว่างระหว่างวัย ทุก Gen ต้องการให้รัฐ “ตรึงราคาน้ำมัน” เป็นอันดับหนึ่ง

• ทุก Gen ให้น้ำหนักกับมาตรการ “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราว” เป็นอันดับ 1 โดย Gen X สูงสุด
(54.1%) รองลงมา คือ Gen Z (52.8%), Baby Boomer (52.0%) และ Gen Y (48.2%)
• อันดับสอง แต่ละ Gen มีความแตกต่างกัน- Gen Y ต้องการให้ใช้มาตรการภาษีหรือกองทุนน้ำมันเพื่อลดภาระด้านราคา, Gen X ต้องการให้ช่วยเหลือเฉพาะกลุ ่มที ่ได้รับผลกระทบสูง ในขณะที่ Gen Z และ Baby Boomer ไม่แน่ใจ
➡ ผลกระทบเฉพาะหน้าเรื่องพลังงานเป็นสิ ่งที่ทุกวัยสัมผัสได้เหมือนๆ กัน แต่วัยทำงาน (Gen Y และ Gen X) ซึ ่งเป็นกลุ ่มคนที ่เสียภาษีหลักของประเทศ เริ ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้เครื่องมือทางการคลัง มากกว่าแค่การอุดหนุนราคาเพียงอย่างเดียว บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 13

ผลการสำรวจครั้งนี้ ประชาชน กำลังส่งสัญญาณ 3 เรื่อง พร้อมกัน คือ 1) กังวลผลกระทบจากสงครามต่างประเทศ ในมิติค่าครองชีพอย่างชัดเจน 2) แม้จะมีความพึงพอใจต่อการสื่อสารของรัฐบาลอยู่บ้าง แต่ก็ต้องการการสื่อสารที่ชัด และทำให้เห็นแผนรับมือจริง และ 3) คาดหวังให้รัฐบาลมีมาตรการบรรเทาผลกระทบด้านพลังงาน อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังมีคนจำนวนมาก ที่อยากเห็นการแก้ปัญหา เชิงโครงสร้างควบคู่กันไป ดังนั้น หากรัฐบาลจะรักษาความเชื่อมั่นของประชาชน ในช่วงวิกฤตนี้ นโยบายที่เหมาะสมอาจไม่ใช่การเลือกเพียงทางใดทางหนึ่ง แต่ คือ การทำให้ประชาชน เห็นว่า รัฐบาล สามารถ “จัดการผลกระทบในวันนี้ ได้จริง” และ “คิดไกล ถึง วันข้างหน้า” ไปพร้อมกัน

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 20 มีนาคม 2569 10:48:59 เข้าชม : 1896833 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

ไทยเบฟ รับ รางวัล WaterTech & Sanitation Innovation Award

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย สถาบันสารสน … …