Home ข่าวเด่น ดิจิทัล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่น และความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ในการรับมือผลกระทบ จาก วิกฤตตะวันออกกลาง”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่น และความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ในการรับมือผลกระทบ จาก วิกฤตตะวันออกกลาง”

19 second read
0
0
231

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผย ผลสำรวจ เรื่อง “ความเชื่อมั่น และความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ในการรับมือผลกระทบ จาก วิกฤตตะวันออกกลาง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลางเป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 14 ที ่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่าง วันที่ 13 – 16 มี.ค. 2569 จาก ประชาชนที่มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมี บทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. ผลกระทบที่กังวลมากที่สุด จากสถานการณ์ความขัดแย้งสหรัฐ–อิหร่าน (สำรวจโดย)
• 78.9% กังวลผลกระทบราคาน้ำมัน/ค่าครองชีพที ่เพิ่มขึ้น (ขนส่ง–อาหาร–ค่าเดินทาง) สูงสุด
แบบทิ้งห่าง
• รองลงมา 9.3 % กังวลข้อมูลเท็จ–ข่าวลวง ที ่ทำให้สังคมตื่นตระหนก/แตกแยก, 5.8% ความ
เสี่ยงด้านพลังงาน/สินค้า นำเข้า–ส่งออก สะดุดจากเส้นทางเดินเรือ, 5.4% กังวลต่อความเสี่ยงก่อการร้าย/เหตุความไม่สงบที่ลุกลาม ในภูมิภาค และ 0.6% ความปลอดภัยคนไทยในต่างประเทศ/แรงงานไทยในตะวันออกกลาง
➡ สะท้อน ว่า ประชาชนกว่า 3 ใน 4 มีความกังวลเรื่องปากท้องมากกว่ามิติความมั่นคง/การทูตในความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน การที่ข่าวลวง–ข้อมูลเท็จ ขึ้นมาเป็นความกังวลลำดับรอง ยังสะท้อนว่าสังคมไทยไม่ได้ห่วงแค่ภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังกังวลต่อความสับสน ความตื่นตระหนก และความแตกแยกที่อาจเกิดจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนด้วย

2. ประชาชน “เสียงแตก” เกือบครึ่งเชื่อมั่นรัฐบาลใหม่รับวิกฤตตะวันออกกลางได้ แต่สูสีกับเสียงไม่มั่นใจ
• 46.2% “ค่อนข้างเชื่อมั่น- เชื่อมั่นมากที่สุด” ต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือผลกระทบจาก
สถานการณ์ความขัดแย้ง สหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ 40.4% “ไม่ค่อยเชื่อมั่น-ไม่เชื่อมั่นเลย และ 13.4%
“ไม่แน่ใจ”
➡ แม้ตัวเลขความเชื่อมั่นจะนำอยู่เล็กน้อย แต่สัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นก็ยังสูงจนมีนัยสำคัญ จึงยังไม่อาจตีความได้ว่ารัฐบาล “สอบผ่าน” ในสายตาประชาชนอย่างชัดเจน ยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการรับมือวิกฤตครั้งนี้ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม KPI Poll#14 | 2

3. “คนกรุง-Gen Z” ไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ผลกระทบสงครามนำ สวนทาง “คนใต้-วัยเก๋า”
• ภาคใต้ เชื่อมั่นสูงสุด (70.4%) รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (53.9%) และ ภาคเหนือ (36.8%) ในขณะที่ กรุงเทพมหานคร มีสัดส่วนผู้ไม่เชื่อมั่นสูงสุด (57.6%) รองลงมา คือ ภาคกลาง (56.0%) และ ภาคตะวันออก (51.7%) ตามลำดับ
• กลุ่ม Baby Boomer เชื่อมั่นสูงสุด (53.1%) รองลงมา คือ Gen X (47.6%) และ Gen Y
(47.1%) โดย Gen Z เป็นกลุ่มเดียวที่ส่วนใหญ่ “ไม่เชื่อมั่น” สูงสุด (49.0%)
➡ ความไม่เชื่อมั่นของ “คนเมือง คนรุ่นใหม่ และพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่” อาจสะท้อนทั้งความอ่อนไหวต่อค่าครองชีพ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เข้มข้น และความคาดหวังต่อประสิทธิภาพรัฐที่สูงกว่า รัฐบาลควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และการสื่อสารกับมาตรการที่จับต้องได้

4. คนไทย เกินครึ่งหนุนรัฐบาลใหม่ “วางตัวเป็นกลาง” โฟกัสอุ้มคนไทย-ผลประโยชน์ชาติ พร้อมเร่งดันมาตรการรับแรงกระแทกวิกฤตเศรษฐกิจ
• 52.5% เห็น ว่า รัฐบาลควรวางตัวเป็นกลาง โดยเน้นช่วยเหลือคนไทยและผลประโยชน์ชาติ สูงสุด
• รองลงมา 16.3% ควรให้ความสำคัญกับมาตรการเศรษฐกิจรับแรงกระแทกมากกว่าการแสดงท่าทีระหว่างประเทศ, 12.8% ควรประสานความร่วมมือด้านความมั่นคง–ข่าวกรองเพื่อป้องกันความเสี่ยงในประเทศ, 7.3% ควรเน้นการทูตเชิงรุก เรียกร้องหยุดยิงหรือเจรจาผ่านเวทีระหว่างประเทศ โดย 11.1% ไม่แน่ใจหรือไม่สามารถตอบได้
➡ ประชาชน ไม่ได้คาดหวังให้รัฐบาลไทยเลือกข้างหรือแสดงบทบาทเชิงสัญลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศมากเป็นอันดับแรก แต่ต้องการเห็น “ความเป็นกลางแบบมีภารกิจ” คือ เป็นกลางเพื่อปกป้องคนไทย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และลดผลกระทบที่จะย้อนกลับมาสู่ภายในประเทศ โดยเฉพาะ ในมิติค่าครองชีพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

บทสรุป จาก KPI Poll ครั้งที่ 14

ผลสำรวจครั้งนี้ มิได้สะท้อนเพียงความกังวลใจของประชาชน จาก สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ยังเป็น “บททดสอบความสามารถของรัฐบาลใหม่” ในการปกป้องปากท้อง และความมั่นคงในชีวิตประจำวันของประชาชนอีกด้วย แม้ระดับความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะยังนำอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มากพอที ่จะทำให้สังคมวางใจได้เต็มที่ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเร่งดำเนินการ 3 เรื่องควบคู่กัน คือ 1) ออกมาตรการลดแรงกระแทกด้านค่าครองชีพ อย่างรวดเร็ว 2) สื่อสารข้อเท็จจริง และแผนรับมืออย่างชัดเจนต่อเนื่อง และ 3) แสดงผลลัพธ์เชิงรูปธรรมให้ประชาชน เห็นว่า รัฐบาล สามารถดูแลผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ ไม่ให้ลุกลามเป็นวิกฤตในครัวเรือนได้จริง

TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : ศุกร์ 27 มีนาคม 2569 09:13:59 เข้าชม : 1897365 ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวเด่น ดิจิทัล
Comments are closed.

Check Also

PROMISE รุก ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคล เปิด แคมเปญใหญ่ “เงินไม่พอ บอกพรอมิส” สมัครง่ายผ่านแอปฯ

บริษัท พรอมิส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย ญาญ่า อุรัสยา … …