Home ที่ปรึกษากฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์ มาห์เล ดำเนิน กลยุทธ์ ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง มุ่ง บรรลุเป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอน

มาห์เล ดำเนิน กลยุทธ์ ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง มุ่ง บรรลุเป้าหมาย ลดการปล่อยคาร์บอน

20 second read
0
0
210

• มาห์เล เผยแพร่ รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของบริษัท
• มาห์เล บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2 ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ส่งผลให้เป้าหมายปี 2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
• มาห์เล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน ที่มีความรับผิดชอบทางจริยธรรม และมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
• มาห์เล เดินหน้า พัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุหมุนเวียน โดยมี การนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น
• อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีความรับผิดชอบถือเป็นหัวใจสำคัญ ภายใต้กลยุทธ์องค์กรของมาห์เล (MAHLE) และแนวปฏิบัติดังกล่าว ได้รับการเน้นย้ำความสำคัญในรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของกลุ่มบริษัทเป็นครั้งแรก รายงานดังกล่าว ระบุ ว่า มาห์เลบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ในการลดการปล่อยคาร์บอน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง (Scope 1 และ 2) ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้วนับจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เป้าหมายปี 2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม นอกจากนี้ ในปีที่มีการรายงานนั้น มาห์เล ได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน ที่มีความรับผิดชอบทางจริยธรรมและมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น ทั้งยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน ส่งผลให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ที่ทำให้ต้องหยุดงานลดลงครึ่งหนึ่งนับ ตั้งแต่ ปี 2565 และอัตราการเกิดอุบัติเหตุของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

“การที่มาห์เลผนวกรายงานความยั่งยืนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทเป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืน มีความสำคัญต่อทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ในอนาคตของบริษัท” เกออร์ก ดีทซ์ (Georg Dietz) กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมาห์เล ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าว “มาห์เลกำลังดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงานในปี 2568”

ในปีที่ผ่านมา มาห์เลสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานลงได้ถึง 19% โดยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงานเพียง 1.7 ครั้ง ต่อชั่วโมงทำงาน 1 ล้านชั่วโมง ซึ่งแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวยังสะท้อนผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่องค์กรภายนอกมอบให้แก่สถานประกอบการของมาห์เล เพื่อยกย่องผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสุขภาพ และความปลอดภัยในการทำงานกลยุทธ์ที่หลากหลายในการลดคาร์บอน

“เราได้เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีความยั่งยืน และมีความรับผิดชอบทั่วทั้งบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ” คัทริน อาเพิล (Kathrin Apel) ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สุขภาพ ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมของมาห์เล กล่าว “แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การใช้พลังงานและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการผนวกรวมปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจในด้านการพัฒนา การจัดซื้อ และการผลิต”

ในปี 2568 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2 จากกระบวนการผลิตของบริษัทและการใช้พลังงาน ลดลงกว่า 47% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2562 ทำให้เหลืออีกไม่ถึงสองจุดเปอร์เซ็นต์ก็จะบรรลุเป้าหมายปี 2573 ซึ่งตั้งไว้ที่ 49% ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 3 จากห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีฐานเดียวกัน

มาห์เล ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่หลากหลาย บริษัทใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 17% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด ในปี 2568 ขณะที่โรงงานของมาห์เลในเยอรมนีบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวและการชดเชยการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ด้านโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองโมกีกัวซู ได้กลายเป็นโรงงานแห่งที่สี่ในบราซิลที่ทำข้อตกลงจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวในปี 2568 นอกจากนี้ โรงงานของมาห์เลหลายแห่งทั่วยุโรป อเมริกาใต้ อินเดีย จีน (กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง) รวมถึงในจังหวัดสมุทรปราการของไทย ล้วนใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ทันสมัย

ปัจจุบัน มาห์เลได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า และความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PVT) ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ณ โรงงานของบริษัทในเมืองไวฮิงเงิน/เอนซ์ ครอบคลุมพื้นที่ เกือบ 21,500 ตารางฟุต เพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน มาห์เลยังดำเนินการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีการติดตั้งจุดชาร์จ MAHLE chargeBIG มากกว่า 300 จุด ในลานจอดรถของพนักงานตามโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศเยอรมนี

สำหรับการขนส่งภายในบริษัทระหว่างคลังสินค้ากลางของมาห์เล ใกล้เมืองชตุทท์การ์ทกับโรงงานที่เมืองมูห์ลักเกอร์ และไวฮิงเงิน มีการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิล มาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ HVO 100 ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ได้มากกว่า 90% นอกจากนี้ มาห์เลได้พัฒนาวัสดุหลากหลายประเภทที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากร และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เช่น วัสดุที่ผ่านการรับรองจาก FSC (Forest Stewardship Council) ซึ่งนำมาใช้ในการผลิตไส้กรองอากาศ สำหรับห้องโดยสารรถยนต์
ห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบในระดับโลก

มาห์เล เข้าร่วม โครงการ Responsible Supply Chain Initiative (RSCI) ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัท ในการดำเนินการจัดซื้ออย่างโปร่งใส โดย บริษัทดำเนินการตรวจสอบ สถานประกอบการของซัพพลายเออร์ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพิจารณาสภาพการทำงาน และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการยกระดับความโปร่งใสของซัพพลายเออร์ เช่นนี้ ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามมาตรฐาน ที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณซัพพลายเออร์ของมาห์เล สามารถอ่านรายงานความยั่งยืน ประจำปี 2568 ได้ที่เว็บไซต์ของมาห์เล https://newsroom.mahle.com/press/en/publications/

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : พฤหัสบดี 23 เมษายน 2569 11:00:00 เข้าชม : 1689722 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ที่ปรึกษากฎหมาย โดย ทนาย สุนทร พยัคฆ์
Comments are closed.

Check Also

เมื่อการท่องเที่ยวเมืองเล็ก กลายเป็น เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของจีน

ช่วงวันหยุดยาววันแรงงาน 1-5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีชาวจีนเ … …