Home ข่าวเด่น ทันใจ EV จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีวิตประจำวัน’ ชาวอินโดนีเซีย

EV จีน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ชีวิตประจำวัน’ ชาวอินโดนีเซีย

20 second read
0
0
238

จาการ์ตา, 5 มิ.ย. (ซินหัว) — บนท้องถนนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนกำลังกลายเป็นภาพที่พบเห็นได้ชินตามากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการขับขี่สัญจรท่ามกลางการจราจรที่หนาแน่นในจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์อินโดนีเซีย (GAIKINDO) ระบุ ว่า ยอดขายยานยนต์ไฟฟ้าประเภทแบตเตอรี่ (BEV) ในอินโดนีเซียพุ่งแตะ 33,150 คัน ในไตรมาสแรกของปี 2026 เติบโตขึ้นร้อยละ 95.9 เมื่อเทียบปีต่อปี และในปัจจุบัน แบรนด์รถยนต์จากจีนครองส่วนแบ่งเกือบเกือบร้อยละ 90 ของตลาดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับผู้ซื้อชาวอินโดนีเซียจำนวนมาก แรงจูงใจหลักมาจากความกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

อากุส ริยันโต (Agus Riyanto) วัยอายุ 57 ปี ในเมืองโบโกร์ จังหวัดชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย เพิ่งตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์สันดาปของครอบครัวมาเป็นยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน เขากล่าวว่า ราคาน้ำมันอาจจะยังไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นในตอนนี้ แต่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจนไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป อย่างน้อยที่สุดค่าไฟฟ้าก็ยังมีความเสถียรมากกว่า

เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก ผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียจำนวนมากจึงเริ่มพิจารณาต้นทุนระยะยาวในการเป็นเจ้าของรถยนต์สันดาป แม้ว่าจนถึงขณะนี้อินโดนีเซียจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงหลัก แต่การคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ราคาอาจมีการปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ก็กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณายานยนต์ไฟฟ้า

เดลลา เฮอร์นิตา (Della Hernita) ซึ่งทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจาการ์ตา และสามีของเธอเพิ่งสั่งจองรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นบีวายดี ซีไลออน 7 (BYD Sealion 7) เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ารถยนต์ไฟฟ้าช่วยลดต้นทุนในการเดินทางประจำวัน -แถมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษายังถูกกว่ามากในระยะยาว บวกกับต้องการเลือกวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

นโยบายการขนส่งในเขตเมืองเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ในจาการ์ตา การจำกัดการใช้ป้ายทะเบียนรถแบบเลขคู่-เลขคี่บนถนนบางสายถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดมานานแล้ว ทว่ายานยนต์ไฟฟ้ากลับได้รับยกเว้นจากมาตรการดังกล่าว

สำหรับซาตรีโย (Satriyo) ที่ต้องเดินทางไป-กลับทุกวันระหว่างจาการ์ตากับโบโกร์ด้วยยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนอย่าง อู่หลิง แอร์ อีวี (Wuling Air EV) การได้รับการยกเว้นนี้ช่วยให้เขาประหยัดได้ทั้งเงินและเวลา

นอกจากนี้ ทัศนคติที่มีต่อแบรนด์จีนก็กำลังเปลี่ยนไป ซาตรีโยกล่าวว่า ในอดีตหลายคนมักคิดว่า รถยนต์จีนมีดีแค่ราคาถูก แต่ตอนนี้ผู้คนต่างตระหนักแล้วว่า เทคโนโลยีของจีนก้าวหน้ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแบตเตอรี่และระบบอัจฉริยะต่างๆ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จทั่วประเทศอีกด้วย

จำนวนสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ในอินโดนีเซียเติบโตขึ้น จาก 1,081 แห่ง ในปี 2023 เป็น 3,233 แห่ง ในปี 2024 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 299 เมื่อเทียบปีต่อปี และในปี 2025 บริษัทพีที พีแอลเอ็น (PT PLN) วิสาหกิจด้านพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้เปิดสถานีชาร์จเพิ่มอีก 4,655 แห่ง ครอบคลุม 3,007 พื้นที่ทั่วประเทศ ส่งผลให้ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนกลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของครอบครัวชาวอินโดนีเซีย ตั้งแต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ไปจนถึงวัยเกษียณ

(ที่มา: https://www.xinhuathai.com/silkroad/576951_20260605 , https://en.imsilkroad.com/p/350832.html)

ภาพประกอบข่าว

(แฟ้มภาพซินหัว : ยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนบนท้องถนนในกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย วันที่ 2 มิ.ย. 2026)

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 5 มิถุนายน 2569 18:32:59 เข้าชม : 1687559 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ทันใจ
Comments are closed.

Check Also

น้องเนเน่ (แพรว) คือ อนาคตของซุปเปอร์สตาร์ (หญิง) ร็อค อย่างแน่นอน !!!!

การทำนายนี้ ไม่ใช่เพียงคำพูดเปล่าๆ “จากคำทำนายในว … …