ชิงเต่า, 10 เม.ย. (ซินหัว) — ณ โรงปฏิบัติงานขนาดใหญ่ในเมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน เหล่าหุ่นยนต์ผู้ช่วยกำลังทำการฝึกฝนอย่างเข้มงวด ทั้งการพับเสื้อไหมพรม ถือจานอาหาร และเปิดประตู ฯลฯ
ศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุชิงเต่าที่มีพื้นที่ 9,600 ตารางเมตรแห่งนี้ มุ่งเป้า พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อดูแลผู้สูงอายุ ที่มีจำนวน กว่า 320 ล้านคนทั่วจีน ขณะที่กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกส่วนใหญ่ มุ่งเน้นงานสำนักงาน แต่บรรดาสตาร์ตอัปจีน ต่างกำลังตั้งเป้าหมาย ด้านการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นความต้องการที่เร่งด่วนในปัจจุบัน
เหล่าครูฝึกมนุษย์ กำลังถ่ายทอดทักษะการเคลื่อนไหว พื้นฐาน เช่น การหยิบจับวัตถุ และการทรงตัวให้แก่หุ่นยนต์ โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกเป็นชุดข้อมูลสำหรับการใช้งานจริงในครัวเรือน ในอนาคต ปัจจุบันมีบริษัท กว่า 45 แห่ง รวมถึงไฮเออร์ (Haier) และเอจิบอต (Agibot) ที่ได้นำผลิตภัณฑ์กว่า 200 รายการมาทดสอบที่ศูนย์แห่งนี้ เพื่อฝึกทักษะ ตั้งแต่การส่งยาไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม
ผลการทดสอบเบื้องต้น สะท้อนถึงอุปสรรคในการใช้งานจริง เช่น เตียงพยาบาลอัจฉริยะ ที่ยังไม่สามารถสื่อสาผู้พักอาศัยที่ใช้ภาษาถิ่นได้ นักเทคนิคจึงเร่งแก้ปัญหาด้วยการร่วมมือกับบริษัทพัฒนาโมเดลภาษา เพื่อยกระดับระบบการตีความของหุ่นยนต์ใหม่ทั้งหมด นับเป็นวงจรการพัฒนาร่วมที่หาได้ยาก ผลตอบรับจากการใช้งานจริงเช่นนี้ ช่วยขับเคลื่อนการอัปเดตเทคโนโลยีจากผู้ผลิตโดยตรง
หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ จำเป็นต้องรับมือกับพฤติกรรมของมนุษย์ ที่ไม่อาจคาดเดาได้ และความเปราะบางทางอารมณ์ ซึ่งแตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดในโรงงาน โดยในกรุงปักกิ่งของจีน “สถานีหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุอัจฉริยะ” ได้เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีปฏิสัมพันธ์กับหุ่นยนต์นวด เครื่องเล่นหมากรุก และหุ่นยนต์ชงชาอัตโนมัติ สถานที่แห่งนี้ ทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการ เพื่อทดสอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง ก่อนที่จะนำไปปรับใช้เป็นโมเดลต้นแบบในระดับประเทศต่อไป
สถานีแห่งนี้ ในกรุงปักกิ่ง ยังประกอบด้วยห้องพักตัวอย่าง ที่ใช้ระบบสมาร์ตโฮม และพื้นที่สันทนาการกลางแจ้งพร้อมสนามติดตั้งสิ่งกีดขวาง สำหรับหุ่นยนต์สุนัข การบูรณาการระหว่างการดูแลขั้นพื้นฐาน เข้ากับความช่วยเหลือ จากหุ่นยนต์เช่นนี้ ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมข้อเสนอแนะ จากผู้สูงอายุ เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้ผลิต ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการล่าสุดของกระทรวงกิจการพลเรือน ที่สนับสนุนให้มีการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ และเทคโนโลยีเพื่อการชะลอวัยมาปรับใช้อย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกต ว่า หุ่นยนต์ ยังคงมีข้อจำกัดในการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน และภาษาถิ่น ที่หลากหลาย ประกอบกับต้นทุนที่สูงทำให้ราคาของหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ ยังคงแพงกว่าการจ้างงานมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ สถานสงเคราะห์คนชราจะยังคงเป็นพื้นที่ทดสอบหลักในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า จนกว่าเทคโนโลยีจะมีความเสถียรและพร้อมใช้งานในวงกว้างมากกว่านี้

เป้าหมายของอุตสาหกรรมนี้ชัดเจนว่า หากหุ่นยนต์ก้าวข้ามข้อจำกัด ด้านการใช้งานจริง และกำแพงภาษาได้สำเร็จ ย่อมหมายถึงการครองส่วนแบ่ง ในตลาดมหาศาล และเมื่อต้นทุนลดต่ำลงสวนทาง กับสมรรถนะที่สูงขึ้น “ผู้ช่วยเฉพาะทาง” เหล่านี้จะเปลี่ยนผ่านจากภาคธุรกิจ สู่การเป็นเพื่อนคู่คิดที่ไว้วางใจได้ในทุกครัวเรือน
(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/567767_20260412 , https://en.imsilkroad.com/p/350081.html)
ภาพประกอบข่าว
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้ฝึกสอน ขณะฝึกหุ่นยนต์ในศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุชิงเต่า เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ทางตะวันออกของจีน วันที่ 18 มี.ค. 2026)
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเข้าเยี่ยมชม ศูนย์ฝึกอบรมหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุชิงเต่า ในเมืองชิงเต่า มณฑลชานตง ทางตะวันออกของจีน วันที่ 18 มี.ค. 2026)
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : อาทิตย์ 12 เมษายน 2569 15:43:59 เข้าชม : 1679883 ครั้ง



















