Home ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด  ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผนึกกำลังพัฒนาเมืองภูเก็ต จัดงาน PSU – PKCD Collaboration Discovery Workshop

บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด  ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผนึกกำลังพัฒนาเมืองภูเก็ต จัดงาน PSU – PKCD Collaboration Discovery Workshop

54 second read
0
0
715

บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด  ร่วมกับ  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ผนึกกำลังพัฒนาเมืองภูเก็ต จัดงาน PSU – PKCD Collaboration Discovery Workshop เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการของบริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง และ บริษัทในเครือ โดยดึงคณาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย ร่วมเป็นมันสมองในการขับเคลื่อน พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใน โครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้แผนงานหลักของ บจก. ภูเก็ตพัฒนาเมือง (PKCD)

วันนี้ 17 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมเจ้าฟ้า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดงาน PSU – PKCD  Collaboration Discovery Workshop  “จับคู่โครงการกับงานวิจัย (Business Matching)”  โดยมี นายก้าน ประชุมพรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด พร้อม คณะผู้บริหาร  รศ.ดร.วรวุธ วิสุทธิ์เมธางกูร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต อาจารย์ฐาปนา บุณยประวิตร นายกสมาคมการผังเมืองไทย และ ผู้อำนวยการ Smart Growth Thailand  คณาจารย์ นิสิต นักศึกษา และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วม

ดร.เผด็จ จินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดทำ Business Matching  กับ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ว่า PKCD เป็นบริษัทที่ทำงาน ด้านการพัฒนาภูเก็ต โดยเน้นการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ และ เทคโนโลยี ในการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ จึงจำเป็นต้องมีคู่คิดด้านเทคโนโลยี (technology partner) ปัจจุบัน PKCDได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งนี้ ภาคการศึกษาเป็นหนึ่ง ในคู่คิดด้านเทคโนโลยี ที่ เราให้ความสำคัญ จึงเป็นที่มาของการจัดงานนี้”

ดร. เผด็จ กล่าวเสริมอีกว่า “ก่อนหน้านี้ PKCD และ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต มีการทำงานอย่างใกล้ชิด ในหลายโครงการอาทิเช่น โครงการทำแอพพลิเคชั่นแพลตฟอร์ม ด้านการท่องเที่ยว สำหรับ รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยว ที่ชอบเที่ยวด้วยตัวเอง (Free Independent Travelers – FIT) โดย มีการออกแบบโปรแกรมการใช้งาน ที่ยึดตามความต้องการ ของลูกค้าเป็นหลัก ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัย ได้มีการทำวิจัยพฤติกรรมนักท่องเที่ยว มีการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว ในภูเก็ตหลากหลายมิติ และ เก็บข้อมูลต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ในการออกแบบโปรแกรม ที่จะใช้รองรับ และ ให้บริการนักท่องเที่ยว”

“อีกหนึ่งตัวอย่างของโครงการ ที่ร่วมมือกับ ทางมหาวิทยาลัย คือ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ โดย PKCD มีหน่วยธุรกิจ ที่ดูแลทางด้านจัดการแหล่งน้ำ  Water Recycle บริหารจัดการแหล่งน้ำ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำ ของภูเก็ตในช่วงหน้าแล้ง โดยได้นำการศึกษาของมหาวิทยาลัย ทางด้านศักยภาพการรองรับน้ำ ของที่ลุ่มทั้งหมด ในจังหวัดภูเก็ต ทั้งในส่วนที่เป็นพี้นที่ของภาครัฐ เอกชน และ สาธารณะ มาต่อยอด โครงการพัฒนาบริหารจัดการแหล่งน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ดร.เผด็จ เปิดเผยถึงที่มาในการจัดงานครั้งนี้ ว่า “ในส่วนของการสร้างความร่วมมือแบบ Business Matching ครั้งนี้ PKCD ได้รวบรวมบริษัท ในเครือที่จัดตั้งเป็นนิติบุคคลแล้ว และหน่วยธุรกิจต่างๆ ที่อยู่ระหว่างเตรียมการจัดตั้ง เป็นนิติบุคคล กว่า 12 แห่ง พร้อมนำบุคลากร จาก บริษัทเข้าพบปะหารือ สร้างความร่วมมือแบบเจาะลึกถึงรายละเอียดกับคณาจารย์ และ ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายคณะ ในแต่ละสาขาวิชาชีพ และ สาขาของธุรกิจที่อยู่ภายใต้แผนงานหลักของ PKCD เนื่องจาก แต่ละบริษัทมีรูปแบบ การใช้เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาโครงการที่ไม่เหมือนกัน  จึงมีความต้องการคณาจารย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา ที่แตกต่างกัน”

