Home สัมภาษณ์บุคคล พอร์ต ตะโกลา ยอร์ช มารีน่า กระบี่ ผุด แลนด์มาร์ค แห่งใหม่ เฟสแรก เปิดบริการแล้ว

พอร์ต ตะโกลา ยอร์ช มารีน่า กระบี่ ผุด แลนด์มาร์ค แห่งใหม่ เฟสแรก เปิดบริการแล้ว

5 second read
0
0
2,387

ภาคเอกชน ลงทุน สร้างมารีน่า ในจังหวัดกระบี่ เล็งเห็น อนาคต เพื่อรองรับ การเติบโตของธุรกิจเรือยอชต์ หลังจาก ได้เจออุปสรรค ถูกรัฐกล่าวหา รุกล้ำป่าชายเลน คลองจิหลาด ซึ่งมั่นใจ มารีน่าแห่งนี้ ทำตามระเบียบ ขุดลอกน้ำ ตามกฎหมาย และได้ฟันฝ่าสร้างเฟสแรก เสร็จสมบูรณ์ เป็นท่าเทียบเรือมาตรฐานสากล ด้วยแนวโน้ม การเติบโตของธุรกิจเรือยอร์ชต์ ในแถบทะเลฝั่งอันดามัน ประกอบกับทางรัฐบาล ได้มีนโยบายส่งเสริม การท่องเที่ยวทางทะเล ทางน้ำ และ ธุรกิจต่อ เนื่องอื่นๆ ให้ได้รับการพัฒนาควบคู่กันไป เพราะฉะนั้น จึงเป็นเรื่องไม่แปลกนัก ที่จะมีตัวแทนขายเรือยอชต์ ธุรกิจเช่าเหมาลำเรือ และ ท่าจอดเรือครบวงจร ผุดขึ้นมา อย่างต่อ เนื่องทั้งในจังหวัดภูเก็ต และ จ.กระบี่ ล่าสุด มิสเตอร์ แมทธิว – พลวัต ณ นคร ผู้จัดการทั่วไป พอร์ต ตะโกลา ยอร์ช มารีน่า แอนด์ โบ๊ด ยาร์ด จังหวัดกระบี่ ได้ลงทุน สร้างมารีน่า ในจังหวัด กระบี่ บนพื้นที่ 70 ไร่ เพื่อรองรับ การเติบโต ของธุรกิจเรือยอชต์ ด้วยงบประมาณกว่า 500 ล้านบาท รองรับ การเติบโต ธุรกิจ เรือยอชต์  ในเรื่องนี้ มิสเตอร์ แมทธิว- พลวัต ณ  พอร์ต ตะโกลา ยอร์ช มารีน่า แอนด์โบ๊ดยาร์ด จังหวัด กระบี่ กล่าว ว่า  ในกระบี่มีการเติบโตที่ดี จากจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเล โดยรอบ ไม่ว่า จะเป็นเกาะต่างๆ อาทิ เกาะห้อง เกาะลันตา ประกอบกับการเปิดเที่ยวบิน ตรงจาก ประเทศสิงคโปร์ ประเทศฮ่องกง และ เซี่ยงไฮ้ ที่เข้ากระบี่อย่างต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มต่างชาติ ที่มีกำลังซื้อสูงจากประเทศเหล่านี้ ก็ต้องการ ที่จอดเรือ และ เมื่อบินมาก็สามารถนำเรือไปแล่นได้ หรือ หากเป็นซูเปอร์ยอชต์ (เรือขนาด 30 เมตรขึ้นไป) ก็สามารถปล่อยเช่าได้ จึงได้ลงทุนสร้างมารีน่า ในจังหวัดกระบี่ เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเรือยอชต์ และ จะเป็นมารีน่า แห่งที่ 3 ที่เกิดขึ้น ในจ.กระบี่

ผู้จัดการทั่วไป พอร์ต ตะโกลา ยอช์ช มารีน่าฯ ยังกล่าวอีกว่า โดยโครงการดังกล่าว ใช้งบลงทุนประมาณ 480 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมค่าที่ดิน ทั้งนี้  ได้มีการแบ่ง การลงทุน เป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เฟสแรก ลงทุนราว 200 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างที่จอดเรือในน้ำ 50 ลำ และ ที่จอดเรือบนบก 50 ลำ เฟสแรก เปิดให้บริการแล้ว สามารถรองรับเรือซูเปอร์ยอชต์  ขนาด 30 เมตร ขึ้นไป ได้ด้วย ส่วนระยะที่ 2 จะลงทุน อีก 3 ปี นับจาก ปี 2559 เพื่อเพิ่มที่จอดเรือในน้ำจาก 50 ลำ เป็น 260 ลำ และ ที่จอดเรือบนบก เพิ่มเป็นอีก 100 ลำ และ ภายในโครงการ มีโรงซ่อมบำรุง และ ธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ให้คนมาเช่าดำเนินการ พัฒนาที่พักอาศัย ดิวตี้ฟรี อีกด้วย

