Home ข่าวเด่น ทันใจ EV จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีวิตประจำวัน’ ชาวอินโดนีเซีย

EV จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีวิตประจำวัน’ ชาวอินโดนีเซีย

20 second read
0
0
120

จาการ์ตา, 5 มิ.ย. (ซินหัว) — บนท้องถนนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนกำลังกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ชินตามากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการขับขี่สัญจรท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซีย (GAIKINDO) ระบุ ว่า ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ในอินโดนีเซียพุ่งแตะ 33,150 คัน ในไตรมาสแรกของปี 2026 เติบโตขึ้นร้อยละ 95.9 เมื่อเทียบปีต่อปี และในปัจจุบัน แบรนด์รถยนต์จากจีนครองส่วนแบ่งเกือบเกือบร้อยละ 90 ของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับผู้ซื้อชาวอินโดนีเซียจำนวนมาก แรงจูงใจหลักมาจากความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

อากุส ริยันโต (Agus Riyanto) วัยอายุ 57 ปี ในเมืองโบโกร์ จังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย เพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์สันดาปของครอบครัวมาเป็นยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน เขากล่าวว่า ราคาน้ำมันอาจจะยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นในตอนนี้ แต่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจนไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อย่างน้อยที่สุดค่าไฟฟ้าก็ยังมีความเสถียรมากกว่า

เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียจำนวนมากจึงเริ่มพิจารณาต้นทุนระยะยาวในการเป็นเจ้าของรถยนต์สันดาป แม้ว่าจนถึงขณะนี้อินโดนีเซียจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงหลัก แต่การคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ราคาอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณายานยนต์ไฟฟ้า

เดลลา เฮอร์นิตา (Della Hernita) ซึ่งทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจาการ์ตา และสามีของเธอเพิ่งสั่งจองรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นบีวายดี ซีไลออน 7 (BYD Sealion 7) เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนในการเดินทางประจำวัน -แถมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษายังถูกกว่ามากในระยะยาว บวกกับต้องการเลือกวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นโยบายการขนส่งในเขตเมืองเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ในจาการ์ตา การจำกัดการใช้ป้ายทะเบียนรถแบบเลขคู่-เลขคี่บนถนนบางสายถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดมานานแล้ว ทว่ายานยนต์ไฟฟ้ากลับได้รับยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว

สำหรับซาตรีโย (Satriyo) ที่ต้องเดินทางไป-กลับทุกวันระหว่างจาการ์ตากับโบโกร์ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนอย่าง อู่หลิง แอร์ อีวี (Wuling Air EV) การได้รับการยกเว้นนี้ช่วยให้เขาประหยัดได้ทั้งเงินและเวลา

นอกจากนี้ ทัศนคติที่มีต่อแบรนด์จีนก็กำลังเปลี่ยนไป ซาตรีโยกล่าวว่า ในอดีตหลายคนมักคิดว่า รถยนต์จีนมีดีแค่ราคาถูก แต่ตอนนี้ผู้คนต่างตระหนักแล้วว่า เทคโนโลยีของจีนก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแบตเตอรี่และระบบอัจฉริยะต่างๆ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จทั่วประเทศอีกด้วย

จำนวนสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ในอินโดนีเซียเติบโตขึ้น จาก 1,081 แห่ง ในปี 2023 เป็น 3,233 แห่ง ในปี 2024 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 299 เมื่อเทียบปีต่อปี และในปี 2025 บริษัทพีที พีแอลเอ็น (PT PLN) วิสาหกิจด้านพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้เปิดสถานีชาร์จเพิ่มอีก 4,655 แห่ง ครอบคลุม 3,007 พื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ไปจนถึงวัยเกษียณ

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/576951_20260605 , https://en.imsilkroad.com/p/350832.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนบนท้องถนนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย วันที่ 2 มิ.ย. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 5 มิถุนายน 2569 18:32:59 เข้าชม : 1687559 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

รื่อจ้าว ชู ‘แข่งกีฬา’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

รื่อจ้าว, 5 มิ.ย. (ซินหัว) — กีฬาได้กลายเป็นปัจจั … …