สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง กทม. 69 : ความสนใจของประชาชนต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ ความคาดหวังต่อ ส.ก. ชุดใหม่” โดย มุ่งเน้นความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง” การเมืองจากเสียงของประชาชน การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 21 ที ่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 8 – 11 พ.ค. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,600
ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. หากเป็นคน กทม. ท่านจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม. คนใหม่ หรือไม่ (สำรวจโดย • ผู้ตอบ 85.9% ระบุ ว่า หากเป็นคน กทม. จะไปอย่างแน่นอน) • รองลงมา คือ 9.2% น่าจะไป/ยังไม่แน่ใจ และ 4.9% น่าจะไม่ไป/ไม่ไปแน่นอน
➡ การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. เป็นสนามการเมืองท้องถิ่นที่ประชาชนให้ความสำคัญสูง เพราะผู้ว่าฯ กทม. มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการเดินทาง น้ำท่วม ฝุ่น ความปลอดภัย พื้นที่สาธารณะ และบริการของเมือง ไม่ว่า จะเป็นคนกรุงเทพหรือไม่ก็ตาม ความสนใจที่จะไปใช้สิทธิสูง อาจสะท้อนทั้ง “ความตื่นตัวทางการเมือง” และ “ความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง เชิงพื้นที่”
2. การติดตามข่าวเลือกตั้งยังแบ่งครึ่ง สะท้อนโจทย์การสื่อสารข้อมูลก่อนเข้าคูหา • 49.2% ติดตามข่าวสารการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. “ค่อนข้างมาก/มากที่สุด” ใกล้เคียงกันกับ 48.3% ที่ ระบุ ว่า ติดตาม “ค่อนข้างน้อย/น้อยที ่สุด” และ 2.5% ไม่ได้ติดตามเลย
➡ แม้กระแสส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ระดับการติดตามข่าวสารกลับแบ่งออกเป็นสองกลุ่มเกือบจะเท่า ๆ กัน สะท้อน ว่า “ความตั้งใจไปเลือกตั้ง” อาจยังไม่ได้หมายความว่า “มีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ”
3. ประชาชนต้องการ ส.ก. “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” ขึ้นแท่นอันดับหนึ่ง • 26.4% ต้องการ ส.ก. ที ่ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงสุด • รองลงมา 21.3% ต้องการคนที ่ “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้”, 19.3% ต้องการคนที่ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้”, 13.3% “เข้าถึงประชาชนง่าย”, 9.5% “กล้าตรวจสอบและสะท้อนปัญหา”, 6.5% “มีผลงาน/ประสบการณ์ในพื้นที่” โดยมีเพียง 3.4% ที ่ต้องการ ส.ก. “สังกัด พรรคการเมืองที่น่าเชื่อถือ” และ 0.3% ระบุ ว่า เป็นคุณลักษณะอื่น KPI Poll#21 | 2
➡ ประชาชนมองบทบาทของ ส.ก. ในฐานะ “ผู้แทนพื้นที่” มากกว่าการเป็นตัวแทนทางการเมืองของ
พรรค และประชาชนไม่ได้ต้องการเพียง ส.ก. ที ่ “ทำงานเป็น” แต่ต้องการคนที ่ “ทำงานอย่าง
น่าเชื่อถือ”
4. เขตชั้นนอกและชั้นกลางมองหา ส.ก. ที่รู้พื้นที่จริง เขตชั้นใน ต้องการคนที่ประสานงาน และแก้ปัญหาเมืองซับซ้อนได้ • เมื่อพิจารณาตามพื้นที่เขตชั้นของ กทม. พบว่า “เขตชั้นนอก” 30.7% ให้ความสำคัญกับ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงสุดที่สุด รองลงมา คือ 22.9% “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้” ส่วน “เขตชั้นกลาง” 29.3% ให้ความสำคัญกับ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” รองลงมา คือ 22.2% “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้” ขณะที่ “เขตชั้นใน” มีสัดส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกันระหว่าง “ประสานงานเก่ง แก้ปัญหาในพื้นที่ได้” (21.7%), “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” (21.1%) และ “ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้”
(20.3%)
➡ การที่เขตชั้นนอกและเขตชั้นกลางให้ความสำคัญกับการ “รู้ปัญหาในพื้นที่จริง” สูงกว่าเขตชั้นในอย่างชัดเจน อาจสะท้อนว่าพื้นที่รอบนอก และพื้นที่กึ่งเมืองยังมีปัญหาเชิงพื้นที่ที่ต้องการผู้แทนที่เข้าใจบริบทเฉพาะของชุมชน เช่น การเดินทาง การระบายน้ำ สาธารณูปโภค หรือการเข้าถึงบริการของเมืองส่วนเขตชั้นในให้ความสำคัญหลายมิติใกล้เคียงกัน สะท้อนลักษณะปัญหาที่ซับซ้อน ต้องอาศัย ส.ก. ที่ไม่เพียงแต่ลงพื้นที่ แต่ต้องจัดการกับหลายหน่วยงาน ประสานงานข้ามระบบ และทำงานภายใต้ความคาดหวังด้านความโปร่งใส
บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 21
สนามเลือกตั้ง กทม. ไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะในเชิงการเมือง แต่เป็นพื้นที่ที่ประชาชน ใช้ส่งสัญญาณถึงความต้องการผู้แทนที่เข้าใจปัญหาเมือง และแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ได้จริง ผลโพลครั้งนี้ สะท้อนความสนใจ และความตั้งใจไปใช้สิทธิที่สูง แสดงถึงความตื่นตัว และความคาดหวังต่อการเปลี่ยนแปลง แต่ระดับการติดตามข่าวสารที่ยังแบ่งครึ่งชี้ว่า ยังจำเป็นต้องเร่งสื่อสารข้อมูลผู้สมัคร นโยบาย และบทบาทของตำแหน่งต่าง ๆ ให้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะบทบาทของ ส.ก. ซึ่งประชาชนให้ความสำคัญกับความใกล้ชิดพื้นที่ ความสามารถในการประสานงาน และความโปร่งใส มากกว่าการสังกัดพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 22 พฤษภาคม 2569 08:00:00 เข้าชม : 1896855 ครั้ง



