มิสเตอร์ แมทธิว ยังกล่าวต่อ ว่า ด้วยภูมิประเทศของจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีร่องน้ำลึก และ มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ยอดนิยม ที่มีชื่อในระดับโลก เช่น อ่าวนาง  และ เป็นพื้นที่หลบลมมรสุม  พร้อมกันนี้ ยังมีสนามบินกระบี่ ที่มีเที่ยวบินตรงจากต่างประเทศ เป็น จำนวนมาก อย่าง ประเทศฮ่องกง , สิงคโปร์ และ จีน รวมทั้ง ที่บินมาจากกรุงเทพ ด้วย จึงน่าจะเป็นปัจจัยเสริมสร้างการเติบโตทางด้านการท่องเที่ยวของเมืองกระบี่ และเหมาะสมที่จะประกอบธุรกิจท่าเรือยอร์ชเป็นอย่างมาก

ผู้จัดการทั่วไป พอร์ต ตะโกลา ยอชท์ มารีน่าฯ กระบี่ กล่าวอีกว่า “หลังจากที่เจอ ทางการ หน่วยงานกรม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ถูกกล่าวหา บุกรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน ปาสงวนแห่งชาติ ป่าคลองจิหลาด พื้นที่ หมู่ 6 ซึ่งตนไม่ได้รับความยุติธรรม ยืนยัน ภาพถ่ายทางอากาศ เมื่อปี 2545 พื้นที่มีโฉนด ไม่ใช่ พื้นที่ป่า ตอนนี้ การก่อสร้างโครงการ ก็ต้องดำเนินต่อตามสภาพ อาทิ การให้เรือเข้า-ออก เฉพาะเวลาน้ำขึ้น หรือ พัฒนาโครงการ สร้างพื้นฐานในส่วนอื่น ไปก่อน อาทิ จุดชาร์จไฟ  อยากวิงวอนทางการ รัฐบาล เข้ามา แก้ปัญหา เรื่องนี้ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะ ข้อกฎหมาย ที่ไม่รัดกุม เพราะรัฐบาล ก็มียุทธ์ศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ อยู่แล้ว มีแผนผลักดันให้ประเทศไทย ฝั่งอันดามัน เป็น ศูนย์กลาง มารีน่า ฮับ เมืองกระบี่ เป็นสัญญลักษณ์ การเป็นแลนด์มาร์ด เมืองตากอากาศของกลุ่มน้กท่องเที่ยวระดับบน (ไฮเอนด์) ที่นิยมการท่องเที่ยวทางเรือ รวมถึงปัจจัย เส้นทางเดินเรืออันดามัน ในเส้นทางภูเก็ต-ลังกาวี มีการเดินเรือประมาณ 1,200 ลำ ต่อวัน ประกอบศักยภาพ การเติบโตอุตสาหกรรมเรือยอช์ท ในจังหวัดกระบี่ ที่สามารถแข่งขัน กับ มารีน่าอื่น ๆ ในภูมิภาคอาเซียน ได้ อย่างเช่น ฮ่องกง และ สิงคโปร์ เป็นต้น

“เวลานี้ พอร์ต ตะโกลา มารีน่าฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะ มีผู้ติดต่อมากกว่า100 ราย ทั้งนี้ อาจจะเป็น เพราะว่า โครงการดังกล่าว มีการวางแผนการตลาดที่ดี และ ยังอยู่ในสถานที่ ที่เหมาะสม มีการเดินทางที่สะดวก มีร่องน้ำ ที่พร้อม สำหรับ เรือยอร์ช ทุกประเภท พร้อมกันนี้ ยังมีอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งอยู่ระหว่าง การเจรจา ประมาณ 10 กว่า ราย

มิสเตอร์ แมทธิว กล่าวต่อว่า ในช่วงเริ่มต้นปีแรกได้ตั้งเป้าผลประกอบการอยู่ที่  20 ล้าน ต่อ ปี  โดยรายได้หลักน่าจะมาจากการจอดเรือ ในมารีน่า และ การจอดเรือบนบก การยกเรือ บริการน้ำมัน และ รายได้จากการให้เช่า สำนักงาน  ซึ่งสามารถรองรับเรือในน้ำขนาดตั้งแต่ 12-40 เมตร ส่วนบนบก รับได้สูงสุด 18 เมตร ทั้งนี้ เป็นเพราะว่า ถ้าเรือมีขนาดใหญ่มากกว่า ที่กำหนดไว้จะต้อง มีการลงทุนเพิ่มในอุปกรณ์ต่างๆ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนมากขึ้น และ มีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่แข็งแรง ทำให้มาตรฐาน เพิ่มขึ้น