นอกจากนี้  ดร.เผด็จ จินดา ยังได้กล่าวถึงแผนงานประจำปี 2561 ด้วย ว่า “ในปีนี้ทั้งปี จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ที่ภูเก็ตพัฒนาเมือง และ บริษัทในเครือได้ร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยในเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการเปิดตัวรถโดยสารสาธารณะ หรือ สมาร์ทบัส เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางจากสนามบินไปยังหาดต่าง ๆ ที่เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต ในส่วนของการใช้บริการนั้น ได้มีการออกแบบ ให้มีความทันสมัยสะดวกต่อการใช้งาน ด้วยการนำเทคโนโลยี เข้ามาร่วมให้ข้อมูลในรูปแบบ ของแอพพลิเคชั่น ที่ใช้ในการติดตามรถว่า จะเข้ามาถึงสถานีเวลากี่โมง รวมไปถึง ระบบการชำระเงินผ่านบัตร “ภูเก็ตการ์ด”

“ส่วนในเดือนมีนาคม จะมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น (Choop.Me Application) ที่ใช้วางแผนการเดินทาง สำหรับ นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะ ระบบการจอง หรือ การทำบุ๊คกิ้ง ในส่วนของแพคเกจทัวร์ แล้วจะขยายการให้บริการครอบคลุมถึง สปา ร้านอาหาร โรงแรม รวมไปถึงการใช้ระบบ การชำระเงิน“ภูเก็ตการ์ด” ที่ PKCD พัฒนาขึ้นเอง

“เดือนเมษายน มีแผนเปิดตัว “พื้นที่สำนักงานร่วม หรือ Co-working Space” ในห้างโฮมเวิร์ค ภูเก็ต สำหรับ รองรับนักธุรกิจสตาร์ทอัพ รุ่นใหม่ ทั้งในภูเก็ตและจากต่างประเทศ สำหรับ กลุ่มที่ทำงานด้านไอที หรือ ด้านนวัตกรรม  โดย จะเป็นพื้นที่สำนักงานร่วมที่ใหญ่ที่สุด และ มีเครื่องมือที่ทันสมัย รองรับกับการเป็นภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ (Smart City)”

“เดือนพฤษภาคม เริ่มโครงการ“รางวัลอสังหาริมทรัพย์ดีเด่นของภูเก็ต” (Phuket Property Award) หนึ่งในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยนำ อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในความสนใจของความต่างชาติ ที่จะจับจองเป็นเจ้าของ มากำหนดมาตรฐานทั้งด้านคุณภาพ และ การบริการ โดย มีการพิจารณาร่วมกับภาครัฐ ในลักษณะการให้รางวัลแก่อสังหาริมทรัพย์ ดีเด่น ซึ่งโครงการที่ได้รับรางวัล สามารถนำรางวัลนี้ มาช่วยส่งเสริมการขายแก่นักท่องเที่ยว ที่สนใจอยากครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ไว้ เพื่อการพักผ่อนระยะยาว หรือ อำนวยความสะดวก ในการมาท่องเที่ยวภูเก็ต ในครั้งต่อไป”

“ในเดือนมิถุนายน เปิดตัว โครงการข้อมูลพื้นฐานของการพัฒนาเมือง (Big Data Analytics) เพื่อรองรับการเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยมีการใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีชั้นสูงสำรวจ โครงสร้างพื้นฐานของแต่ละตำบล อย่างละเอียด แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ออกแบบในด้านต่าง ๆ ทั้งระบบความปลอดภัย และ สิ่งอำนวยความสะดวก มุ่งไปสู่การบริหารจัดการเมืองแบบชาญฉลาดอย่างแท้จริง และ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อมา ในเดือนกรกฎาคม มีโครงการระดมทุนจากชาวภูเก็ต (Crowd funding) คือ เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไป เข้ามามีส่วนร่วมกับ PKCD ผ่านทางแอพพลิเคชั่น ในลักษณะของการระดมทุน ผ่านการซื้อหุ้น บริจาคเงินในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ หรือช่วยส่งเสริมการลงทุน ในกิจการสตาร์ทอัพรายย่อย หรือ ในรูปแบบอื่นๆ ทั้งนี้ ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ PKCD  เป็นเหมือนสหกรณ์ประจำจังหวัด ที่คนภูเก็ตทุกคนสามารถเป็นผู้ถือหุ้น หรือ เป็นเจ้าของบริษัทได้เช่นเดียวกัน”

