เมืองถงเหริน (Tongren) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกุ้ยโจว ได้รับการขนานนาม ว่า เป็น “เมืองหลวงแห่งมัทฉะของจีน” นอกจากจะมีพื้นที่ปลูกชาขนาดใหญ่แล้ว เมืองถงเหรินยังยกระดับเกษตรกรรมสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยพัฒนาอุตสาหกรรมมัทฉะส่งออกจนเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
จุดเริ่มต้นของความสำเร็จนี้ อยู่ที่ข้อได้เปรียบด้านภูมิประเทศของเมืองถงเหริน โดยพื้นที่รอบภูเขาฟ่านจิ้งซาน (Fanjingshan) ซึ่งเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของยูเนสโก มีความสูง 500–2,570 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ขณะที่พื้นที่ปลูกมัทฉะของถงเหรินอยู่ที่ความสูงระดับประมาณ 800–1,200 เมตร มีหมอกปกคลุมสูง และอุณหภูมิเฉลี่ยเหมาะสมต่อการปลูกชา จึงเอื้อต่อการผลิตมัทฉะที่มีสีเขียวสด กลิ่นหอม และรสอูมามิเด่นและเนื้อสัมผัสนุ่มละเอียด
ในด้านคุณสมบัติทางวิทยาศาสตร์ ใบชาที่ใช้ผลิตมัทฉะถงเหรินมีปริมาณกรดอะมิโนสูง คลอโรฟิลล์สูง และโพลีฟีนอลในระดับสูงกว่าชาเขียวทั่วไป ทำให้มีศักยภาพด้านสารต้านอนุมูลอิสระเด่นชัด สามารถตอบโจทย์ตลาดอาหารสุขภาพที่กำลังเติบโตทั่วโลก ช่วยยกระดับมัทฉะจากสินค้าเกษตรพื้นฐานให้กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สุขภาพระดับสากล
อีกปัจจัยสำคัญ คือ การส่งเสริมจากภาครัฐในการจัดโครงสร้างการผลิตใหม่ ทางการเมืองถงเหรินบูรณาการความร่วมมือของภาคเอกชน สหกรณ์ และเกษตรกร โดยเชิญบริษัทกุ้ยชา กรุ๊ป (Guicha Group) เข้ามาเป็นผู้ลงทุนหลักตั้งแต่ปีค.ศ. 2017 เพื่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมมัทฉะครบวงจร โมเดลนี้ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ขณะที่บริษัทเอกชนทำหน้าที่พัฒนาเทคโนโลยี มาตรฐาน และตลาดส่งออก ด้วยการยกระดับมาตรฐานการผลิตให้เทียบเท่า ระดับสากล โรงงานมัทฉะในถงเหรินผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยอาหาร เช่น ISO9001, HACCP และ FSSC22000 รวมถึงการตรวจสอบจากสถาบันยุโรป อย่าง SGS และ Eurofins
นอกจากนี้ เมืองถงเหริน ยังให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีการผลิต พัฒนาโรงงานมัทฉะขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพการผลิตมากกว่า 4,000 ตันต่อปี และใช้เทคโนโลยีบดแบบอุณหภูมิต่ำระดับไมโคร เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของใบชา พร้อมระบบการผลิตแบบ clean-room ทำให้ผงมัทฉะมีความละเอียดสูงและคงคุณภาพสี กลิ่น และรสชาติได้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้มัทฉะ เป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ระดับโลก
ในระดับนโยบาย ทางการเมืองถงเหริน ยังได้จัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเฉพาะด้าน เช่น แผนพัฒนาคลัสเตอร์มัทฉะฟ่านจิ้งซาน และแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมมัทฉะ ระยะ 3 ปี เพื่อกำหนดทิศทางการขยายพื้นที่ปลูก การเพิ่มกำลังการผลิต และการสร้างแบรนด์มัทฉะถงเหริน
ขณะเดียวกัน ถงเหรินยังเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ โดยใช้มัทฉะทำผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น เครื่องดื่ม เบเกอรี่ อาหารสุขภาพ และเครื่องสำอาง พร้อมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมมัทฉะ ผ่านการจัดงานเทศกาลมัทฉะนานาชาติ
ผลลัพธ์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมมัทฉะ ทั้งระบบ ทำให้มัทฉะจากถงเหรินสามารถส่งออกไป มากกว่า 50 ประเทศ เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป และทำให้มณฑลกุ้ยโจว กลายเป็นหนึ่งในฐานการผลิตมัทฉะสำคัญของโลก โมเดลของเมืองถงเหริน จึงเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาเศรษฐกิจชนบทของจีน ด้วยการเปลี่ยนทรัพยากรในท้องถิ่น ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูง จนทำให้ “มัทฉะจีน” กลายเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย / ภาพ : Xinhua News
TAG : 0 0 Google +0 เขียนเมื่อ : พฤหัสบดี 30 เมษายน 2569 20:21:59 เข้าชม : 1897255 ครั้ง



