สำหรับ ประเทศที่ติดต่อธุรกิจ กับ พอร์ต ตะโกลา ยอร์ช มารีน่า แอนด์ โบ๊ดยาร์ด มีมากมายหลายประเทศ แต่ที่โดดเด่น คือ ประเทศ ออสเตรเลีย อังกฤษ อเมริกา และ ฝรั่งเศส เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เลือกที่เข้ามาใช้ บริการจอดเรือโดยรวมๆค่าใช้จ่ายต่อปีจะอยู่ที่ 8 แสน ถึง 1 ล้านบาท  ส่วนซุปเปอร์ยอร์ชปีหนึ่งฃ่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท  เนื่องจากเห็นว่า ประเทศไทย มีการคมนาคม ที่สะดวก ทั้ง ทางบก ทางน้ำ และ ทางงอากาศ รวมถึง มีสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเล ที่สวยงามเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และ มีช่างฝีมือที่ดีสามารถแข่งขันในเรื่องราคา และคุณภาพได้  และ การบริการ ด้วยเอกลักษณ์ ความเป็นไทย ที่สร้างความประทับใจให้กับชาวต่างชาติ

มิสเตอร์ แมทธิว ยังกล่าวถึง การลงทุนในธุรกิจสร้างมารีน่า ท่าเรือครบวงจร ในจังหวัดกระบี่ ว่า เป็นการสนับ สนุนการท่องเที่ยวทางทะเล ร่วมกัน เราหวังว่า พอร์ต ตะโกลา มารีน่าฯ จะเป็นจุดดึงดูด ให้นักท่องเที่ยว มาพักจังหวัดกระบี่ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการที่มีคนสนใจเข้ามาจอดเรือ ทั้งที่จังหวัดภูเก็ต กระบี่ หรือ พังงา สุดท้าย เมื่อมองภาพรวมด้านท่องเที่ยว ก็จะส่งผลในทางที่ดีต่ออุตสาหกรรมท่าจอดเรือ ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้ามา การลงทุน สร้างมารีน่าเพิ่มมากขึ้น ช่วยทำให้มีเงินทุนหมุนเวียน ในระบบการท่องเที่ยวของไทยมากขึ้น นั้นเอง

อย่างเช่น ปัจจุบันนี้ บริเวณอ่าวไทย มีท่าเรือที่มีชื่อเสียงและมาตรฐาน คือ โอเชี่ยนมารีน่าพัทยา และ เริ่มขยายไปที่เกาะช้าง  ซึ่งท่าเรือดังกล่าว จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชื่อมโยง ทำให้ชาวต่างชาติให้ความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยจอดที่อ่าวไทย ช่วงฤดูหนึ่ง อีกช่วงหนึ่ง ไปจอด ในทะเลแถบอันดามัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ล่องเรือ พยายามหาประสบการณ์ใหม่ๆสถานที่ใหม่ ๆ นั้นเอง

ผู้จัดการทั่วไป พอร์ต ตะโกลา มารีน่าฯ ยังกล่าวทิ้งท้าย ว่า ส่วนราชการ ช่วงนี้ อุตสาหกรรมเรือยอช์ท  ก็ได้รับการสนับสนุนจากทางราชการ ทาง พอร์ต ตะโกลา มารีน่าฯ ตอนนี้ มีข้อจำกัด ต่าง ๆ เห็น ว่า ทางหน่วยราชการ กำลังแก้ไขระเบียบราชการ ให้เอื้อต่อการทำธุรกิจมารีน่า ซึ่งเป็นเรื่องดี ส่วนคนไทยก็เริ่มให้ความสนใจ ในเรื่องของกีฬาทางน้ำมากขึ้น ซึ่ง เทรนด์ในการเล่นเรือยอร์ชของคนไทย จะเหมือนเทรนด์ในการปั่นจักรยาน หรือ การขับบิ๊กไบค์ เป็นการดึงกลุ่ม ไฮเอนด์ของคนไทย เข้ามาร่วม มากขึ้น เพราะ คนที่เล่นเรือยอร์ชส่วนใหญ่ ต้องการ ใช้เป็นกิจกรรมผ่อนคลาย ระยะสั้น หรือ ใช้เวลาส่วนตัว ร่วมกัน กับ ครอบครัว เพื่อนพ้อง ธุรกิจทางน้ำ ตนเห็นว่า ยังมีอนาคตอีกไกล” มิสเตอร์ แมทธิว-พลวัต ณ นคร กล่าว /////

TAG : 0  0 Google +0      เขียนเมื่อ :  5  กรกฎาคม  2560  14:55:58  เข้าชม : 1925765  ครั้ง

 

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In สัมภาษณ์บุคคล
Comments are closed.

Check Also

พลเรือโท เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในงาน “วันกองทัพเรือ” ประจำปี 2563 โดยการนี้ เรืออากาศตรี ธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ผภก.) เข้าร่วมงาน พร้อมมอบแจกันดอกไม้ ร่วมแสดงความยินดี

วันนี้ (24 พ.ย.63) เวลา 10.00 น. พลเรือโท เชิงชาย ชมเชิ … …