“สำหรับเดือนสิงหาคม นำเสนอโครงการ “บัตรเดียว จ่ายเที่ยวทั่วเกาะ” (One Card Pay All)บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง ได้พัฒนาระบบการชำระเงินที่สมบูรณ์แบบ ภายใต้ชื่อบัตร “ภูเก็ตการ์ด” โดยนักท่องเที่ยวสามารถใช้บัตรนี้บัตรเดียวแทนเงินสด จับจ่ายซื้อสินค้าและบริการได้ทั่วทั้งเกาะภูเก็ต โดย ร้านค้าจะมีการติดป้ายแจ้งการรับบัตร ถือเป็นระบบการชำระเงินเฉพาะของภูเก็ตเอง ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเข้าสู่สังคม ไร้เงินสด (Cashless Society) และ เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเป็นภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ”

“บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จะมีการจัดงานใหญ่ในเดือนกันยายน เนื่องจาก วันที่ 15 เป็นวันครบรอบ 2 ปีของการก่อตั้งบริษัท โดยจะจัดงานในรูปแบบ PKCD’s Expo งานนิทรรศการที่รวบรวมผลงานทั้งผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ของ PKCD ที่พัฒนาขึ้นมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี ที่ผ่านมา งานนี้เปิดให้คนภูเก็ต ได้เข้ามาชื่นชม เรียนรู้ และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางด้านเทคโนโลยี การจัดงานในปีนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะมีนิทรรศการแสดงผลงานทุกปีในช่วง 15 กันยายน งานนี้ ทางPKCD จะจัดขึ้นในพื้นที่ของสำนักงานบริเวณห้างโฮมเวิร์คภูเก็ต”

“ส่วนเดือนตุลาคม วางแผน เปิดตัว “แพคเกจท่องเที่ยวสุดหรู (Premium Travel Package)” เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้ โครงการนี้ ได้จับมือกับสถานประกอบการระดับพรีเมี่ยมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ร้านอาหาร สปา โชว์ การเดินทางทั้งทางบกและทางทะเล แล้วนำมาจัดเป็นหลากหลายแพคเกจ การท่องเที่ยวสุดหรู สำหรับ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูง ทั้งนี้ เป็นการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีศักยภาพทางการเงินสูง และ ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวภูเก็ต”

สุดท้ายใน ช่วงเดือนพฤศจิกายน และ เดือนธันวาคม จะมีการเปิดตัวอีกสองผลิตภัณฑ์โดยผลิตภัณฑ์แรก คือ มาร์เก็ตเพลส เป็นตลาดซื้อขายของใช้ต่าง ๆ สำหรับ ธุรกิจโรงแรมสปาร้านอาหารในภูเก็ต โดยรวบรวมผู้ขาย (suppliers) จากหลายแห่ง มาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน คล้าย ๆ อาลีบาบาอะเมซอน ที่เชื่อมโยง ระหว่าง ธุรกิจผู้ขาย และ ผู้ประกอบการ (Business-to-Business หรือ B2B) โครงการนี้ ช่วยผู้ประกอบการให้มีทางเลือกในการซื้อสินเค้า และ บริการมากขึ้น รวมไปถึงช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ  ในส่วนของผลิตภัณฑ์ตัวสุดท้ายที่จะเปิดตัวในปีนี้คือ การตั้งกองทุนในรูปแบบ City Development Venture Capital เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเงิน ในการระดมทุน จำนวนมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับ การดำเนินงานโครงการขนาดใหญ่ อาทิเช่นโครงการรถไฟฟ้ารางเบาโครงการขุดอุโมงค์ หรือ โครงการพัฒนาท่าเรือ ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง มีแผนงานหลักในการพัฒนาทั้งหมด 12 เรื่อง ในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่ 2 มีการใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งเงินลงทุนจากผู้ถือหุ้นนั้นอาจจะไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็น ต้องพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน ในลักษณะนี้ โครงการและผลิตภัณฑ์ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมของสมาร์ทซิตี้ของปี 2018 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่ 2 ของการจัดตั้ง บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมือง”

“เรามีความเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือ ระหว่าง PKCD กับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ตจะเป็นส่วนสำคัญของมันสมอง และ สร้างการเรียนรู้ทางเทคโนโลยี ในด้านต่างๆ เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเมืองภูเก็ต ได้อย่างเต็มที่ และ มีประสิทธิภาพสูงสุด ในส่วนของ PKCD เอง เรายินดีให้ความร่วมมือกับคู่คิดทางธุรกิจ ด้านอื่นๆ ทั้งภาคเอกชน บริษัท และ สถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาสู่ความเป็น ภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ” ดร.เผด็จจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัทภูเก็ตพัฒนาเมืองจำกัด กล่าวในที่สุด

รศ.ดร.วรวุธ วิสุทธิ์เมธางกูร รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ ที่มีการจัดการเรียนการสอน ในหลักสูตรนานาชาติ และสามารถผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ และ ศักยภาพพร้อมสู่ตลาดแรงงาน ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ นอกจากพันธกิจผลิตบัณฑิต ที่มีคุณภาพแล้ว ยังได้ดำเนินการ ในส่วนของงานวิจัย และ สร้างนวัตกรรมเพื่อชุมชน และ สังคม สอดรับกับนโยบายการพัฒนาจังหวัดโดยเฉพาะ ด้าน Smart City ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ได้ร่วมกับจังหวัด ให้เกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นเวที ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบูรณาการความร่วมมือ ด้านงานวิจัย ไปสู่การใช้ประโยชน์ ในการพัฒนาภูเก็ตอย่างยั่งยืน ”

ผศ.ดร.รัตนา เวทย์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และ บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต กล่าวว่า “ในการร่วมมือกับทางบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จัดงาน “จับคู่โครงการกับงานวิจัย (Business Matching)” เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการต่างๆ ของบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมืองและบริษัทในเครือ ซึ่งมีคณาจารย์ และนักศึกษาที่กำลังทำวิทยานิพนธ์หรือทำวิจัยอยู่ จากวิทยาเขตภูเก็ตและวิทยาเขตหาดใหญ่ ที่ตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 60 คน ยังไม่รวมผู้บริหาร ที่จะมาจับคู่ความร่วมมือกับทาง บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง และ บริษัทในเครือ จริง ๆ แล้วเราไม่ได้เน้นจำนวน แต่จะเน้นว่ามาแล้วได้ประโยชน์ ซึ่งก็ไม่ได้หมายทุกคนมาแล้ว จะจับคู่กันสำเร็จ ซึ่งก็เป็นเรื่องของอนาคต แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้มารู้จักกัน มีการพูดคุยลงลึก ในรายละเอียด”

“อย่างไรก็ตาม ตนคาดหวังว่า ในการจัดงานครั้งนี้ จะมีคู่ความร่วมมือเกิดขึ้น ระหว่าง บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง และ บริษัทในเครือ กับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ทั้งสองวิทยาเขต มีการจับคู่ความร่วมมือเป็นคู่ ๆ หรือว่า จะหนึ่งต่อสอง หรือ หนึ่งต่อสาม หรือมากกว่านั้น อยู่ในโปรเจ็คเดียว อย่างเช่น โจทย์หนึ่งโจทย์ของ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง มาจับ คู่กับ อาจารย์หลาย ๆ คนหลาย ๆ ด้าน แล้วก็ทำเป็นโครงการใหญ่ ช่วยกันวิจัย และ พัฒนา นี้คือ รูปแบบที่เราอยากเห็น เพราะว่า เวลาเราทำวิจัย เราก็ต้องการทำวิจัยแล้ว เอาไปใช้ประโยชน์ได้จริง” ///

TAG : 0  0 Google +0      เขียนเมื่อ :  18  มกราคม  2561  12:15:18  เข้าชม : 1826354  ครั้ง

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าว 3 จังหวัดฝั่งอันดามัน
Comments are closed.

Check Also

ศึกชิงดำ นายก อบจ.ภูเก็ต เดิมพัน 3 พรรคใหญ่ หนุน วัดบารมี ใครเหนือกว่า ซิว !

การเมืองระดับท้องถิ่น เลือกตั้ง นายก อบจ.ภูเก็ต และ ส.อ … …